December 13, 2017   2:47:31 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องสาระน่ารู้ > มาลงทุนกันเถอะ ตอน9 # ลงทุนในแสตมป์
 

mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
วันที่: 26/07/2012 @ 16:04:05
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน



การสะสมแสตมป์นอกจากจะเป็นงานอดิเรกที่รู้จักกันดีแล้ว ยังเป็นของสะสมทางเลือกที่เหมาะแก่การลงทุนอีกอย่างหนึ่งด้วย โดยเฉพาะแสตมป์เก่า และแสตมป์หายากซึ่งซัพพลายมีอยู่จำกัด แต่มีคนต้องการถือครองมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้แสตมป์พวกนี้มีราคาขยับสูงขึ้นเรื่อยๆ  โดยหากกระทำอย่างถูกต้องแล้ว จะเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนได้ดีกว่าพันธบัตรด้วย อีกทั้งยังสามารถใช้ป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีไม่แพ้ทองคำด้วย

แต่เดิมการสะสมแสตมป์มีข้อจำกัดในเรื่องของสภาพคล่องในการซื้อขาย แต่ปัจจุบันอินเตอร์เนททำให้การเปลี่ยนมือซื้อขายมีความหลากหลายมากกว่าแต่ก่อนมาก จึงเป็นแรงหนุนให้สภาพคล่องในการสะสมแสตมป์สูงขึ้นโดยปริยายครับ


ประวัติการสะสมแสตมป์
สำหรับประวัติการสะสมแสตมป์นั้นเกิดขึ้นเมื่อแสตมป์ชุดแรกของโลก "Penny Black" ได้ออกจำหน่ายแล้ว ประเทศต่างๆจึงได้พิมพ์แสตมป์ของตัวเองออกมาใช้บ้าง การสะสมแสตมป์ครั้งแรกที่ปรากฏหลักฐานชัดเจนเกิดขึ้นสองปีหลังจากแสตมป์ชุดแรกของโลกได้วางจำหน่าย โดยเป็นครูสตรีลงประกาศในหนังสือพิมพ์ว่าต้องการรับซื้อแสตมป์จำนวนมากเพื่อใช้ประดับฝาผนังบ้านของเธอ


ในอีก 10 ปีต่อมาครูอีกท่านชาวฝรั่งเศสก็ใช้แสตมป์ในการเป็นสื่อการเรียนการสอนวิชาภูมิศาสตร์ โดยให้ลูกศิษย์หาแสตมป์ที่ใช้แล้วของประเทศต่างๆ มาแล้วค้นหาว่าประเทศนั้นๆอยู่ส่วนไหนของแผนที่โลก


ส่วนการสะสมแสตมป์ของไทยนั้นเริ่มมาพร้อมกับแสตมป์ชุดโสฬส โดยชาวต่างชาติที่เข้ามารับราชการและติดต่อค้าขายในบ้านเราๆได้เริ่มสะสมก่อน ต่อมาจึงนิยมกันในหมู่คนไทย

 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#1 วันที่: 26/07/2012 @ 16:08:17 :


สำหรับสถิติแสตมป์ที่มีราคาสูงที่สุดในโลกปัจจุบันคือ แสตมป์  Treskilling Yellow ของประเทศสวีเดน แต่เดิมเจ้าของแสตมป์ดวงนี้เป็นเด็กชายวัย 14 ขวบ ที่บังเอิญไปพบแสตมป์ดวงดังกล่าวอยู่ในถังขยะของคุณย่าเมื่อปี ค.ศ.1885 ( พ.ศ.2428 ) เลยนำไปขายให้กับดีลเลอร์ในราคาที่ต่ำมากๆเพียง 7 โครนา ( ประมาณ 29 บาท ) เท่านั้น


แสตมป์ดวงนี้ที่จริงแล้วจะต้องมี"สีเขียว" แต่ที่เราเห็นเป็นสีเหลืองเนื่องจากความผิดพลาดระหว่างการพิมพ์ และนี่เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้แสตมป์ดวงนี้หายากและมีค่ามากๆ เพราะยังไม่เคยพบแสตมป์รุ่นนี้ดวงใดเป็นสีเหลืองมาก่อนเลย เรียกได้ว่า เป็นแสตมป์ตลกที่มีเพียงดวงเดียวในโลกก็ว่าได้

ที่ผ่านมา แสตมป์ดวงนี้ถูกเปลี่ยนมือมาแล้วหลายครั้ง และทุกครั้งที่มีการซื้อขายก็มักจะทุบสถิติราคาสูงสุดมาตลอด ล่าสุดที่มีการประมูล แสตมป์ดวงนี้มีมูลค่าสูงถึง 5 ล้านปอนด์ หรือราว 250 ล้านบาทเลยทีเดียว แต่จากการประมูลครั้งสุดท้ายที่เมืองเจนีวา สวิสเซอร์แลนด์ เมื่อปี ค.ศ. 2010 นายเดวิด เฟลด์แมน เจ้าหน้าที่การประมูลไม่ยอมเปิดเผยว่า ใครเป็นผู้ประมูลได้ไป รวมถึงราคาที่ประมูลได้ด้วย บอกแต่เพียงว่า แสตมป์ดวงนี้ยังคงเป็นแสตมป์ที่แพงที่สุดในโลกอยู่ดี




ส่วนแสตมป์ไทยที่มีราคาสูงที่สุดคือแสตมป์รัชกาลที่5 ที่มีการแก้ราคาจากดวงละ 3 อัฐ แก้เป็น 1 อัฐ เรียกว่าแบบ"หนึ่งนาฬิกา"  เพราะเลข ๑ ที่พิมพ์เป็นรูปทรงแปดเหลี่ยมเหมือนหน้าปัดนาฬิกาโบราณ โดยแบบที่ยังไม่ได้ใช้จะมีราคาประมาณ 5-6 แสนบาท บางตำรากล่าวว่ามีการพิมพ์เพียงแค่แผ่นเดียว ประมาณ 120 ดวงเท่านั้น
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#2 วันที่: 26/07/2012 @ 16:12:08 :


ประเภทของแสตมป์

สามารถแยกได้เป็น 6 กลุ่มใหญ่ๆดังนี้

1.แสตมป์ทั่วไป
ถือเป็นแสตมป์ประเภทแรกที่จัดพิมพ์ขึ้นเป็นหลักเพื่อใช้เป็นค่าไปรษณีย์ ซึ่งมีหลายอัตราด้วยกัน มักจะมีจำนวนพิมพ์ที่สูง และอาจมีการพิมพ์เพิ่มเติมหลายครั้ง ภาพที่นิยมใช้บนแสตมป์ทั่วไปก็มักจะเป็น ภาพพระมหากษัตริย์ของประเทศนั้นๆ หรือภาพสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์ของประเทศ

2.แสตมป์ที่ระลึก
เป็นแสตมป์ที่พิมพ์ขึ้นเนื่องในโอกาสทั่วไป และมีพิมพ์เป็นจำนวนจำกัด เมื่อจำหน่ายหมดแล้วจะไม่พิมพ์เพิ่มอีก มีหลายลักษณะเช่น เนื่องในวันที่ระลึกครบรอบเหตุการณ์พิเศษวันสำคัญของปี หรือเพื่อเผยแพร่เรื่องต่างๆก็ได้เช่นกัน

3.แสตมป์เพื่อใช้งานเฉพาะกรณี
เช่นแสตมป์สำหรับอากาศไปรษณีย์ แสตมป์สำหรับองค์กรที่ต้องส่งจดหมายทีละมากๆ เป็นต้น

4.แสตมป์แก้ราคา
บางครั้งไปรษณีย์อาจนำแสตมป์ที่มีอยู่แล้วมาพิมพ์แก้ราคาบางอย่างลงไปเพื่อวัตถุประสงค์ต่างๆกัน เช่น เกิดการขาดแคลนแสตมป์บางราคา หรือปรับแก้หน่วยเงินตราหรืออาจใช้งานระหว่างรอแสตมป์ราคาที่ขาดแคลนพิมพ์เสร็จ เป็นต้น

5.แสตมป์ส่วนตัว
คือแสตมป์ที่ด้านข้างมีภาพอื่นซึ่งผู้ซื้อสามารถใส่ลงไปได้ เช่น ภาพถ่าย ซึ่งตามงานแสดงต่างๆที่ไปรษณีย์ไปเปิดให้บริการในช่วงหลังๆมักมีบริการถ่ายรูปเพื่อพิมพ์ลงบนแสตมป์ส่วนตัวด้วแสตมป์ดังกล่าวสามารถใช้ส่งได้จริงเพียงแต่ต้องติดส่วนที่เป็นภาพถ่ายและแสตมป์ควบคู่กันไป


6.แสตมป์ตลก
คือแสตมป์ที่มีความผิดปกติระหว่างพิมพ์ อาจจะเกิดจากความบังเอิญเพียงบางแผ่นเช่น หมึกเลอะ ปรุรูเคลื่อน หรือมีตำหนิอื่นๆ แสตมป์ตลกสามารถนำมาใช้งานได้จริงทางไปรษณีย์และเนื่องจากมันมีปริมาณน้อยมาก จึงเป็นที่นิยมสะสมมากกว่าแสตมป์ปกติเสียอีก และแน่นอนว่าราคาก็ย่อมสูงกว่าแสตมป์ปกติเช่นกัน
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#3 วันที่: 26/07/2012 @ 16:14:53 :


ปัจจัยกำหนดมูลค่าแสตมป์

1.ความหายาก
เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้แสตมป์มีมูลค่าสูงขึ้นได้ ยิ่งแสตมป์ดวงใดหายากมากเท่าไหร่ นั่นก็หมายความว่า มีซัพพลายในตลาดน้อยเพียงนั้น ยิ่งซัพพลายในตลาดมีน้อย ยิ่งทำให้คนเก็บสะสมไว้กับตัวไม่ยอมขายออกมา ทำให้มูลค่าปรับตัวสูงขึ้นมาก

2.ความนิยมสะสมในตลาด
นอกจากความหายากแล้ว กระแสความนิยมในแสตมป์แต่ละดวงก็เป็นปัจจัยที่สำคัญเช่นกัน ยิ่งเป็นดวงที่ได้รับความนิยมในท้องตลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเหมาะจะซื้อเก็บไว้ลงทุนมากเท่านั้นดังนั้นก่อนการลงทุนจึงควรศึกษาหาความรู้เรื่องแสตมป์ให้ดีก่อนและต้องแน่ใจว่าแสตมป์ที่กำลังสะสมนั้นอยู่ในกระแสความนิยมของท้องตลาดด้วย

3.ความสมบูรณ์ของแสตมป์
แสตมป์ที่มีสภาพดีย่อมมีราคาสูงกว่าแสตมป์ที่ชำรุด ทั้งนี้ในการพิจารณาความสมบูรณ์ของแสตมป์ จะดูที่ฟันแสตมป์ต้องอยู่ครบ ไม่ขาดหายไปเนื่องจากการฉีกแสตมป์ออกจากกันและต้องไม่มีรอยเหลือง ขึ้นรา ขึ้นสนิม สีซีดจาง ฯลฯ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาเป็นส่วนสำคัญ
นอกจากนี้แสตมป์ต้องไม่มีรอยพับหรือรอยถลอกไม่ว่าด้านหน้าหรือหลังแสตมป์ สำหรับแสตมป์ที่ยังไม่ใช้จะต้องมีกาวด้านหลังครบ สำหรับแสตมป์ที่ใช้แล้วตราประทับต้องไม่เลอะเกินไป
แสตมป์ที่ยังไม่ใช้โดยเฉพาะแสตมป์รุ่นเก่าๆที่มีสภาพดีเหมือนเพิ่งซื้อมาจากเมืองนอก จะเรียกว่า "สภาพนอก (Mint) " เนื่องจากเมืองทางตะวันตกความชื้นต่ำ อากาศเย็น กระดาษมักไม่ค่อยเหลืองหรือขึ้นรา แสตมป์ที่ไม่ได้คุณภาพตามที่ระบุไว้ มักมีมูลค่าต่ำลงมาก ดังนั้นเวลาเลือกซื้อต้องสังเกตให้ดี

4.ปัจจัยเกี่ยวข้องอื่นๆ
เช่น แสตมป์ที่ยังไม่ได้ใช้มักจะมีราคาสูงกว่าแสตมป์ที่ใช้แล้ว การซื้อขายในตลาดในประเทศหรือต่างประเทศ โดยทั่วไปแล้วต่างประเทศมักจะให้ราคาสูงกว่าในประเทศแต่ควรคำนึงถึงค่าจัดส่งด้วย นอกจากนั้นความต้องการของผู้ซื้อในการประมูลแสตมป์ทางเวบไซต์ก็เป็นปัจจัยที่ทำให้มูลค่าแสตมป์สูงขึ้นเช่นกัน
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#4 วันที่: 26/07/2012 @ 16:18:00 :
จุดน่าสนใจของการลงทุนในแสตมป์

แสตมป์เป็นของสะสมที่ทำได้ง่าย ใช้เงินลงทุนไม่มากและมีสภาพคล่องสูงกว่าของสะสมอื่นๆ นอกจากนี้ยังเป็นการลงทุนทางเลือกที่ให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงและเป็นการลงทุนที่ช่วยกระจายความเสี่ยงได้ด้วย


ทั้งนี้จากการศึกษาการลงทุนสะสมแสตมป์ในอังกฤษในช่วงปี 2010 พบว่าในระยะยาว การลงทุนในแสตมป์มีความโน้มเอียงที่จะให้ผลตอบแทนน้อยกว่าหุ้น แต่จะดีกว่าพันธบัตร ตั๋วเงินคลัง งานศิลป์ และทองคำ ดังที่แสดงในกราฟครับ



นอกจากนี้ยังพบด้วยว่า รูปแบบผลตอบแทนแสตมป์มีการเคลื่อนไหวคล้ายคลึงกับผลตอบแทนในทองคำมาก ทั้งนี้การเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจะมีอิทธิพลต่อราคาแสตมป์ไม่มาก โดยแสตมป์สามารถป้องกันความเสี่ยงจากเงินเฟ้อได้ดีเช่นเดียวกับทองคำ
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#5 วันที่: 26/07/2012 @ 16:21:51 :



ข้อแนะนำในการสะสมแสตมป์เพื่อการลงทุน

1.ควรเลือกซื้อแสตมป์ใหม่ที่คาดว่าจะเป็นที่ต้องการของตลาดเท่านั้น อาจจะเป็นเพราะความสวยงามเป็นพิเศษ หรือเป็นแสตมป์ที่มีความสำคัญมาก และเวลาซื้อควรซื้อเป็นเต็มแผ่นเพราะจะได้ราคาดีกว่าแบบดวงเดี่ยว และรอยปรุจะได้ไม่ชำรุดง่าย

2.ต้องให้ความสำคัญในการเก็บรักษาให้ดีอย่าให้สกปรกเลอะเทอะ อย่าเก็บในที่ชื้นหรือมีแมงมารบกวน

3.ต้องพยายามอย่าให้รอยปรุ หรือขอบแสตมป์ชำรุด และดูแลกาวด้านหลังให้อยู่ในสภาพเดิมเสมอ

4.ควรเลือกซื้อแสตมป์เก่าไทยที่หายากเป็นสำคัญ และคาดว่าจะมีค่ายิ่งขึ้นในอนาคต เช่น แสตมป์ของประเทศอื่นที่ไทยนำมาใช้แทนแสตมป์ก่อนที่จะออกแสตมป์ของไทยเอง แสตมป์เจ้าฟ้า อากรค่าน้ำ ฤชากรที่ออกสมัยรัชกาลที่ 5 เป็นต้น ถ้าเป็นแสตมป์ต่างประเทศก็ต้องเลือกที่หายากและเป็นดวงที่ตลาดต้องการ

5.แสตมป์เก่าของไทยที่มีตราประทับชัดเจนว่าส่งมาจากที่ไหนก็เป็นที่ต้องการมาก รวมทั้งแสตมป์ตลกด้วย

6.ซองจดหมายเก่าที่ติดแสตมป์พร้อมตราประทับและจ่าหน้าซองด้วยลายมือ ที่เขียนในสมัยรัชกาลที่ 5 หรือ 6 ก็เป็นที่ต้องการของตลาดมากเช่นกัน

7.ควรสะสมให้ครบชุดไม่ว่าจะเป็นแสตมป์ที่ยังไม่ใช้หรือใช้แล้วก็ตาม

8.ต้องไม่หยิบจับแสตมป์บ่อยๆเพราะจะทำให้แสตมป์ช้ำ และยับ การจัดแสตมป์ลงอัลบั้มก็ควรใช้ปากคีบหนีบแสตมป์เท่านั้น

9.พิจารณางบประมาณของตัวเราก่อนว่าจะเลือกรูปแบบการสะสมอย่างไร

10.หมั่นตรวจสอบตลาดแสตมป์อย่างน้อยปีละครั้งเพื่อดูราคาของแสตมป์ที่สะสมไว้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรบ้าง เทียบกับราคาตอนซื้อมาแล้วเท่ากับผลตอบแทนได้เท่าไหร่
 กลับขึ้นบน
มิสเตอร์M
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 29
#6 วันที่: 16/12/2013 @ 14:19:47 :
แนะนำหนังสือหุ้น หนังสือเจาะหุ้นVIโรงพยาบาล เป็นหนังสือเกี่ยวกับข้อมูลของโรงพบาลไทยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่จะซื้อเก็บไว้ศึกษาเป็นข้อมูลในการลงทุน ล่าสุดวางแผงได้อาทิตย์เดียว ยอดจำหน่ายในร้านนายอินทร์ติดอัน16 และในร้านซีเอ็ดบุ๊คส์เซ็ฯเตอร์ติดอันดับ40 ในหมวดบริหารธูรกิจ และคงจะยิ่งแรงขึ้นไปอีกในปี2557
ไฟล์แนบ
 กลับขึ้นบน
firstcy
สมาชิก

จังหวัด: นครราชสีมา
โพสต์: 62
#7 วันที่: 03/11/2015 @ 21:46:24 :
สุดยอดไปเลยครับ


----------------------------

จีคลับ / คาสิโน / บาคาร่าออนไลน์

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com