August 24, 2019   4:05:41 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > 47 หุ้น P/E ถูก-เทรดต่ำบุ๊ค พ่วงปัจจัยหนุน!
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 13,596
วันที่: 05/07/2019 @ 08:14:46
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

จากการสำรวจข้อมูลย้อนหลังของทีมข่าว “ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์” พบว่า ในช่วงครึ่งปีแรก 2562 ราคาหุ้นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์(SET) หลายตัวปรับตัวต่ำกว่าพื้นฐาน และในช่วงดังกล่าวพบว่าราคาหุ้นซื้อขายต่ำกว่า P/E ตลาดฯเทียบ ณ วันที่ 4 ก.ค.62 อยู่ที่ 18.72 เท่า นอกจากนี้ยังเป็นหุ้นที่ P/BV (Price/Book Value) ไม่เกิน 1 เท่า และราคาหุ้นยังต่ำกว่ามูลค่าหุ้นตามบัญชี

โดยจากการสำรวจมีหุ้นที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าวมีทั้งหมด 47 ตัว ดังตารางนำมาประกอบ เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับนักลงทุน นอกจากนี้หุ้นบางตัวยังมีปัจจัยบวกและอัพไซด์สูงเมื่อนำมาเทียบกับราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus อาทิ TMB,BANPU,AH,SENA, PF,TCAP,ANAN และ AP เป็นต้น

สำหรับธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TMB ราคาหุ้นต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงเนื่องจากราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 2.26 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 15.31% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มแบงก์จะกลับมา outperform ในครึ่งปีหลัง แม้ว่าสินเชื่อ 5 เดือนแรกแทบไม่ขยับ +0.78% YTD แต่กลุ่มแบงก์ซึมซับปัจจัยลบไปมากแล้ว ทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง สินเชื่อชะลอ รายได้ค่าธรรมเนียมหดตัว ทำให้ PBV ปัจจุบันอยู่ที่ 0.98 เท่า และดัชนี SETBANK (+2% YTD) laggard SET (+10% YTD) เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลและเดินหน้าโปรเจ็คต่างๆ จะปลดล็อกหุ้นกลุ่มแบงก์ให้กลับมา outperform ได้

ด้านบริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงเนื่องจากราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 76.00 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 18.75% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

โดยนายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ PTTGC เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้จากการขายปี 64 จะเติบโตราว 7% จาก 5.15 แสนล้านบาทในปี 61 หลังจาก 3 โครงการปิโตรเคมีใหม่ มูลค่ารวมเกือบ 1 แสนล้านบาท ในพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) จะแล้วเสร็จพร้อมเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ในปลายปี 63 ซึ่งจะผลักดันให้กำลังการผลิตรวมของบริษัทเพิ่มขึ้น

ส่วนบริษัท บ้านปู จำกัด (มหาชน) หรือ BANPU ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง เนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 18.33 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 22.20% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

ด้านบริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง เนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 25.97 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 34.56% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

โดยนายเย็บ ซู ชวน ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาปิโก ไฮเทค จำกัด (มหาชน) หรือ AH เปิดเผยว่า แนวโน้มรายได้ของบริษัทในช่วงไตรมาส 2/62 คาดว่าจะเติบโตมากกว่าไตรมาส 1/62 และช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากลูกค้าค่ายรถยนต์รายใหญ่ที่มีโรงงานผลิตในประเทศมีคำสั่งผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อเตรียมใช้กับรถยนต์รุ่นใหม่ที่จะเปิดตัวในช่วงไตรมาส 3/62 เข้ามา

นอกจากนี้ บริษัทยังมีรายได้ที่มาจากการร่วมทุนกับบริษัท วินฟาสท์ เทรดดิ้ง แอนด์ โปรดักชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของกลุ่มบริษัทวินกรุ๊ป ประเทศเวียดนาม ในการตั้งโรงงานผลิตชิ้นส่วนโลหะปั๊มขึ้นรูปและประกอบตัวถังรถยนต์ที่ VINFAST Supplier Park เมืองไฮฟอง เพื่อผลิตตัวถังรถยนต์ (Body in White) โดยในไตรมาส 1/62 ทำรายได้เข้ามาแล้ว 200 ล้านบาท และคาดว่าจะมีการเติบโตต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาส 2/62 เป็นต้นไป ซึ่งจะช่วยเข้ามาหนุนรายได้ของบริษัทให้เติบโตขึ้น

ส่วนบริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรงเนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 4.46 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 25.99% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

โดยนางสาวเกษรา ธัญลักษณ์ภาคย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เสนาดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ SENA เปิดเผยว่า บริษัทฯ ยังคงเป้าหมายยอดขาย (Presale) ในปี 62 ไว้ที่ 19,600 ล้านบาท แม้ในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมายอดขายไม่เป็นไปตามคาด เนื่องจากได้รับผลกระทบจากมาตรการคุมสินเชื่อ (LTV) ใหม่ ที่ส่วนใหญ่จะกระทบกับลูกค้าที่ต้องการซื้อบ้านหลังที่ 2 และ 3 ซึ่งคิดเป็นกว่า 20% ของตลาดโดยรวม

รวมถึงภาวะเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่ดีขึ้น และความเชื่อมั่นทางการเมืองที่มีต่อผู้นำประเทศ แต่อย่างไรก็ตามเชื่อว่าในครึ่งปีหลังนี้ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์น่าจะฟื้นตัวดีขึ้น จากการมีรัฐบาลที่ชัดเจน ซึ่งมองว่ารัฐบาลที่เข้ามาจะต้องกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์อย่างแน่นอน

ขณะที่ในช่วงหลังจากนี้บริษัทฯ มีแผนเปิดตัวโครงการใหม่ (รวมโครงการร่วมทุน เสนาฮันคิว) จำนวน 13 โครงการ มูลค่า 37,000 ล้านบาท โดยจะเริ่มตั้งแต่เดือนมิ.ย.นี้เป็นต้นไป ส่วนครึ่งปีแรกที่ผ่านมายังไม่มีการเปิดตัวโครงการใหม่ เป็นเพียงการขายในโครงการเดิมเท่านั้น

สำหรับบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SC ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง เนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 3.51 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 19.36% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

ด้านบริษัท ทุนธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TCAP ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง เนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 58.45 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 5.32% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ว่า กลุ่มแบงก์จะกลับมา outperform ในครึ่งปีหลัง แม้ว่าสินเชื่อ 5 เดือนแรกแทบไม่ขยับ +0.78% YTD แต่กลุ่มแบงก์ซึมซับปัจจัยลบไปมากแล้ว ทั้งแนวโน้มดอกเบี้ยขาลง สินเชื่อชะลอ รายได้ค่าธรรมเนียมหดตัว ทำให้ PBV ปัจจุบันอยู่ที่ 0.98 เท่า และดัชนี SETBANK (+2% YTD) laggard SET (+10% YTD) เชื่อว่าการจัดตั้งรัฐบาลและเดินหน้าโปรเจ็คต่างๆ จะปลดล็อกหุ้นกลุ่มแบงก์ให้กลับมา outperform ได้ โดย Top picks เป็น BBL (TP 245 บาท) KBANK (TP 212 บาท) และ TCAP (TP 60 บาท)

ส่วนบริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง เนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 4.77 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 24.22% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.62

โดยนายชัยยุทธ ชุณหะชา ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือ ANAN เปิดเผยว่า บริษัทฯ สามารถทำยอดขายได้สูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะในช่วงไตรมาส 2/62 สามารถสร้างยอดขายกว่า 6,100 ล้านบาท เติบโต 27% จากไตรมาสแรก ส่งผลให้ช่วงครึ่งปีแรกบริษัทมียอดขายสะสมกว่า 10,915 ล้านบาท มาจากการขายโครงการเดิมที่มีอยู่ในมือเป็นหลัก ซึ่งมีการตอบรับที่ดีจากลูกค้าถือว่าเป็นผลการดำเนินงานที่น่าพอใจในสถานการณ์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่มีความท้าทายทั้งปัจจัยภายในประเทศและต่างประเทศ และเชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยโดยเฉพาะใกล้รถไฟฟ้ายังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง

ด้านบริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP ราคาหุ้นยังต่ำกว่าพื้นฐานและมีโอกาสปรับตัวขึ้นแรง เนื่องราคาเฉลี่ยจาก Bloomberg Consensus ให้ราคาเป้าหมายที่ระดับ 8.82 บาท หรือคิดเป็นอัพไซด์ 12.36% เทียบราคา ณ 28 มิ.ย.

โดยนายวิทการ จันทวิมล รองกรรมการผู้อำนวยการ สายงานกลยุทธ์องค์กรและการสร้างสรรค์ บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน) หรือ AP เปิดเผยถึงแผนการเปิดโครงการใหม่ครึ่งปีหลังว่า เอพีจะยังคงดำเนินงานตามแผนที่วางไว้ เปิดตัว 23 โครงการใหม่ มูลค่า 27,265 ล้านบาท เป็นทาวน์โฮมจำนวน 12 โครงการ มูลค่า 9,250 ล้านบาท บ้านเดี่ยว 10 โครงการ มูลค่า 11,715 ล้านบาท และคอนโดมิเนียม 1 โครงการ มูลค่า 6,300 ล้านบาท

อนึ่งโดยทั่วไปหุ้นที่มี P/E ratio สูงหมายความว่านักลงทุนยอมจ่ายแพงเพื่อซื้อหุ้นตัวนี้เมื่อเปรียบเทียบกับหุ้นอีกตัวที่มี P/E ต่ำกว่า แต่หลายคนมองว่าหุ้นที่มี P/E สูงๆ คือหุ้นที่แพง และหุ้นที่มี P/E ต่ำๆ คือหุ้นที่ถูก ดังนั้นการซื้อหุ้นที่มีราคาถูกย่อมจะมีโอกาสทำกำไรมากกว่าซื้อหุ้นที่แพง ส่วนค่า P/BV (Price/Book Value) ส่วนใหญ่ตัวเลขมาตรฐานที่มักจะใช้เป็นฐานก็คือ 1 เท่า หากสามารถซื้อหุ้นที่มีค่า P/BV น้อยกว่า 1 ก็หมายความว่านักลงทุนสามารถซื้อหุ้นได้ถูกหากราคาหุ้นต่ำกว่ามูลค่าทางบัญชีของบริษัท

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com