April 27, 2017   6:05:53 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องสาระน่ารู้ > มาลงทุนกันเถอะ ตอน7 # ลงทุนในเพชร และอัญมณี
 

mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
วันที่: 25/05/2012 @ 14:18:04
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน



การลงทุนในเพชรและอัญมณีมีค่านั้นได้รับความนิยมมาตั้งแต่โบราณแล้ว เนื่องจากมีความสวยงาม ทำให้คนมักจะนำมาทำเป็นเครื่องประดับ อีกทั้งในบางประเทศก็ยังเชื่อว่าการได้สวมเครื่องประดับที่ทำจากอัญมณีประจำเดือนเกิดจะช่วยให้เกิดมงคลแก่ผู้สวมใส่ได้ด้วย ตามตารางข้างล่างนี้ครับ



เนื่องจากอัญมณีเป็นสินทรัพย์ที่มีอยู่อย่างจำกัด ทำให้ได้รับการยอมรับว่าสามารถสู้กับภาวะเงินเฟ้อได้ดี ยิ่งขุดมาใช้มากเท่าไหร่ ซัพพลายก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น ดังนั้นราคาจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ อีกทั้งการที่หลายๆประเทศไม่เก็บภาษีจึงทำให้เป็นการจูงใจให้คนนิยมมาลงทุนในอัญมณีเช่นกัน


การลงทุนในอัญมณีส่วนใหญ่กว่า 90% จะเป็นการลงทุนในเพชรเป็นหลัก เพราะมีราคาดีกว่าอัญมณีชนิดอื่นๆ ที่เหลือก็จะเป็นการลงทุนในพลอยเช่น ทับทิม ไพลิน และมรกตเป็นต้น ด้วยเหตุนี้สินทรัพย์ลงทุนประเภทอัญมณีจึงแบ่งออกได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ กลุ่มเพชร ( มีทั้งแบบใสไม่มีสีและชนิดมีสีต่างๆ) และกลุ่มพลอย หมายถึงอัญมณีชนิดต่างๆ เช่นทับทิม ไพลิน มรกต หยก ฯลฯ โดยพลอยที่นิยมลงทุนมากจะเป็นพวก ทับทิม บุษราคัม และมรกต ซึ่งบางส่วนสามารถผลิตได้ในเมืองไทย


ด้วยความหายาก และมีเหลือน้อยลงทุกที ขณะที่ความต้องการเพชรน้ำงามยังมีมากขึ้นเรื่อยๆ เป็นเหตุให้ราคาเพชรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตลอด ซึ่งช่วงที่เพชรมักปรับราคาขึ้นมากเป็นพิเศษมักจะเป็นช่วงที่เงินเฟ้อ และดอลล่าร์สหรัฐอ่อนค่าลง ที่เป็นเช่นนี้ก็เนื่องจากเพชรเป็นสินทรัพย์แท้จริงประเภทหนึ่ง ที่สามารถรักษามูลค่าได้ดีคล้ายๆทองคำ ดังนั้นเมื่อคนไม่มั่นใจที่จะถือครองดอลล่าร์ก็จะหันมาลงทุนในเพชรแทน


หากจะพิจารณาผลตอบแทนจากการลงทุนเพชรในเมืองไทยย้อนหลัง 10 ปีที่ผ่านมา จะพบว่าการลงทุนในเพชร จะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยปีละ 6.67% นับว่าให้ผลตอบแทนในระดับที่น่าพอใจทีเดียว นั่นจึงเป็นเหตุผลให้กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ รวมถึงอีกหลายๆกองทุนทางเลือกทั้งหลาย เข้ามาลงทุนในเพชรเพื่อใช้เป็นตัวสู้กับภาวะเงินเฟ้อ และกระจายการลงทุนกัน ซึ่งก็ยิ่งเป็นผลดีต่อมูลค่าของเพชรในระยะยาว

 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#1 วันที่: 25/05/2012 @ 14:21:43 :



การประเมินคุณค่าของอัญมณี


โดยทั่วไปตามหลักสากลจะอาศัยหลัก 4C ( The Four Cs ) ในการประเมินดังนี้ครับ


Carat (กะรัต)  คือหน่วยวัดน้ำหนักของเพชรซึ่งมีค่าเท่ากับ 200 มิลลิกรัม ( 1/5ของกรัม ) ความสัมพันธ์ระหว่างน้ำหนักและมูลค่าจะมีความสัมพันธ์แบบก้าวกระโดด กล่าวคือ อัญมณีขนาด 1/4 กะรัต 4 เม็ด จะมีมูลค่าน้อยกว่าอัญมณี 1 กะรัตเม็ดเดียว และอัญมณีขนาด 2 กะรัต จะมีมูลค่ามากกว่าขนาด 1 กะรัต ถึง 3-4 เท่า แต่ยิ่งอัญมณีมีขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าไหร่ ความซื้อง่ายขายคล่องก็จะลดลงมากเท่านั้นด้วย


Color (สีของอัญมณี) ปกติสีของอัญมณีจะบอกเกรดของตัวมันเอง สำหรับเพชรยิ่งมีสีมากเท่าไหร่ มูลค่ายิ่งน้อยลงเท่านั้น เพชรที่มีมูลค่าสูงๆ จะต้องไม่มีสีใดๆเข้ามาเจือปนเลย หรือถ้าจะมีก็ต้องเป็นสีฟ้าอ่อน หรือที่เรียกกันว่า เพชรบลูไดมอนด์


Clarity (ความบริสุทธ์)  เป็นองค์ประกอบสำคัญอีกอย่างที่เอาไว้พิจารณาคุณภาพของเพชร ซึ่งมีรายละเอียดที่จะพิจารณาหลายอย่างด้วยกัน เช่น ตำหนิภายนอก มลทินภายใน ซึ่งมลทินภายในจะต้องพิจาณาเป็นพิเศษเกี่ยวกับจำนวน ความมากน้อย ตำแหน่งของมลทินเหล่านั้น ทั้งนี้เพชรและพลอยที่สะอาดบริสุทธ์ไร้มลทินจริงๆหาได้ยากมาก


Cut (การเจียระไน) เป็นองค์ประกอบที่ช่วยเพิ่มมูลค่าของเพชรและอัญมณีให้มีค่าสูงขึ้น การเจียระไนโดยช่างที่มีความชำนาญและประสบการณ์สูง จะช่วยให้เพชรมีความสมบูรณ์และมีมูลค่าสูงขึ้นด้วย


นอกจาก C4 ตัวที่ได้กล่าวไปแล้วนั้น ยังมี C อีกตัวหนึ่งที่ในปัจจุบันมีความสำคัญต่อนักลงทุนมากเช่นกันนั่นคือ Certification หรือ ใบรับรอง เพราะเป็นเครื่องยืนยันให้มั่นใจในคุณภาพของอัญมณีที่ลงทุนและยังเป็นเอกสารที่เอาไว้ใช้อ้างอิงเวลาซื้อขายด้วย แต่สิ่งที่ต้องระลึกถึงไว้เสมอก็คือ ห้องแล็บที่ออกใบรับรองแต่ละแห่งอาจมีมาตรฐานที่แตกต่างกันได้ และในใบรับรองจะรับรองเฉพาะคุณภาพ แต่จะไม่กล่าวถึงมูลค่าในการลงทุนแต่อย่างใด
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#2 วันที่: 25/05/2012 @ 14:24:00 :


 ข้อดีของการลงทุนในเพชร


1.ช่วยเป็นการกระจายการลงทุน
เนื่องจากทิศทางราคาเพชรไม่มีความสัมพันธ์กับการลงทุนประเภทอื่น โดยเฉพาะหุ้น และตราสารหนี้ ดังนั้น การเพิ่มเพชรเข้ามาในพอร์ตการลงทุนจึงเป็นการช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างหนึ่ง


2.การลงทุนในเพชรเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง
จากข้อมูลในอดีตยืนยันว่าเพชรเป็นสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงมาก ถ้าลงทุนระยะยาวจริงๆมักไม่ค่อยขาดทุน และมักจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อเสมอ


3.ตลาดเพชรค่อนข้างมีเสถียรภาพ
เนื่องจากคุณลักษณะของเพชรเอง ที่มีความแข็งที่สุด ดูแลง่าย นับวันมีแต่จะลดน้อยลงเรื่อยๆ และหายากขึ้นเรื่อยๆ

 
4.เพชรมีมูลค่าสูงแต่มีขนาดเล็กและเบา
สามารถขนย้ายได้สะดวกเก็บรักษาได้ง่าย ทั้งนี้เพชรยังถูกจัดให้เป็นทรัพย์สินเทียบเท่าเงินตราระหว่างประเทศที่ได้รับการยอมรับในหลายๆประเทศด้วย


5.มีความเป็นส่วนตัวสูง
เพราะเพชรมีขนาดเล็ก ทำให้สามารถปิดบัง ซ่อนเร้น ขนย้ายไปที่ไหนก็ได้โดยไม่ต้องให้ใครทราบว่าใครเป็นเจ้าของ ดังนั้นจึงปลอดภัยต่อการถูกโจรกรรมจากมิจฉาชีพและปลอดภัยจากการถูกควบคุมจากทางการได้
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#3 วันที่: 25/05/2012 @ 14:27:23 :


ข้อด้อยของการลงทุนในเพชร


1.มีข้อมูลให้ติดตามเกี่ยวกับเพชรน้อย
นิตยสารการเงิน รวมถึงนิตสารเกี่ยวกับการลงทุนต่างๆ มักไม่มีการเปิดเผยถึงความเคลื่อนไหวของราคาเพชร


2.มีสภาพคล่องต่ำ
เนื่องจากเพชรเป็นสินทรัพย์ที่ไม่มีตลาดกลางซื้อขายเพชรอย่างเป็นทางการเหมือนสินทรัพย์อื่นๆ ปกติการจะขายเพชรในตลาดต่างประเทศอาจต้องลดราคาลงจากราคาตลาดถึง 8-10% โดยผู้ซื้อจากผู้ลงทุน ก็คือร้านที่ขายเพชรให้ผู้ลงทุนนั่นเอง


นอกจากนี้ยังมีแหล่งซื้อขายเพชรที่สำคัญอีกแหล่งหนึ่งก็คือ สถาบันประมูลขนาดใหญ่ ซึ่งจะต้องเสียค่าคอมมิชชั่นประมาณ 10% ทั้งฝั่งผู้ซื้อและฝั่งผู้ขาย สถาบันประมูลที่มีชื่อเสียงก็อย่างเช่น คริสตี้ (Christie's) และอีกช่องทางในการขายเพชรให้ได้อย่างรวดเร็วก็คือ ใช้นายหน้าค้าเพชร ซึ่งจะพยายามขายให้เราภายใต้เงื่อนไขที่ดีที่สุด หรือที่เรียกว่า Best Effort ซึ่งการขายผ่านนายหน้านี้จะต้องเสียค่าคอมมิชชั่น 5-15% จะเห็นได้ว่าต้นทุนในการขายเพชรสูงกว่าต้นทุนในการขายหุ้นและตราสารหนี้มาก


3.มีข้อจำกัดเรื่องกระแสเงินสด
การลงทุนในเพชรจะไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย หรือเงินปันผลแต่อย่างใด ผลตอบแทนจะเกิดขึ้นเมื่อมีการขายเท่านั้นซึ่งต้องใช้เวลานาน ดังนั้นผู้ที่คิดจะลงทุนในเพชร จึงควรเป็นผู้ที่ใช้เงินเย็นในการลงทุนเท่านั้น


4.เสถียรภาพของประเทศผู้ผลิตเพชร
ความไม่มีเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศผู้ผลิตโดยเฉพาะประเทศแถบแอฟริกา มีโอกาสกระทบตลาดเพชรเสมอ


5.ความเสี่ยงในการสูญหายหรือถูกขโมยได้ง่าย
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#4 วันที่: 25/05/2012 @ 14:30:10 :


ข้อแนะนำในการลงทุนในเพชร


1.ซื้อเพชรจากผู้ขายที่น่าเชื่อถือและไว้ใจได้เท่านั้น

2.ควรลงทุนในเพชรที่มีใบรับรองคุณภาพเพชรเท่านั้น

3.เลือกซื้อเพชรที่ผ่านการเจียรนัยแล้วเป็นหลัก

4.เลือกซื้อเพชรคุณภาพดีตามกำลังทรัพย์ที่พอซื้อได้

5.กระจายการลงทุนในเพชรหลายๆขนาดเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง

6.อย่าซื้อเพชรที่เป็นชุดเครื่องประดับ

7.ต้องแน่ใจว่าเพชรที่ซื้อเป็นของแท้

8.อย่าซื้อเพชรเกินกว่าราคาตลาด

9.พิจารณาบริการอื่นๆของผู้ขายด้วย เช่นรับประกันกรณีสูญหายหรือถูกขโมย

10.ทำหลักฐานรูปพรรณสัณฐานของเพชรที่ลงทุนเสมอ

11.เลือกซื้อเพชรจากหลายๆร้านเพื่อเลือกเงื่อนไขที่ดีที่สุด

12.ลงทุนในเพชรตามความต้องการของตลาด กล่าวคือ ต้องลงทุนในเพชรที่หายากและเป็นของดีจริงๆเท่านั้น
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#5 วันที่: 25/05/2012 @ 14:35:45 :
อัญมณีในไทย

ในเมืองไทย นอกจากเพชรแล้ว ยังมีอัญมณีชนิดอื่นที่ได้รับความนิยมในการเข้าลงทุนบ้างเหมือนกัน และอัญมณีที่ได้รับความนิยมสูงที่สุดก็คือ ทับทิม , บุษราคัม และมรกต




ทับทิม


เป็นอัญมณีที่มีค่าและราคาแพงมากที่สุดในบรรดาแร่คอรันดัมทั้งหมด โดยสีที่ได้รับการยอมรับ และได้รับความนิยมที่สุดคือสีแดงเข้มบริสุทธิ์ปนสีน้ำเงินเล็กน้อย หรือที่เรียกว่าสีเลือดนกพิราบ ซึ่งเป็นสีของทับทิมคุณภาพสูงที่มีในพม่าและทั่วโลกยอมรับว่ามีความสวยงามที่สุด สำหรับในเมืองไทยชาวบ้านจะเรียกทับทิมว่าพลอยแดง ส่วนมากที่พบในไทยจะมีสีแดงอมม่วงถึงแดงอมดำ ซึ่งก็จัดเป็นทับทิมคุณภาพสูงไม่แพ้พม่าเช่นกัน



 
บุษราคัม

เป็นอัญมณีประเภทคอรันดัมที่มีสีเหลือง พบตามธรรมชาติเป็นแร่เดียวกับทัมทิม ไพลิน เขียวส่อง และพวก Fancy sapphire แต่ส่วนมากที่ขายกันในตลาดจะได้จากการเผาพลอยคอรันดัมที่มีสีเหลืองจางทำให้สีมีความเข้มขึ้น จะได้ขายได้ราคาสูง บุษราคัมมีหลายเฉดสีและหลายชื่อเรียก ถ้ามีสีออกเหลืองอ่อนเรียกบุษย์น้ำเพชร, สีอมเขียวเรียกบุษย์น้ำแตง, สีเหลืองทองเรียกบุษย์น้ำทอง, สีคล้ายเหล้าเรียกบุษย์น้ำแม่โขง, สีเหลืองเข้มมากเรียกบุษย์น้ำขมิ้นเน่า, สีเหลืองออกส้มเรียกบุษย์น้ำจำปา บุษย์น้ำแม่โขง และบุษย์น้ำทอง จะเป็นที่นิยมและมีราคาแพง โดยบุษย์น้ำโขงจะแพงกว่าเพื่อน



 
มรกต

เป็นอัญมณีที่เกิดจากการผสมกันระหว่างโครเมี่ยมกับเบริล มรกตที่มีคุณภาพสูงจะต้องมีสีเขียวตลอดทั้งเม็ด ส่วนในเรื่องของตำหนิ มรกตตามธรรมชาติจะมีตำหนิในตัวเองทุกชิ้นแต่จะมีมากมีน้อย และตำแหน่งของตำหนิจะส่งผลถึงมูลค่าของชิ้นมรกตนั้นๆ แหล่งผลิตมรกตที่มีชื่อเสียงเป็นที่นิยมที่สุดในโลกมาจากโคลัมเบีย ซึ่งได้รับการยกย่องว่างามที่สุดในโลก ราคาจึงมักสูงกว่ามรกตจากแหล่งอื่นๆ ส่วนการดูแลรักษานั้น ไม่ควรนำมาใส่บ่อย หรือใช้งานหนักเพราะมรกตมีความเปราะ ทนแรงกระแทกไม่ค่อยดี
 
 กลับขึ้นบน
มิสเตอร์M
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 29
#6 วันที่: 16/12/2013 @ 14:20:28 :
แนะนำหนังสือหุ้น หนังสือเจาะหุ้นVIโรงพยาบาล เป็นหนังสือเกี่ยวกับข้อมูลของโรงพบาลไทยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่จะซื้อเก็บไว้ศึกษาเป็นข้อมูลในการลงทุน ล่าสุดวางแผงได้อาทิตย์เดียว ยอดจำหน่ายในร้านนายอินทร์ติดอัน16 และในร้านซีเอ็ดบุ๊คส์เซ็ฯเตอร์ติดอันดับ40 ในหมวดบริหารธูรกิจ และคงจะยิ่งแรงขึ้นไปอีกในปี2557
ไฟล์แนบ
 กลับขึ้นบน
firstcy
สมาชิก

จังหวัด: นครราชสีมา
โพสต์: 61
#7 วันที่: 30/10/2015 @ 22:44:51 :
สวยมากๆเลยครับ

-----------------------

บาคาร่า / คาสิโนออนไลน์ / gclub

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com