May 30, 2026   11:00:40 PM ICT
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 18/11/47
SET วานนี้ปิดบวก 0.23% เนื่องจากมีแรงซื้อในหุ้นกลุ่มพลังงาน สื่อสาร และอสังหาริม ทรัพย์ ในขณะที่ยังมีแรงขายทำกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ออกมา โดยเมื่อวานนี้นักลงทุนให้ความสนใจ เข้าลงทุนในหุ้น อสมท. (MCOT) ด้วยวอลุ่มการซื้อขายหนาแน่นเกือบ 1 ใน 5 ของตลาด ซึ่งหุ้น MCOT ปิดตลาดที่ 23.50 บาท จากราคาจองซื้อ 22 บาท (+6.8%) ส่งผลให้เมื่อวานนี้ดัชนีปิด บวก 1.51 จุด มาที่ 644.16 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ระดับ 18,063.73 ล้านบาท

หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 176 บริษัท ปรับตัวลง 124 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 96 บริษัท

กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มชิ้นส่วนอิเลกทรอนิกส์ +1.50% กลุ่มขนส่ง +1.38% กลุ่ม เครื่องใช้ไฟฟ้า +0.96%

กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มธุรกิจเกษตร ?0.87% กลุ่มโรงแรม ?0.74% กลุ่มบันเทิง ? 0.45%

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 475.28 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ จำนวน 729.36 ล้านบาท

ตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547

1. เมื่อวานนี้กระทรวงการคลังได้ปรับคาดการณ์เศรษฐกิจไทยในปีหน้า โดยคาดว่าจีดีพี ในปี 48 จะขยายตัว 6% ชะลอตัวลงเล็กน้อยจากปีนี้ที่คาดไว้ที่ 6.2% หลังจากพบว่าราคาน้ำมัน ยังยืนอยู่ในระดับสูง โดยคาดว่าราคาน้ำมันในปี 48 จะเฉลี่ยอยู่ที่ 36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากราคาเฉลี่ยที่ 33.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในปีนี้ ขณะที่การส่งออกชะลอตัว จากการชะลอตัวของ ประเทศคู่ค้าหลัก เช่น ญี่ปุ่น สหรัฐ สหภาพยุโรป (อียู) และอาเซียน ตารางประมาณการเศรษฐกิจ254525462547 (f)2548 (f) อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (%YOY)5.46.86.26.0 การส่งออกสินค้า (พันล้านดอลลาร์)66.878.496.2106.5 อัตราขยายตัวการส่งออก (%YOY)5.817.322.610.7 ดุลการค้า (พันล้านดอลลาร์)3.44.20.4-2.0 ดุลบัญชีเดินสะพัด (พันล้านดอลลาร์)7.67.85.92.4 อัตราเงินเฟ้อทั่วไป (%YOY)0.51.82.94.0 สมมติฐานในการประมาณการปี 2548254525462547 (f)2548 (f) ราค้ำมันดิบดูไบ (ดอลลาร์/บาร์เรล)23.826.833.536.0 อัตราขยายตัวเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า (%YOY)2.22.95.14.1 อัตราแลกเปลี่ยน (บาท/ดอลลาร์)43.041.540.340.0 อัตราดอกเบี้ย RP 14 วัน (เฉลี่ย)1.941.381.312.0 ที่มา : กระทรวงการคลัง 2. สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) คาดว่า จะมีการปรับประมาณการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ของปี 47 อีกครั้ง หลังการประกาศตัว เลขเศรษฐกิจในไตรมาส 3/47 ในช่วงต้นเดือน ธ.ค. เนื่องจากมีปัจจัยด้านราคาน้ำมันกระทบการ บริโภคภายในประเทศ สำหรับก่อนหน้านี้ทางสภาพัฒน์ เคยคาดการณ์จีดีพี ปี 47 ไว้ที่ 6.0- 6.5%

3. นักธุรกิจมองเศรษฐกิจไทยปี 47 ว่ายังขยายตัวดี แต่ในไตรมาส 3 มีแนวโน้มชะลอ ตัวลง ซึ่งเป็นผลจากราคาน้ำมันและแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น และยังเชื่อว่าธุรกิจอสังหาริม ทรัพย์สามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่องจนถึงปลายปี 48 ทั้งนี้ผู้ประกอบการได้ให้ภาพรวม เศรษฐกิจไทยในปี 47 ว่า ยังขยายตัวในเกณฑ์ที่ดี และช่วงครึ่งหลังของปีจะมีการส่งออก การ ท่องเที่ยว และการลงทุน เป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันให้เศรษฐกิจขยายตัว

4. รองผู้ว่า ธปท. เผยเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยในปีหน้าว่ายังคงขยายตัวในอัตราที่ดีอยู่ แต่ ทั้งนี้ในปีหน้าให้ระวังเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก เพราะมีแนวโน้มว่าจะชะลอตัวต่ำกว่าปีนี้ และเงินทุน ระยะสั้นที่จะไหลเข้ามาในประเทศ แต่ทั้งนี้ทาง ธปท. จะยังมีหน้าที่ดูแลเงินเฟ้อ สินเชื่อ และหาก ปีหน้ามีการรักษาวิจัยทางการเงินการคลังก็ยังคงรักษาเสถียรภาพทางการเงินในประเทศไทยได้ ถึงแม้ว่าจะมีเงินทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาบ้างก็ตาม

5. คณะกรรมการ ก.ล.ต. มีมติอนุมัติร่างประกาศเกี่ยวกับเกณฑ์การห้ามจัดสรรหลัก ทรัพย์ IPO/PO ให้กองทุนรวมที่

(1) มีผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนเกินร้อยละ 50 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่จำหน่าย ได้แล้วทั้งหมด หรือ

(2) มีผู้มีส่วนได้เสียเป็นผู้ถือหน่วยลงทุนไม่เกินร้อยละ 50 ของจำนวนหน่วยลงทุนที่ จำหน่ายได้แล้วทั้งหมด แต่ผู้จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ (UW) สามารถแทรกแซงการดำเนินงานของ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนได้ ทั้งนี้ UW จะต้องแจ้งรายชื่อผู้มีส่วนได้เสียให้แก่บริษัทหลัก ทรัพย์จัดการกองทุนเพื่อให้ตรวจสอบและไม่จองซื้อหลักทรัพย์ให้กองทุนรวมทั้งสองประเภทดัง กล่าว เพื่อความโปร่งใสและยุติธรรม

6. บมจ. ผลิตไฟฟ้าราชบุรีโฮลดิ้ง (RATCH) ตั้งงบลงทุนในปีหน้าประมาณ 2 พันล้าน บาท เพื่อใช้ในธุรกิจไฟฟ้าและเอทานอล ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขอลดดอกเบี้ยเงินกู้ เดิมของแบงก์เจ้าหนี้ ซึ่งจะต้องทำให้เสร็จก่อนเดือน ก.ค. ปีหน้า

7. กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เผยว่าการลงทุนในตลาดหุ้น ทาง กบข. ยัง คงรักษาสัดส่วนการลงทุนไว้ที่ 15-16% ซึ่งถือว่ามีความเหมาะสมกับขนาดตลาดและจำนวน บริษัทที่จะเข้าไปร่วมลงทุน ส่วนการที่มีหุ้นไอพีโอรัฐวิสาหกิจเข้ามาจดทะเบียนในตลาดเพิ่มขึ้น ในช่วงนี้ ทำให้ตลาดหุ้นไทยมีเสถียรภาพมากขึ้น เนื่องจากหุ้นรัฐวิสาหกิจที่เข้าซื้อขายทำให้ มูลค่าตลาดของไทยเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนต่างประเทศสามารถเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทย มากขึ้น รวมถึงนักลงทุนประเภทสถาบันในประเทศด้วย

8. กระทรวงพลังงาน มีแผนเริ่มขยับเพดานราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลในเดือน มี.ค. 48 หลังจากผ่านพ้นช่วงฤดูหนาวไปแล้ว เพื่อนำส่วนต่างมาชดเชยกองทุนน้ำมัน ซึ่งปัจจุบันกองทุน น้ำมันได้ใช้เงินชดเชยราคาขายปลีกน้ำมันในประเทศไปแล้วกว่า 5.06 หมื่นล้านบาท ส่วนใหญ่ ใช้ชดเชยน้ำมันดีเซล 4.36 หมื่นล้านบาท หรือ 5.14 บาทต่อลิตร ลดลงจากระดับสูงสุดที่ 7.15 บาทต่อลิตร เมื่อ 22 ต.ค. ที่ผ่านมา ทั้งนี้รัฐบาลได้ใช้นโยบายตรึงราคาน้ำมันดีเซลไว้ เพื่อไม่ให้ กระทบกับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ นอกจากนี้ทางกระทรวงพลังงานยังเตรียมหาแนวทาง เพิ่มส่วนต่างของราคาแก๊สโซฮอลล์กับน้ำมันเบนซิน 95 ให้สูงกว่าระดับปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ 0.75 บาทต่อลิตร เพื่อจูงใจให้คนมาใช้มากขึ้น

9. ราคาน้ำมัน : เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับขึ้นหลังยุติการ ร่วงลง 4 วันติดต่อกัน โดยได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคา heating oil หลังสหรัฐรายงาน ว่าสต็อกน้ำมัน distillate ลดลงเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกันในสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปรับขึ้น 73 เซนต์ หรือ 1.6% มาปิดตลาดที่ 46.84 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วน ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ส่งมอบเดือน ม.ค. ปิดปรับขึ้น 47 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 42.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

10. ค่าเงินบาท : เช้าวานนี้เงินบาททรงตัวจากเมื่อวันอังคาร และเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.33/35 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทแข็งค่าขึ้นมากที่สุดในรอบ 6 เดือนตามค่าเงิน ในภูมิภาคและเงินสกุลหลักอื่น ๆ โดยทะลุแนวต้านสำคัญที่ 40.20 ตามแรงขายดอลลาร์หนาแน่น ในตลาดต่างประเทศ โดยช่วงบ่ายเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.13/17 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับ ช่วงเช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.10/13 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดบวกตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น-30.46-0.27%11,131.29- สิงคโปร์+9.98+0.49%2,046.40แตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปี เนื่องจากตลาดได้แรง หนุนจากตัวเลขการส่งออกประจำเดือน ต.ค. ซึ่งบ่งชี้ถึงอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นก่อนช่วงคริสต์มาส ฮ่องกง+78.90+0.57%13,824.98เนื่องจากการซื้อขายสดใสขึ้นหลังจากการเปิดตัวอย่างแข็งแกร่งของหุ้นไชน่า เน็ทคอม เกาหลีใต้+8.81+1.01%885.42ปิดระดับสูงสุดในรอบ 6 สัปดาห์ เนื่องจากความเชื่อ มั่นครั้งใหม่ในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีได้ช่วยหนุนหุ้นหลายตัว ประกอบกับราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงเป็น ปัจจัยบวกต่อตลาดโดยรวม มาเลเซีย+19.37+2.20%901.66แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน เนื่องจากนักลงทุน คาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าเงินริงกิตในไม่ช้าตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (17/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (18/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น11,131.2911,182.09+50.80 เกาหลีใต้885.42CloseClose ในระยะสั้นตลาดจะเคลื่อนไหวช่วง 643-650 จุด โดยตลาดมีแนวโน้มปรับขึ้นหลังจาก ปรับฐานมา 2-3 วันที่ผ่านมา ซึ่งการปรับฐานนี้เป็นการลดความร้อนแรงจากที่หุ้นปรับขึ้นโดดเด่น เมื่อต้นสัปดาห์ แต่ในปลายสัปดาห์นี้ถึงต้นสัปดาห์หน้าตลาดจะปรับขึ้นต่อไปได้จากปัจจัยเรื่อง ราคาหุ้นถูก และกระแสแนวโน้มขึ้นของตลาดหุ้นเอเชียที่ปรับขึ้นโดดเด่นในเดือนนี้ ในทาง เทคนิคยังสนับสนุนว่าตลาดจะมีโอกาสปรับขึ้นได้ 2-4 สัปดาห์ ซึ่งมีโอกาสสูงที่ตลาดจะทดสอบ ระดับ 680 จุดด้วย

โดยภาพรวมเรามองว่าหุ้นยังมีแนวโน้มทะยานขึ้นต่อ หลังจากที่ปรับฐานมา 1 เดือนเศษ ในช่วงเดือน ต.ค.-ต้น พ.ย. ที่ผ่านมา

กลยุทธ์ในช่วงนี้ควรเข้าซื้อหุ้น หรือถือหุ้นไว้ได้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มหลักในกลุ่มสื่อสาร รับ เหมาก่อสร้าง พลังงาน รวมถึงกลุ่มหลัก
เข้าชม: 1,290

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com