SET วานนี้ปิดบวก 1.22% เนื่องจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์ ด้วยวอลุ่มซื้อขายเกือบ 1 ใน 4 ของตลาด รวมทั้งแรงซื้อในหุ้นขนาดใหญ่ในกลุ่มหลัก ๆ สำหรับการปรับตัวขึ้นของตลาดหุ้น ไทย เป็นการปรับขึ้นตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐ และภูมิภาค ส่งผลให้ดัชนีปิดบวก 7.82 จุด มาที่ 647.56 จุด สูงสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นในรอบ 6 สัปดาห์ที่ 30,013.88 ล้านบาท นับจากระดับวอลุ่มซื้อขายที่ 30,265.39 ล้านบาทเมื่อวันที่ 4 ต.ค. ที่ผ่าน มา หุ้นที่ปรับตัว 211 บริษัท ปรับตัวลง 95 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 85 บริษัท กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มไฟแนนซ์ +3.14% กลุ่มสื่อสาร +2.92% กลุ่มแบงก์ +2.49% กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มธุรกิจเกษตร ?1.62% กลุ่มอาหาร ?1.19% กลุ่มเครื่อง ประดับ ?0.63% วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 4,563.20 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขาย สุทธิจำนวน 325.87 ล้านบาทตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547
1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยว่ามีผู้เข้าชมงาน SET in the City 2004 ประมาณ 3.5 แสนราย และมีการเปิดบัญชีซื้อขายหุ้นผ่านโบรกเกอร์ประมาณ 7 พันราย ส่วนบริษัทหลักทรัพย์จัดการลงทุน (บลจ.) มีลูกค้าเปิดบัญชีเพื่อซื้อหน่วยลงทุนประมาณ 500 บัญชี รวมมูลค่าหน่วยลงทุนที่ขายได้กว่า 30 ล้านบาท
2. เมื่อวานนี้ราคาหุ้น SCIB-C1 ปรับขึ้นสูงสุดมาแตะที่ระดับ 1.72 บาท เป็นผลจาก หุ้น ธ.นครหลวงไทย (SCIB) ปรับขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน หลังพื้นฐานของแบงก์ดี ทั้งนี้ราคา แปลงสภาพของหุ้นอยู่ที่ 20.85 บาท ส่งผลให้ราคาหุ้นของ SCIB-C1 ปรับขึ้นตามหุ้นตัวแม่ด้วย และมีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด ซึ่งเมื่อวานนี้มีการซื้อขายหลักทรัพย์ SCIB-C1 ในปริมาณที่สูง มาก ทำให้ระบบแสดงข้อมูลแบบเรียลไทม์ไม่สามารถแสดงตัวเลขจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขายของ SCIB-C1 ได้ครบทั้งหมด ทั้งนี้ตลาดได้แจ้งตัวเลขจำนวนหุ้นที่มีการซื้อขาย SCIB-C1 ทั้งหมด ได้เมื่อสิ้นวันทำการ โดยเมื่อวานนี้หุ้น SCIB-C1 ปิดตลาดที่ 1.32 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท (+112.90%) ส่วนราคาหุ้น SCIB ปิดที่ 22.90 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท (+6.51%)
3. ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานคณะทำงานจัดหาผู้ร่วมทุนฯ ในบมจ. อุตสาห กรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) คาดว่าจะสรุปราคาขายหุ้นเพิ่มทุน TPI ได้ หลังสิ้นเดือน พ.ย. แล้ว ทั้งนี้ในสัปดาห์หน้าคณะทำงานฯ จะมีการประชุมอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปรูปแบบในการถือ หุ้นใน TPI
4. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้รับหุ้นสามัญของบริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) จำนวน 687.10 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท รวม 3,435.50 ล้านบาท เป็น หลักทรัพย์จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ตั้งแต่วันที่ 17 พ.ย. 2547 เป็นต้นไป โดยจัดอยู่ในกลุ่ม อุตสาหกรรมบริการ หมวดบันเทิงและสันทนาการ และใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ ว่า ?MCOT? ทั้งนี้ทางตลาดหลักทรัพย์ จะขึ้นเครื่องหมาย ?ST? บนกระดานของหลักทรัพย์ที่มีการ ซื้อเพื่อส่งมอบหุ้นที่จัดสรรเกิน เพื่อแจ้งให้นักลงทุนทราบตลอดช่วงเวลาที่มีการซื้อเพื่อส่งมอบหุ้น ที่จัดสรรเกินในวันที่ 17 พ.ย. ถึง 13 ธ.ค. 47 นี้
5. บมจ. โทเที่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น (TAC) ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายใหญ่ อันดับ 2 ในไทย มีแผนจะใช้งบลงทุนประมาณ 7-8 พันล้านบาทในปีหน้า เพื่อขยายเครือข่ายของ บริษัท สำหรับงบลงทุนดังกล่าวอยู่ในส่วนงบประมาณส่วนทุน (Capital Expenditures)
6. คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) อนุมัติแผนการ จัดซื้อเครื่องบินใหม่ จำนวน 14 ลำ มูลค่า 9.6 หมื่นล้านบาท ของบมจ. การบินไทย (THAI) ก่อน ที่จะเสนอต่อคณะรัฐมนตรีเพื่ออนุมัติต่อไป ทั้งนี้การบินไทยมีแผนการซื้อเครื่องบินใหม่ดังกล่าว หลังบริษัทได้ยกเลิกแผนซื้อเครื่องบินโบอิ้ง 747-400 จำนวน 7 ลำ ซึ่งเป็นเครื่องบินเก่าของยูไน เต็ด แอร์ไลน์ หลังยูไนเต็ดแอร์ไลน์ปฏิเสธการขายเครื่องบินดังกล่าว เพราะการบินไทยเสนอให้ ราคาต่ำ
7. บมจ. ปตท. (PTT) และบริษัท กัลฟ์ เพาเวอร์ เจเนอเรชั่น ร่วมลงนามในสัญญาซื้อ ขายก๊าซธรรมชาติ เพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับโรงไฟฟ้าแก่งคอย จ.สระบุรี มูลค่า 3 แสนล้าน บาท ตลอดอายุสัญญา 25 ปี ตามสัญญานี้ ปตท.มีแผนการจัดหาก๊าซฯ จากแหล่งในอ่าวไทยให้ โรงไฟฟ้าเป็นระยะเวลา 25 ปีตั้งแต่ปี 2550 หรือภายหลังจากระบบท่อส่งก๊าซฯ เส้นที่ 3 ของ ปตท.แล้วเสร็จ
8. ราคาน้ำมัน : เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวลง เนื่อง จากภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐมีอากาศอบอุ่นขึ้น และหลังจากสหภาพแรงงานในไนจีเรีย ระงับการสไตรค์ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค. ปรับลง 45 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 46.87 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ส่งมอบเดือน ธ.ค. ปิดปรับตัว ลง 1.97 ดอลลาร์ มาปิดตลาดที่ 40.34 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
9. ค่าเงินบาท : เช้าวานนี้เงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ 40.30 ซึ่งเป็นระดับแข็งค่ามาก ที่สุดในรอบกว่า 6 เดือนนับจากตั้งแต่ พ.ค.ที่ผ่านมา ตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้น โดยช่วงเช้าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.33/35 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทอ่อนค่าจาก ช่วงเช้า เนื่องจากมีแรงซื้อดอลลาร์อย่างหนาแน่น โดยเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.44/47 บาท ต่อดอลลาร์ สำหรับเช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.37/39 บาทต่อดอลลาร์
10. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดบวก ตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น+207.59+1.88%11,227.57ปิดที่ระดับสูงสุดในรอบ 5 สัปดาห์ เนื่อง จากความเห็นเชิงบวกเกี่ยวกับเศรษฐกิจญี่ปุ่นได้ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มส่งออก สิงคโปร์CloseCloseClose- ฮ่องกง+147.76+1.07%13,932.22ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดของปีนี้ เนื่องจาก ตลาดต่างประเทศปรับตัวแข็งแกร่ง และการปรับลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารในฮ่องกง เกาหลีใต้+5.66+0.65%882.33เนื่องจากได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี เป็นผล จากการปรับขึ้นของตลาดหุ้นวอลล์สตรีท และราคาน้ำมันที่ปรับร่วงลงมาเลเซียCloseCloseClose-ตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (15/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (16/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น11,227.5711,234.72+7.15 เกาหลีใต้882.33882.79+0.64 ในระยะสั้นตลาดจะเคลื่อนไหวช่วง 647-654 จุด โดยตลาดมีแนวโน้มปรับขึ้นต่อเนื่อง จากเมื่อวานนี้ได้ โดยตลาดได้รับผลบวกจากกระแสแนวโน้มขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งได้ ปรับขึ้นล่วงหน้าไป 2 สัปดาห์จากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐที่ได้คาดการณ์กันไว้ ประกอบกับการผ่อนคลายเรื่องราคาน้ำมันโลก สำหรับตลาดหุ้นไทยได้ปรับตัวลงมา 1 เดือนเศษ ซึ่งได้ซึมซับกับข่าวลบในระดับหนึ่ง โดยปัจจัยหนุนราคาต่ำได้เป็นแรงจูงใจในการซื้อหุ้นของนักลง ทุน ในช่วงที่แนวโน้มขึ้นทั่วโลกกำลังดำเนินอยู่
โดยภาพรวมแล้วหุ้นพื้นฐานที่ได้ปรับลงมาก่อนหน้านี้จะฟื้นตัวขึ้นโดยรวมทั้งหมด ซึ่ง การปรับขึ้นของตลาดหุ้นไทยจะกินเวลา 1-2 สัปดาห์
กลยุทธ์โดยภาพรวมเรามองว่า เป็นเวลาเข้าซื้อหุ้นพื้นฐานรอบใหม่ได้ หลังจากที่แนะ นำขายเมื่อต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา โดยกลุ่มที่น่าสนใจจะเป็นกลุ่มพลังงาน สื่อสาร
| | เข้าชม: 1,219 |
|