August 19, 2017   1:14:38 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องสาระน่ารู้ > มาลงทุนกันเถอะ ตอน1 # ทางเลือกในการลงทุน
 

mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
วันที่: 06/02/2012 @ 11:21:44
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

 



ปัจจุบันนี้เศรษฐกิจทั้งในไทยและทั่วโลกต่างอยู่สภาวะผันผวนและเอาแน่เอานอนอะไรไม่ค่อยได้ ผู้คนมากมายต่างหาช่องทางที่จะเอาเงินที่มีไปลงทุนทำอะไรสักอย่าง แต่ปัญหาที่พบส่วนใหญ่คือ ไม่รู้จะเอาเงินไปทำอะไรดี ??  มาครับ วันนี้ผมมีบทความดีดีที่จะช่วยแนะนำว่า เรามีทางเลือกในการลงทุนรูปแบบใดบ้าง



ในทางปฎิบัติเราอาจแยกสินทรัพย์การลงทุนได้ 3 กลุ่มใหญ่ๆ คือ


1.การลงทุนในตลาดเงิน (Money Market) ซึ่งจะเป็นตราสารลงทุนระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน 1 ปี เช่น เงินฝาก ตั๋วเงินคลัง ตั๋วสัญญาใช้เงิน บัตรเงินฝาก ฯลฯ ซึ่งตราสารเหล่านี้สามารถหาซื้อได้ที่ธนาคารพาณิชย์ และสถาบันการเงินต่างๆ


2.ตราสารในตลาดทุน (Capital Market) คือตราสารลงทุนระยะยาวเกิน 1 ปีขึ้นไป เช่น หุ้น หุ้นกู้ พันธบัตร เป็นต้น ส่วนใหญ่จะไม่สามารถซื้อขายที่ธนาคารพาณิชย์ได้ ต้องทำการซื้อขายผ่านบริษัทหลักทรัพย์ต่างๆ



3.การลงทุนทางเลือก (Alternative Investments) คือการลงทุนในทรัพย์สมบัติต่างๆเช่น อสังหาริมทรัพย์ ทองคำ เพชร ของสะสม พระเครื่อง เป็นต้น ส่วนใหญ่มักจะเป็นตลาดแบบไม่เป็นทางการ


จะขออธิบายคร่าวๆว่าทั้งหมดนั้นมีอะไรบ้างนะครับ แล้วเราจะมาลงในรายละเอียดในบทต่อๆไปครับ

แก้ไขโดย: ผู้ดูแลระบบ
วันที่: 06 กุมภาพันธ์ 2555 @ 13:50:05

 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#1 วันที่: 06/02/2012 @ 11:25:30 :


บัญชีเงินฝากประจำ
เป็นเงินฝากที่กำหนดระยะเวลา แล้วแต่ธนาคารจะเป็นผู้กำหนด การลงทุนแบบนี้เหมาะกับผู้ที่ต้องการได้รับดอกเบี้ยที่แน่นอนในอัตราที่สูงกว่าเงินฝากประเภทอื่น แต่ข้อเสียของการลงทุนรูปแบบนี้คือ หากฝากไม่ครบกำหนดก็จะไม่ได้ดอกเบี้ย และดอกเบี้ยที่ได้ก็ยังต้องหักภาษี 15 % ด้วย


บัญชีเงินฝากออมทรัพย์
เหมาะกับผู้ที่ต้องการสะสมเงินไว้ใช้ยามจำเป็น สามารถเปิดบัญชีได้สะดวก ฝากถอนได้ทุกวัน วันละกี่ครั้งก็ได้โดยธนาคารจะให้ดอกเบี้ยทุกๆ 6 เดือน คำนวณให้ทุกวัน จากยอดคงเหลือแต่ละวัน ข้อดีของการฝากเงินแบบนี้คือได้รับยกเว้นภาษีดอกเบี้ย และใช้เป็นหลักประกันเครดิตได้อีกด้วย  


 
บัญชีเงินฝากออมทรัพย์ชนิดพิเศษไม่เสียภาษี
เป็นเงินฝากระยะ 24 เดือนที่ได้รับสิทธิพิเศษ คือได้รับยกเว้นภาษีดอกเบี้ยเงินฝาก มีเงื่อนไขคือต้องฝากเงินทุกเดือนๆละครั้ง เป็นจำนวนเท่ากันทุกเดือน สามารถเปิดบัญชีฝากเดือนละตั้งแต่ 1,000 - 25,000 บาท ทั้งนี้การนำฝากเงินจะสามารถขาดได้ไม่เกิน 2 ครั้ง แต่ละคนจะเปิดบัญชีแบบนี้ได้คนละ 1 บัญชีเท่านั้น และข้อดีของเงินฝากประเภทนี้คือ จะได้ดอกเบี้ยที่สูงกว่าฝากแบบปกติ และถึงแม้จะฝากไม่ครบกำหนด (แต่ต้องเกิน 3 เดือน) ก็ยังได้ดอกเบี้ยอัตราเท่าดอกเบี้ยเงินฝากปกติหักภาษี 15% ด้วย


ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange )
 เป็นตราสารที่ธุรกิจขนาดใหญ่เป็นผู้ออกให้เพื่อจัดหาทุนระยะสั้นในตลาดเงิน โดนผลตอบแทนที่ผู้ลงทุนได้รับ จะเป็น"ส่วนลดรับ" แทนดอกเบี้ย หมายถึงว่า เราจะซื้อตั๋วแลกเงินในราคาที่ต่ำกว่าหน้าตั๋ว แล้วเมื่อถึงกำหนด เราก็เอาตั๋วไปไถ่ถอนได้รับเงินคืนตามราคาหน้าตั๋วนั้นๆครับ


ตั๋วเงินคลัง (Treasury Bill)
เป็นหลักทรัพย์ที่รัฐบาลออกมาเพื่อกู้ระยะสั้น  ส่วนมากจะอายุ 63 วันและ 182 วัน ผู้ที่อยากจะลงทุนสามารถประมูลซื้อหรือซื้อผ่านธนาคารแห่งประเทศไทย


ตั๋วสัญญาใช้เงิน
เป็นตราสารหนี้ระยะสั้นที่ออกโดยสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร เพราะสถาบันการเงินเหล่านี้ออกสมุดคู่ฝากไม่ได้ ส่วนใหญ่มักจะออกเป็นตั๋วสัญญาที่ระบุ จำนวนเงินไว้ที่หน้าตั๋วพร้อมดอกเบี้ยในวันที่กำหนด
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#2 วันที่: 06/02/2012 @ 11:39:32 :


หุ้นสามัญ
ออกโดยบริษัทมหาชนจำกัด เพื่อระดมทุนจากประชาชน โดยผู้ที่ถือหุ้นมีสิทธิร่วมเป็นเจ้าของบริษัท มีสิทธิมีเสียงในการลงมติในที่ประชุมด้วย นอกจากนี้ยังได้รับการจ่ายเงินปันผล ได้โอกาสทำกำไรจากส่วนต่างราคาของหุ้นที่สูงขึ้น แต่ทั้งนี้ ผลตอบแทนของหุ้นสามัญมักไม่มีความแน่นอนขึ้นอยู่กับผลการดำเนินงานของบรัษัทนั้นๆ และปัจจัยภายนอกอื่นๆ


หน่วยลงทุน
คือตราสารที่ออกโดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม (บลจ.) โดยจะนำเงินของประชาชนมาบริหารกองทุนให้ได้ผลตอบแทนสูงสุดแล้วนำมาเฉลี่ยคืนให้ผู้หน่วยในรูปของเงินปันผล ข้อดีของการลงทุนแบบนี้คือ จะมีผู้บริหารมืออาชีพคอยดูแลเงินลงทุนแทน มีการกระจายความเสี่ยง และมีอำนาจต่อรองมากกว่าเพราะเป็นเงินกองทุนก้อนใหญ่


พันธบัตร (Bond)
คือตราสารการกู้เงินระยะยาวที่ออกโดยภาครัฐ จะให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยรับ และมูลค่าส่วนเกินทุน ( ในกรณีซื้อขายในตลาดรอง)


หุ้นกู้
เป็นตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชนเพื่อกู้เงินระยะยาวจากนักลงทุน ผู้ลงทุนจะมีฐานะเป็นเจ้าหนี้ของกิจการ ซึ่งจะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยตามระยะเวลาและตามอัตรที่กำหนด


หุ้นกู้แปลงสภาพ
มีลักษณะคล้ายกับหุ้นกู้แตกต่างกันที่หุ้นกู้แปลงสภาพจะสามารถแปลงเป็นหุ้นสามัญได้ในช่วงเวลา อัตรา และราคาที่กำหนด หุ้นประเภทนี้มักจะได้รับความนิยมมากในช่วงที่เศรษฐกิจดีๆ เพราะผู้ซื้อคาดหวังผลตอบแทนที่จะได้รับจากราคาหุ้นสามัญเมื่อแปลงสภาพแล้ว ซึ่งจะทำกำไรให้ได้มากกว่าผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ยของหุ้นกู้ธรรมดา


ตราสารอนุพันธ์
เป็นตราสารที่ผูกผลตอบแทนเอาไว้กับราคาของสินค้าอ้างอิง อาจจะเป็นหุ้น ดัชนีราคาหุ้น ดอกเบี้ย หรือสินค้าอื่นๆก็ได้ การลงทุนแบบนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการลงทุนในหลักทรัพย์ จึงไม่มีส่วนของการเป็นเจ้าของกิจการ
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#3 วันที่: 06/02/2012 @ 11:49:38 :



อสังหาริมทรัพย์

ตัวอย่างก็เช่น ลงทุนในที่ดินเปล่า บ้านให้เช่า คอนโดมิเนี่ยม รวมถึงหน่วยลงทุนที่ลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งการลงทุนเหล่านี้จะได้ผลตอบแทนในรูปของส่วนต่างราคา ค่าเช่า ภาษี หรือเงินปันผล

 
สินค้าโภคภัณฑ์
ตัวอย่างเช่น ทองคำ น้ำมัน สินค้าการเกษตรซึ่งจะมีความเคลื่อนไหวราคาไปตามอุปสงค์อุปทานของตลาดโลก


โลหะมีค่าอื่นๆ
ยังมีโลหะมีค่าอย่างอื่นนอกจากทองคำ ที่สามารถลงทุนได้เช่นกัน ในปัจจุบันโลหะมีค่าที่กำลังได้รับความนิยมในการลงทุนก็เช่น ทองแดง เงิน นิกเกิล ทองคำขาว พาลาเดียม เป็นต้น ทั้งนี้ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ราคาโลหะมีค่าหลายๆตัวได้ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าทองคำมาก  เช่น ทองแดง พาลาเดียม และสังกะสี
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#4 วันที่: 06/02/2012 @ 11:52:44 :


อัญมณีและของสะสม
นับเป็นสินทรัพย์ลงทุนที่มีโอกาสได้ผลตอบแทนในรูปของส่วนต่างราคาสูงมาก และยังทำให้เกิดความพึงพอใจจากการได้ถือครองด้วย แต่ความเสี่ยงก็คือ มันไม่มีมูลค่าที่แท้จริงเพื่อใช้ในการตัดสินใจลงทุน แต่เป็นที่ความพึงพอใจและความชอบส่วนบุคคลที่ทำให้ราคาสูงหรือต่ำ อีกทั้งยังขาดสถาบันที่เป็นกลางในการประเมินราคาด้วย  ปัจจุบันสินทรัพย์ที่นิยมลงทุนก็เช่น เพชร ทับทิม มรกต บุษราคัม แสตมป์ เหรียญโลหะ เครื่องเซรามิกจีนเก่า เครื่องลายคราม หนังสือเก่า งานศิลป์ ภาพเขียน พระเครื่อง เป็นต้น


หลักพื้นฐานสำหรับการลงทุนแบบนี้ก็คือ จะต้องเป็นของสะสมที่หายาก และมีจำนวนน้อย อาจจะมีแค่ไม่กี่ชิ้นในโลก ยิ่งมีน้อยเท่าไหร่ยิ่งดีครับ  และถ้ายิ่งมีเอกลักษณ์ มีคุณค่า สวยงาม มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ด้วยแล้วหล่ะก็ยิ่งจะทำให้คนจำนวนมากอยากเข้ามาครอบครองเป็นเจ้าของยิ่งขึ้นด้วย
 กลับขึ้นบน
mama
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 82
#5 วันที่: 06/02/2012 @ 11:54:41 :
จุดเด่นจุดด้อยของการลงทุนในแต่ละประเภท


แน่นอนว่าสินทรัพย์แต่ละอย่างก็ย่อมจะมีจุดที่ดี และไม่ดีอยู่ในตัวด้วยกันทั้งสิ้น เพื่อจะให้เห็นภาพที่ชัดเจน จึงขอสรุปภาพกว้างๆของสินทรัพย์แต่ละประเภทว่ามีช่วงเวลาที่เหมาะแก่การลงทุนว่า เมื่อไหร่ ยังไงบ้างนะครับตามตารางข้างล่าง




บทต่อไป เราจะมาพูดถึงตลาดที่ใช้ในการลงทุนกันครับ โปรดติดตาม~
 กลับขึ้นบน
มิสเตอร์M
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 29
#6 วันที่: 16/12/2013 @ 14:23:01 :
แนะนำหนังสือหุ้น หนังสือเจาะหุ้นVIโรงพยาบาล เป็นหนังสือเกี่ยวกับข้อมูลของโรงพบาลไทยที่อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เหมาะสำหรับนักลงทุนที่จะซื้อเก็บไว้ศึกษาเป็นข้อมูลในการลงทุน ล่าสุดวางแผงได้อาทิตย์เดียว ยอดจำหน่ายในร้านนายอินทร์ติดอัน16 และในร้านซีเอ็ดบุ๊คส์เซ็ฯเตอร์ติดอันดับ40 ในหมวดบริหารธูรกิจ และคงจะยิ่งแรงขึ้นไปอีกในปี2557
ไฟล์แนบ
 กลับขึ้นบน
dookdui
สมาชิก

จังหวัด: เชียงใหม่
โพสต์: 8
#7 วันที่: 22/05/2014 @ 14:34:05 :
 กลับขึ้นบน
firstcy
สมาชิก

จังหวัด: นครราชสีมา
โพสต์: 61
#8 วันที่: 14/10/2015 @ 18:23:54 :
 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com