May 30, 2026   11:01:50 PM ICT
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 16/11/47
น้ำหนักตลาดยังมาอยู่ที่ ในหุ้นธนาคาร มีการซื้อขายมากในธนาคารใหญ่ 4 แห่ง BBL, KBANK, SCB, KTB และ มีแรงเก็งกำไรที่ SCIB/SCIB-C1 เป็นพิเศษ โดยเหตุผลของผล บวกจากการฟื้นตัวของธุรกิจในโอกาสที่น้ำมัน และ สินค้าโภคภัณฑ์ลดลงมีสูง ธนาคารไทยส่วน ใหญ่มีความสามารถทำกำไรดี (งบไตรมาส 3/47 ดี) คุณภาพสินทรัพย์ดี สำรองสูงพอต่อการจัด ชั้นหนี้เสียใหม่ให้แข็งแรงขึ้น ทำให้มีผลงานดี ส่วนเดินเรือได้ปะทะแรงขายเมื่อวานก่อน แต่เรา ก็เห็นว่าไม่อันตรายเนื่องจากำไร การเติบโต และ กระแสเงินสดดี ด้าน ITD ก็เป็นหุ้นที่ดีเนื่อง จากสมรภาพธุรกิจ การเติบโตทั้งในประเทศ/อินเดียดี และ การเพิ่มอัตรากำไรจากการเข้าผลิต วัสดุเองทำให้มีแนวโน้มดีทั้งนี้หุ้นกลุ่มพลังงาน กลุ่ม PTT, BANPU และ เคมี ชั้นนำ SCC, TOC, NPC, TPC ก็เป็นหุ้นดี แต่ในระยะสั้นผลงานอาจจะถูกจำกัดโดยโอกาสลดลงของราคาน้ำมัน และ โภคภัณฑ์ แต่ในระยะกลางจะเป็นประโยชน์ เนื่องจากแนวโน้มเช่นนี้จะทำให้เศรษฐกิจดีขึ้นซึ่งน่าจะดันอุป สงค์โลกให้ดีได้นานกว่าราคาที่สูงมาก รวมทั้งหุ้นสื่อสาร SHIN/SHIN-W1, ADVANC แม้จะมี ผลต่อเนื่องจากการตั้ง กทช แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่ ตลาดได้ชื่นชมกันมาแล้วในรอบ 6 เดือนที่ ผ่านมาแล้วก็ต้องเหลือการดูรายละเอียดต่อไป

ด้านหุ้นงบไตรมาส 3/47 ดีที่กระจายตัวทั่วไป เช่น OISHI, LPN, HMPRO, UBC, KTC, AH, BECL, SINGHA, DELTA, KCE, CMO,VNG, MFEC, WORK, TRU อาจจะ มีการทำกำไรออกมาบ้างแต่โดยมากมีพัฒนาการต่อเนื่อง และ ต่ำกว่าราคาเป้าหมายก็ยังเป็นตัว เลือกที่ดี เป็นผลดีต่อตลาดรวม โดยส่วนใหญ่ประกาศออกมาในเกณฑ์ดีทั้งในหุ้นทุกขนาด อย่าง น้อยก็ไม่แย่กว่าคาดการณ์ในระดับราคาหุ้น และ ตลาดที่ตกลงมา ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมีเสถียรภาพ: แม้อาจจะมีการขายบาทจากธปทในระยะสั้น การขายเงินบาทออกไปบ้างก็เป็นผลดีในการชะลอการแข็งค่าของเงินเพื่อให้ผู้ส่งออกเตรียมตัว ทันเพราะความยืดหยุ่นเราสูง แต่ในระยะกลางค่าเงินแข็งก็ไม่เสียเปรียบนัก เนื่องจากไทยต้อง การนำเข้าสินค้าทุนเพื่อเพิ่มกำลังการผลิต และ พลังงานที่พึ่งตนเองไม่ได้ จะเห็นว่าหากมองตัว แปรการเงินจะยิ่งดีหากการนำเข้าพลังงาน (เกือบ 1 ใน 3 ของการนำเข้า) ที่ราคาถูกลง จะเป็น ผลดีต่อดุลการค้า และ ในทางการลงทุนเป็นบวกต่อสินทรัพย์ที่เป็นเงินบาทในตลาดโลกจะมีค่า มากขึ้นด้วย ค่าเงินบาทในช่วงครึ่งปีหลัง 2547

จะเห็นว่า เศรษฐกิจไทยมีดุลทั้ง 3 ดุลในเกณฑ์ดีคือ คือ ดุลการค้าขาดดุลเล็กน้อย 133 ล้าน US$ รอบ 9 เดือน ดุลชำระเงินเกินดุล 2.29 พันล้าน US$ ช่วงเดียวกัน และ ดุลงบ ประมาณเกินดุลราว 120,000 ล้านบาท มีหนี้นอกต่ำ 49.8 พันล้าน US$ 36% ของรายได้ ประชาชาติ และ สภาพคล่องภายในราว 8-9 แสนล้านบาท

ดุลการค้า ดุลการบัญชีเดินสะพัด ดุลการชำระเงิน (ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) ดุลการค้า34510(308)(357)1016595(282) 360(133) การส่งออก6,8977,2187,8467,1027,9508,3468,0078,209 8,49561,575 % เติบโต17.0%22.0%23.0%21.0%22.0%29.0%24.8%28.3% 22.9%0.0% การนำเข้า(6,863)(6,708)(8,154)(7,459)(7,940)(8,181)(7,912) (8,491)(8,135)(61,708) % เติบโต17.0%28.0%37.0%30.0%34.0%42.0%22.8%37.1% 29.8%0.0% ดุลบริการ808598516338204275515497 2193,751 ดุลบัญชีเดินสะพัด8421,108208(19)214440610 2155793,618 ดุลทุน และ การเงิน(1,101)(468)(79)643(774)247194 (770)na ตัวกันผิดพลาด4062855(47)40514(395) 585na ดุลการชำระเงิน147668184577(155)430409 306442,290 ดุลประมาณรัฐบาลไทย (ล้านบาท) รายได้รัฐ88,99466,31891,64079,88378,214167,55482,369 78,748133,298867,018 รายจ่ายรัฐ90,45966,36293,04897,23682,83992,43498,897 79,323107,081807,679 รายการนอกงบ(1,465)(44)(1,408)(17,353)(4,625)75,120 (16,528)(575)26,21759,339 ดุลงบประมาณ(2,930)(88)(2,816)(34,706)(9,250)150,240 (33,056)(1,150)52,434118,678 หนี้ต่างประเทศไทย (พันล้านดอลล่าร์สหรัฐ)

4Q451Q462Q463Q46 4Q461Q472Q47 สค 47 เอกชน23.320.319.516.817.016.715.615.6 รัฐบาล36.236.236.335.934.834.734.134.3 ระยะยาว47.544.443.341.340.940.038.438.2 ระยะสั้น11.912.112.511.410.911.511.311.7ราคาน้ำมัน และ โภคภัณฑ์มีแนวโน้มปรับตัวลดลงก็ยังเป็นบวก

โดยราคาน้ำมันในตลาดนิวยอรค์ลดลงต่ำกว่า 47 US$ ต่อบาร์เรล หรือ ราว 15% จากจุดสูงสุดเมื่อเดือนก่อน ในช่วงเวลาซื้อขายลดลงไปเกือบ 2 US$ จากผลของน้ำมันคงคลัง ในสหรัฐสูงขึ้น จนคาดว่าจะไม่เป็นปัญหาในฤดูหนาว ความคลี่คลายในไนจีเรีย การปรับตัวตาม ธรรมชาติ และ การขายทำกำไร ซึ่งก็จะเป็นประโยชน์ต่อตลาดรวมเนื่องจากตลาดไทยไม่ได้รับ อานิสงค์ส่วนนี้ใน 1เดือนที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาไฟใต้เป็นหลักแม้ประเทศไทยมีผลบวกต่อ ราคาน้ำมันสูงเพราะมีภาระพึ่งพาสูง นักลงทุนต่างชาติที่ซื้อเข้ามากว่า4 พันล้านก็ได้สะท้อนผลดี ตรงนี้อยู่มาก

การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมัน และ การซื้อ/ขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ

ราคาน้ำมันลงเป็นประโยชน์ต่อ หุ้นเดินเรือ (TTA, PSL, RCL) จากค่าระวางเรือดี และ ปริมาณขนส่ง ธนาคารใหญ่ BBL, SCB, KBANK, KTB จากการเติบโตสินเชื่อ และ คุณภาพสินทรัพย์ และ หุ้นก่อสร้าง (ITD) ด้านต้นทุนวัสดุ เช่น ราคาน้ำมัน โภคภัณฑ์ โดยกลุ่ม อิเลคโทรนิคส์-KCE, DELTA, HANA ก็จะได้รับผลบวกจากอุปสงค์ในสหรัฐแม้ค่าเงินบาท จะแข็งก็ตาม
เข้าชม: 1,204

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com