thaihoon สมาชิก
 จังหวัด: กรุงเทพมหานคร โพสต์: 14,583 |  วันที่: 18/06/2013 @ 09:15:58 คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่ ผลการโหวต ทิศทางตลาดหุ้นวันนี้
ขึ้นต่อ ถือพอร์ตหุ้นรอผลประชุมเฟด
KGI มอง SET วันอังคารปรับขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน สาเหตุหลักคือต่างชาติชะลอขาย
หลังทุบหุ้นหนักสัปดาห์ที่แล้ว และรอดูผลประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ คืนวันที่ 19 มิ.ย. ดังนั้นแรงซื้อ
สถาบันน่าจะชนะอยู่ ทั้งนี้จากต้นเดือน มิ.ย. สถาบันไทยซื้อสะสม 2.06 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะ
สะท้อนเม็ดเงินกองทุน Trigger ไปมากแต่ยังมีเม็ดเงิน LTF (เรามองว่าขนาดใหญ่กว่า) ช่วย
สนับสนุนอยู่ เมื่อคืนหุ้นสหรัฐฯ บวกแรงรับตัวเลขสำรวจการผลิต NY Empire สูงกว่าคาดการณ์
แต่ลดช่วงบวกบ้างหลัง นสพ. Financial Times ระบุเฟดน่าจะชะลอ QE เร็วๆ นี้ ทั้งนี้นัก
เศรษฐศาสตร์ KGI มองว่ายังเร็วไปที่เฟดจะชะลอ QE เราจึงกำหนดกลยุทธ์ถือหุ้นรอผลประชุม
เฟดได้ (คาดเป็นบวกต่อตลาดหุ้น)
หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน
เก็งกำไร TASCO (กำไรเด่น) NWR (ขึ้น XW 21 มิ.ย.)/ ซื้อ CK (เข้า SET50),
TASCO (เป้าพื้นฐาน 85 บาท) คาดแนวโน้มกำไรไตรมาส 2/56 ในกรอบ ~250-
300 ล้านบาท (เพิ่มจาก 120 ล้านบาทในไตรมาส 2/55) เพราะ 1) ตลาดส่งออกจีนและ
อินโดนีเซียโตเด่น (High season ที่จีน / ดีมานด์ที่อินโดนีเซียเริ่มกลับมา) 2) ดีมานด์ใน
ประเทศแข็งแกร่งตามการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณภาครัฐ 3) ราคาน้ำมันดิบผันผวนน้อย เป็นบวก
ต่ออัตรากำไร
NWR (เป้า Consensus 4.14 บาท) แนะนำซื้อเก็งกำไร 1) ขึ้น XW วันที่ 21 มิ.ย.นี้
(8 : 1) 2) คาดบันทึกกำไรพิเศษ (ชนะคดีดูไบ) 100-120 ล้านบาทในไตรมาส 3 และยังมีโอกาส
บันทึกกำไรพิเศษจากคดีคลองด่านอีก 600 ล้านบาท เป็น upside risk ในอนาคต (ปัจจุบันชนะ
คดีในศาลชั้นต้นแล้ว) 3) นสพ ทันหุ้น ลงข่าว มีโอกาสรับงาน Sub-contract งานบริหารจัดการ
น้ำต่อจาก ITD (เป็นประเด็นที่เราเคยวิเคราะห์ไว้ก่อนหน้านี้)
CK (เป้าพื้นฐาน 37 บาท) แนะนำซื้อดักเม็ดเงินกองทุนรวม เพราะเป็น 1 ใน 3 หุ้นที่
เพิ่มเข้าไปในการคำนวณดัชนี SET50 สำหรับงวด 2H56 ซึ่งเราประเมินว่า CK น่าสนในกว่า
CENTEL และ GLOBAL เพราะมี Upside ~50% ขณะที่ CENTEL เต็มมูลค่าจากเป้า 36
บาท และ GLOBAL เหลือ Upside จากเป้า Consensus อีกเพียง ~8%
วันนี้ฝ่ายวิจัยฯ
ออกบทวิเคราะห์กลุ่มรับเหมาฯ เลือก CK เป็นหุ้นเด่น
... เก็งกำไรสั้นกลุ่มน้ำมัน (PTT*, PTTGC*, BCP*) จากประเด็นการประชุม FOMC
(รู้ผลเช้าวันพฤหัส) ในกรณีที่เฟดคงมาตรการ QE เราประเมินจะเป็นบวกต่อราคาสินค้า
โภคภัณฑ์ โดยเฉพาะน้ำมัน ขณะเดียวกันราคาหุ้นกลุ่มน้ำมันมีการปรับตัวขึ้นน้อยกว่าตลาดฯ
YTD
... หุ้นมีประเด็นข่าว AI (เป้าพื้นฐาน 24.3 บาท) กระทรวงพลังงาน เพิ่มสำรองน้ำมัน
จาก 5% เป็น 6% (จาก 36 วันเป็น 43 วัน) เริ่ม 1 พ.ย. นี้ และอยู่ระหว่างศึกษาที่จะเพิ่มเป็น 90
วัน เป็นบวกต่อการปล่อยเช่าคลังน้ำมันของ AIE (บ.ลูกของ AI) / LOXLEY (เป้า
Consensus 8.7 บาท) รมช คลัง ให้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลติดตามความคืบหน้าในการ
พิจารณาแก้ไข กฏหมาย เพื่อให้สามารถจำหน่ายหวยตู้ได้ /BECL (เป้า Consensus 46.5
บาท) บอร์ดทางด่วน อนุมัติขึ้นค่าผ่านทาง อีก 5-10 บาท มีผล 1 ก.ย. นี้ เป็นต้นไป
หุ้นกลุ่มโรงไฟฟ้า (EGCO*, GLOW*) ยังคงแนะนำอยู่ในพอร์ตเก็งกำไรสำหรับระยะ
สัปดาห์ จากประเด็นการประมูลโรงไฟฟ้า IPP ที่คาดจะรู้ผลภายในเดือนนี้
หุ้นที่แนะนำก่อนหน้า
ถือต่อได้แนวโน้มยังดี: TIES, BTS*, ANAN, HMPRO*, DCON, TKS, CK,
STEC, HEMRAJ, MACO, SIS, TRC, AI, BCP*, ASK, QH, SIRI, MODERN,
CPN*, SAMART, JAS*, FNS, DRT, PREB, ADVANC*
เก็งกำไรสั้นต่อได้: AIT, LOXLEY, EA, SF, TASCO, SVOA, ITD, TVO,
SCB*, EGCO*, GLOW*, GFPT
สรุป Report ตามปัจจัยพื้นฐานวันนี้
กลุ่มรับเหมาฯ คงน้ำหนักการลงทุนมากกว่าตลาดฯ เลือก CK เป็นหุ้นเด่น การก่อสร้าง
รถไฟฟ้าสายสีเขียว (หมอชิต-คูคต) และสายชมพู (แคราย-มีนบุรี) จะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่
หนุนให้กำไรของกลุ่มยังอยู่ในช่วงขาขึ้น
ข่าวเด่นจากสถาบันวิจัยฯ
(+) TISCO* คงเป้าปีนี้สินเชื่อเติบโต 20% ชี้ยอดขายรถสู่ปกติ 1.2 ล้านคัน (กรุงเทพ
ธุรกิจ) แต่ไตรมาส 2 ปีนี้ สินเชื่ออาจทรงตัว ขณะที่คาดเอ็นพีแอล รถมือ 2 ขยับเพิ่มจากราคาตก
ลูกค้าทิ้ง ส่วนภาพรวมกำไรน่าจะเติบโตดี มีปัจจัยหนุนทั้งธุรกิจหลักทรัพย์วอลุ่มพุ่งสัดส่วน 10%
หวั่นหุ้นหลุดเซ็ท 50 อาจจะมีผลกระทบต่อสภาพคล่องการซื้อขายหุ้น แต่มั่นใจบรรษัทภิบาล ที่ดี
สถาบันต่างชาตินิยมถือยาว เนื่องจากเกือบ 70% ของพอร์ตสินเชื่อของ TISCO เป็นสินเชื่อเช่า
ซื้อรถยนต์ และเรามองว่าการเติบโตของสินเชื่อรถยนต์จะมีแนวโน้มชะลอตัวลงในครึ่งหลังฃองปี
56 แนวโน้มดังกล่าวจึงน่าจะส่งผลกระทบเชิงลบต่อ TISCO ทั้งในแง่การเติบโตพอร์ตสินเชื่อ
และแนวโน้ม NPL ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ดี เราเชื่อว่าผลประกอบการของ TISCO น่าจะ
ยังออกมาแข็งแกร่ง เนื่องจากรายได้ที่เกิดจากสินเชื่อที่เติบโตเป็นอย่างมากในช่วงปลายปี 55
เราแนะนำ ถือ TISCO โดยมีราคาเป้าหมาย 54 บาท
(+) LH* เปิดเผย 5 เดือนแรกสร้างยอดขาย 1.2 หมื่นล้านบาท จากเป้าทั้งปี 3 หมื่นล้าน
บาท ขณะที่ครึ่งปีหลังเร่งเปิด 15 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 2.4 หมื่นล้านบาท เล็งตั้งกองทุน
อสังหาฯใหม่มูลค่ากว่า 9,900 ล้านบาท (ข่าวหุ้น) ข่าวดังกล่าวเป็นบวกต่อแนวโน้มของบริษัทฯ
และยืนยันมุมมองของเราที่เชื่อว่าความต้องการที่อยู่อาศัยในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังดีอยู่ และ
เราเชื่อว่าจากยอดขายที่โดดเด่นนี้จะช่วยผลักดันให้ผลการดำเนินงานในช่วงไตรมาสที่ 2/56
ของ LH เติบโตขึ้นทั้ง YoY และ QoQ นอกจากนี้เราคาดว่าจะเห็นการทำการตลาดมากขึ้นใน
ช่วงครึ่งหลังเพื่อกระตุ้นดีมานด์ในช่วงดังกล่าวด้วยแผนการเปิดโครงการใหม่เพิ่มขึ้น ส่วนแผน
การขายสินทรัพย์เข้ากองทุนอสังหาฯ ทำให้มี upside บนประมาณการปัจจุบันของเราซึ่งยังไม่ได้
รวมผลของกำไรที่อาจจะเกิดขึ้นการขายสินทรัพย์ดังกล่าว ซึ่งประมาณการกำไรสุทธิปัจจุบันเรา
อยู่ที่ 6.1 พันล้านบาท เติบโต 8.8% YoY เราคงคำแนะนำ ซึ้อ ด้วยราคาเป้าหมายที่ 14.50
บาทต่อหุ้น
(+MCOT) วานนี้ กสทช. ได้มีมติอนุญาตให้ใบอนุญาตประกอบกิจการผู้ให้บริการโครง
ข่ายโทรทัศน์ในระบบทีวีดิจิตอล เป็นเวลา 15 ปี นับแต่วันที่กสทช. มีมติ แก่ กองทัพบก กรม
ประชาสัมพันธ์ และองค์การแพร่ภาพและกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (Thai PBS) และ
MCOT ข่าวดังกล่าวถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับ MCOT แต่เป็นไปตามที่เราคาดไว้ เนื่องจากผู้ที่จะ
ได้รับใบอนุญาตเป็นผู้มีโครงข่ายในระบบ analog อยู่แล้ว และเป็นการง่ายที่จะ upgrade เป็น
ดิจิตอล แม้เรายังไม่สามารถการกำไรจากธุรกิจนี้ได้ เนื่องจากข้อมูลจำกัด แต่เราเชื่อว่าจากข้อ
บังคับที่น้อยจากกสทช. น่าจะทำให้ MCOT สร้างกำไรได้อย่างมีนัยสำคัญ เราชอบ MCOT ที่สุด
ในกลุ่มแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 62 บาท
(+) MAJOR ไตรมาส 2 กำไรนิวไฮ เหตุหนังทำเงินดันโฆษณาพุ่ง (ข่าวหุ้น) MAJOR
ลุ้นไตรมาส 2/56 กำไรสูงเป็นประวัติการณ์ 300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70% จากไตรมาสก่อน และ
เพิ่มขึ้น 56% จากไตรมาส 2/55 เหตุหนังทำเงินหลายเรื่องและรายได้โฆษณาในโรงหนังที่ดีต่อ
เนื่อง
Market strategy Thailand
จิตวิทยาตลาดวันนี้: --- ค่าเฉลี่ยเส้นเก้าวัน 1475 จุด
ดัชนี SET วันนี้หากดีดขึ้นหรือปิดเหนือแนวต้าน 1475 จุด จักรักษากำลังดีดทางขึ้นสู่
ต้าน 1528 จุด แต่หากวันนี้ ดัชนี SET ลดลงหรือปิดต่ำกว่าต้าน 1475 จุด อาจสะสมแรงกดทาง
ลงสู่แนวรับ 1443 จุด
แนวรับวันนี้: 1465/1447/1440 แนวต้านวันนี้: 1475/1491/1511
เรียบเรียง โดย ชุติมา มุสิกะเจริญ
อีเมล์แสดงความคิดเห็น commentnews@efinancethai.com
ที่มา อีไฟแนนซ์ไทย วันที่ 18/06/13 เวลา 9:03:44
|