April 30, 2017   6:20:04 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > PACE ดึงฝรั่งร่วมทุน"มหานคร"8พันลบ.
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 11,598
วันที่: 11/01/2017 @ 08:36:48
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

"เพซ ดีเวลลอปเมนท์ฯ" เปิดทางสถาบันต่างชาติร่วมลงทุนโครงการมหานคร ดึงสถาบันการลงทุนยักษ์ใหญ่‘อพอลโล’และ ‘โกลแมน แซคส์’เข้าซื้อหุ้นเพิ่มทุนบริษัทย่อย รวมใส่เงินทั้งสิ้น 8.4 พันล้านบาท กดดี/อี ลดลงทันทีเหลือ 2-3 เท่า จากเดิม 8 เท่าใน Q1/60 มั่นใจปีนี้พลิกมีกำไร-ล้างขาดทุนสะสมได้หมด ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 2-3 แห่ง มูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาท


*** บอร์ดอนุมัติการเข้าลงทุนของผู้ร่วมทุน 2 สองราย
บมจ.เพซ ดีเวลลอปเมนท์ คอร์ปอเรชั่น (PACE)แจ้งมติที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่1/60 ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติการเข้าลงทุนของผู้ร่วมทุนจำนวนสองราย ได้แก่ อพอลโล เอเชีย สปรินท์ โฮลดิ้ง คอมปานี ลิมิเต็ด และโกลด์แมน แซคส์ อินเวสท์เม้นท์ส โฮลดิ้งส์ (เอเชีย) ลิมิเต็ด ในบริษัทย่อยของบริษัท คือ บจ.เพซ โปรเจ็ค วัน(PP1)และ บจ.เพซ โปรเจ็ค ทรี (PP3) เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้นประมาณ 235 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือเทียบเท่ากับประมาณ 8.44 พันล้านบาท
ผู้ร่วมทุนทั้ง 2 รายจะเพิ่มทุนใน PP1และ PP3 ประมาณ 216.20 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯหรือประมาณ 7.76 พันล้านบาท พร้อมให้กู้ยืมเงินจำนวน 18.80 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 675.29 ล้านบาท โดยบริษัทคาดว่าการเข้าลงทุนดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2560

*** อพอลโล-โกลแมนแซคส์ ใส่เงินร่วมทุน 8.4 พันลบ.
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร PACE เปิดเผยในเอกสารเผยแพร่ว่า การลงทุนครั้งนี้ประกอบด้วยสัดส่วนการลงทุนของอพอลโล 5.9 พันล้านบาท (165 ล้านเหรียญสหรัฐ) และโกลด์แมน แซ็คส์ (NYSE:GS)2.5 พันล้านบาท ( 70 ล้านเหรียญสหรัฐ ) ซึ่งจะร่วมลงทุนด้วยสัดส่วนการลงทุน 49% ใน 3 ส่วนหลักของโครงการมหานคร ได้แก่ โรงแรมบางกอก เอดิชั่น ส่วนรีเทล มหานคร คิวบ์ รวมถึงจุดชมวิว ออบเซอร์เวชั่นเด็คและรูฟท็อปบาร์ที่สูงที่สุดในประเทศไทย
การลงทุนที่จะเกิดขึ้นในครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่มีต่อประเทศไทย รวมถึงสร้างโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจและการลงทุนในอนาคตของการท่องเที่ยวไทย
“นับเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งที่สถาบันการลงทุนที่น่าเชื่อถืออันดับต้นๆ ของโลกอย่างอพอลโลได้ตกลงเป็นพันธมิตรทางธุรกิจกับเพซเพื่อลงทุนในโครงการที่พวกเราภาคภูมิใจอย่างมหานคร นอกจากนี้ ด้วยประสบการณ์ที่เชี่ยวชาญและความแข็งแกร่งทางการเงินของอพอลโล จะช่วยเพิ่มศักยภาพให้เพซสามารถขยายการลงทุนทั้งในไทยและต่างประเทศได้ดียิ่งขึ้น”
ฟิลิป มินทซ์ ผู้บริหารกลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเอเชียของอพอลโล กล่าวว่า อพอลโลรู้สึกยินดีที่ได้ร่วมลงทุนในสถาปัตยกรรมไอคอนระดับโลกอย่างมหานคร และเชื่อมั่นว่ามหานครจะเป็นหนึ่งในสินทรัพย์ที่ดีที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย

*** หนุนการเงินแกร่ง -ดีอีลดฮวบเหลือ 2-3 เท่า
นายสรพจน์ กล่าวว่า การลงทุนมูลค่า 8.4 พันล้านบาทในครั้งนี้จะสามารถสร้างความแข็งแกร่งทางการเงินและลดสัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทได้อย่างมีนัยสำคัญ จาก 8 เท่า เหลือ 2-3 เท่า ภายในงบ Q1/60
ในขณะที่โครงการที่พักอาศัยของเพซทั้งหมด 4 โครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ได้แก่ เดอะ ริทซ์-คาร์ลตัน เรสซิเดนเซส บางกอก ในโครงการมหานคร โครงการมหาสมุทรวิลล่า โครงการนิมิต หลังสวน และโครงการใหม่บนถนนนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมีมูลค่าโครงการทั้งหมดประมาณ 3 หมื่นล้านบาท รวมมูลค่าแบ็คล็อคทั้งหมด 1.75 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ไตรมาสแรกของปี 2560 เป็นต้นไป
ด้วยความร่วมมือของอพอลโล จะช่วยให้เพซมีสภาพคล่องทางการเงินและสามารถขยายธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มแบรนด์ไอคอนจากนิวยอร์ค ‘ดีน แอนด์ เดลูก้า’ ในประเทศไทย ญี่ปุ่น อังกฤษ และสหรัฐอเมริกาได้ตามแผนธุรกิจที่วางไว้ได้อย่างแข็งแกร่ง

*** มั่นใจปีนี้พลิกมีกำไร-ล้างขาดทุนสะสมได้หมด
นายสรพจน์ ให้สัมภาษณ์ในงานแถลงข่าวความร่วมมือและทิศทางการดำเนินงานของโครงการมหานคร ว่า มั่นใจว่าปีนี้จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้อีกครั้ง จากการทยอยรับรู้รายได้โครงการมหานครมูลค่ากว่า 9,000 ล้านบาท รวมถึงมีส่วนที่ยังเหลือขายอีกมูลค่า 5,000 ล้านบาท ซึ่งคาดหวังจะปิดการขายภายในปีนี้หรือปีหน้า รวมถึงสิ้นปีนี้บริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากโครงการมหาสมุทรบางส่วนมูลค่าประมาณ 1,000-2,000 ล้านบาทด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันบริษัทมี backlog รวมอยู่ที่ 17,000-19,000 ล้านบาท และมีโครงการอยู่ในแผนการก่อสร้าง 4 โครงการ
สำหรับในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าเปิดโครงการใหม่ 2-3 แห่ง มูลค่ากว่า 10,000 ล้านบาท โดยเบื้องต้นจะเปิดคอนโดมีเนียม 40 ชั้น บริเวณถนนนราธิวาส มูลค่า 3,000 ล้านบาท และโครงการบ้านพักตากอากาศในประเทศญี่ปุ่น มูลค่า 4,000 ล้านบาท รวมถึงอยู่ระหว่างเจรจาซื้อที่ดินในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด โดยในกรุงเทพฯจะนำมาเปิดโครงการคอนโดมีเนียมในปีนี้อีก 1 แห่ง อย่างไรก็ตาม โครงการที่เปิดในปีนี้คาดว่าจะสามารถรับรู้รายได้ช่วงปี 63
บริษัทฯ คาดว่าจะสามารถล้างขาดทุนสะสมที่มีอยู่ประมาณ 3,746 ล้านบาท ได้ภายในปีนี้ โดยใช้รายได้จากการดำเนินงานที่เติบโตโดดเด่นจากการรับรู้รายได้ของโครงการต่างๆ


 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com