May 30, 2026   11:00:40 PM ICT
BBL,SCIB หุ้นเด่น กลุ่มสินเชื่อรายย่อยยกให้ KTC SPL
ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ซีมิโก้ ได้แนะนำหุ้นกลุ่มแบงก์พาณิชย์ให้กับนักลงทุน โดยระบุว่า กลุ่มแบงก์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น เริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ โดยการเติบโตของสินเชื่อเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติ เหมือนช่วงก่อนวิกฤตเศรษฐกิจ คาดว่าในปี 47 กลุ่มธนาคารจะมีอัตราการเติบโตของสินเชื่อ 10% เทียบกับ GDP ที่คาดว่าจะโต 6% สัดส่วนสินเชื่อต่อเงินฝาก (LTRD) ผ่านพ้นจุดต่ำสุดในปี 44 LTRD ลดลงไปต่ำสุดที่ 80 % หลังจากนั้นมีการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องเป็น 84% ณ สิ้นปี 46 ปละ 87% ณ สิ้นเดือน ก.ย. 47

**ใกล้จะหลุดพ้นออกจากวงจรหนี้เสีย
        ทางด้าน NPL หรือ หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ ปรับลดลงต่อเนื่อง จากระดับสูงสุดในช่วง 1H42 ที่ 2.45 ล้านล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 52% ของสิน
       
       เชื่อรวม เหลือคงค้าง 5.9 แสนล้านบาท คิดเป็น 12058% ณ สิ้น 3Q47
        ประเด็นเสี่ยงระยะสั้น จากเกณฑ์จัดขั้นหนี้เชิงคุณภาพ หลังจากที่ KTB มี NPL พุ่งขึ้น 4.6 หมื่นล้านบาทในกลางปี 47 ขณะนี้ยังต้องรอผล
       
       ตรวจสอบหนี้จัดชั้นของธนาคารใหญ่
        คาดว่า NPL จะปรับลดลงเหลือ 3-5% ในระยะ 2-3 ปี ข้างหน้า จากการปรับโครงสร้างหนี้การฟ้องร้องบังคับคดี และด้วยกลไกภาครัฐ
        อัตราสำรองหนี้ต่อ NPL เฉลี่ยที่ 68% ธนาคารส่วนใหญ่ทยอยกันสำรองค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญเพิ่มเติมต่อเนื่อง แต่ด้วยปริมาณที่ลดลงกว่าเดิม
       
       มาก ซึ่งปัจจุบันระดับการตั้งสำรองหนี้ของกลุ่มเฉลี่ยที่ 132% ของยอดสำรองพึงกันตามเกณฑ์ ธปท.
        มีการ Cushion มากพอ รองรับปัญหาหนี้เสีย ณ สิ้น 3Q47 กลุ่มธนาคารมียอดสำรองหนี้ส่วนเกินอยูถึง 9.6 หมื่นล้านบาท
       
        **ฐานะกองทุนแข็งแกร่ง
        ผ่านการปรับโครงสร้างทุน ด้วยการเพิ่มทุนใหม่ และการจัดการกับปัญหาทุนเทียมในรูป SLIPS/CASH เรียบร้อยแล้ว
        กลุ่มธนาคารมี CAR เฉลี่ยที่ 12.5% ซึ่งรวมกองทุนชั้นที่ 1 อัตรา 9.3% สูงกว่าเกณฑ์ขั้นต่ำของ ธปท. ที่ 4.25% สำหรับกองทุนชั้นที่ 1 และ 8.5
       
       สำหรับ CAR
        ความสามารถในการทำกำไรดีขึ้น
        ประสิทธิภาพในการทำงานดีจขึ้น สัดส่วนค่าใช้จ่ายต่อรายได้ของกลุ่มธนาคารปรับลดลงมากจากที่เคยพุ่มสูง 148% และ 88% ในปี 43 เหลือ
       
       56% ในปี 46 และ 53% ใน 9GM47
        กลับมาจ่ายเงินปันผล ในกลุ่มธนาคารเอกชน SCB เริ่มกลับมาจ่ายเงินปันผลเป็นรายแรกจากผลกำไรปี 46 ตามมาด้วย BBL และ KBANK ซึ่ง
       
       สามารถจ่ายเงินปันผลได้จากกำไรปี 47 ส่น BAY คาดว่าจะเริ่มจ่ายได้จากกำไรปี 48 เป็นต้นไป
        แต่...ธนาคารจะมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่น่าสนใจมากกว่า SCIB จัดเป็นหุ้นปันผลในกลุ่มธนาคาร ด้วยอัตราเงินปันผลตอบแทน 6-7% ต่อปี
       
       ตามด้วย KTB ในอัตรา 5% ต่อปี
        เริ่มกลับมาจ่ายภาษีตามปกติ โดย KBANG KTB และ SCB จะเริ่มกลับมาจ่ายภาษีในปี 48 ขณะที่ BBL BAY และ SCIB จะจ่ายในปี 49 เป็นต้น
       
       ไป
        แม้กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโตกว่าเท่าตัวในปี 47 แต่จะเพิ่มขีชึ้นเล็กน้อยในปี 48 จากการลดลงของกำไรจากเงินลงทุน ผลกระทบจากแนวโน้ม
       
       การปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ย และการกลับมาจ่ายภาษี โดยประมาณการ ROE มีแนวโน้มลดลงจาก 18% ในปี 47 เหลือ 16% ในปี 48 อย่างไรก็ดี คาดว่า
       
       กำไรก่อนภาษีจะเติโต 120% และ 17% ในปี 47-48 ตามลำดับ
       
        **BBL และ SCIB หุ้นเด่น
        บมจ. ธนาคารกรุงเทพ (BBL)ฐานกองทุนแข็งแกร่งขึ้น หากรวมกำไรงวด 9M47 BBL จะมี CAR 14.6%
        NIM ปรับขึ้นมาก จากต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง หลังจัดการกับปัญหา CAPS และยังมีแนวโน้มขยับขึ้นได้อีกจากการหันมารุกตลาดสินเชื่อรายย่อย
        NPL ลดลงต่อเนื่องเหลือสัดส่วน 19.2% หากปรับหนี้ TPI ได้สัดส่วนลดลงอีก 3%
        อัตราสำรองหนี้ต่อ NPL ที่ 71%
        คาดกำไรสุทธิจะเติบโต 50% ในปี 47 และ18% ในปี 48
        มูลค่าพื้นฐาน 136 ล้านบาท (05PBV 2 เท่า)
        ส่วนบมจ.ธนาคารนครหลวงไทย (SCIB)มีสถานะเป็น Clean Bank อย่างอท้จริงโดยมีสัดส่วน NPL ต่ำสุด (2.67% ) และอัตตราสำรองหนี้สูงสุด
       
       (123%)
        NIM มีแนวโน้มขยับขึ้นต่อเนื่องจาก 2 แรงบวกคือ Yield ที่เพิ่ม และต้นทุนดอกเบี้ยที่ลดลง
        กำไรสุทธิมีแนวโน้มเติบโต 75% ในปี 47 และ13% ในปี 48 โดย ROE จะปรับขึ้นจาก 11% ในปี 46 เป็น 18% ในปี 47-48
        หุ้นปันผลเด่นในกลุ่มโดยคาดว่าจะให้อัตราเงินปันผลตอบแทน 6-7% ต่อปี
       มูคค่าพื้นฐาน 30 บาท (05 PRV 1.5 เท่า)
       
        **กลุ่มสินเชื่อรายย่อยน่าสนใจ
        หุ้นในกลุ่มสินเชื่อรายย่อย ที่แบ่งตามลักษณะสินเชื่อส่วนบุคคล มี KTC,AEONTS
        บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ มี SPL,NVL,ML
        บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ มี TK,GL
        บริการสินเชื่อเช่าซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า มี MIDA,DE
       
        **รับแรงกดดันจากดอกเบี้ยขาขึ้น-เงินเฟ้อ
        ฝ่ายวิเคราะห์ระบุว่า การใช้จ่ายของผู้บริโภคมีแนวโน้มชะลอตัวลง ดัชนีการอุปโภาบรอโภคภาคเอกชนเริ่มชะลอตัวลงนับจากเดือน มิ.ย. เป็นต้น
       
       มา (เติบโตลดลงจาก 4-5% ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ 2-3% ) เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อที่เริ่มปรับสูงขึ้น ในขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผูบริโภคโดยรวมปรับลดลง
       
       ตั้งแต่ต้นปี 47 ่จากความกังวลต่อสถานการณ์ภาคใต้ และลดลงต่อเนื่อง่จากปัจจัยราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้น
        คาดยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในประเทศเติบโตลดลง จากระดับสูงกว่า 30% ต่อปี ในช่วง 2 ปี ที่ผ่านมา มาอยู่ท่ 10-15% ต่อปี จาก
       
       ปัจจัยราคาน้ำมันและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
        ภาวะดอกเบี้ยขาขี้นกดดันต้นทุนดอกเบี้ยจ่าย ต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายเรื่มปรับขึ้นตามภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น ในขณะที่ดอกเบี้ยรับจะปรับขึ้นได้ช้ากว่า
       
       ส่งผลให้ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยในธุรกิจสินเชื่อรายย่อยมีแนวโน้มลดลง
       
        **สินเชื่อกลุ่มรายย่อยคาดเติบโต 20-25%
        คาดยอดสินเชื่อรวมในกลุ่มสินเชื่อรายย่อยเติบโต 20-25% ต่อปี ยอดสินเชื่อมีการขยายตัวอย่างมากในช่วง 2-3 ปีปี่ผ่านมา ในอัตราสูงกว่า 30%
       
       ปี แต่คาดว่าอัตราการเติบโตจะลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 20-25% ต่อปี ตามการชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค รวมถึงยอดขายรถยนต์และรถจักรยานยนต์
       
       ในประเทศที่มีแนวโน้มการเติบโตลดลง
        บมจ.บัตรกรุงไทย(KTC)
        ธุรกิจบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลมีแนวโน้มชะลอตัว ตามการชะลอตัวของการใช้จ่ายผู้บริโภค เนื่องจากผลกระทบทางด้านเงินเฟ้อและ
       
       ภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
        ใช้กลยุทธ์ออกผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องเพื่อกระตุ้นการเติบโต รวมถึงการเน้นสร้าง Brand loyalty เพื่อรักษาฐานลูกค้า
        คาดกำไรปี 47 เติบโต 87% จากการขยายตัวของสินเชื่อส่วนบุคคล และกำไรปี 48 เพิ่มขึ้นอีก 28% จากสินเชื่อเจ้าของกิจการที่เปิดตัวไปในเดื่อน
       
       ก.ย.ที่ผ่านมา
        มูลค่าพื้นฐานปี 48 เท่ากับ 36 บาท อิงกับ PER 11 เท่า แนะนำ ซื้อ
       
        บมจ,สยามพาณิชย์ สิสซิ่ง(SPL) คาดยอดขายรถยนต์ในประเทศเติบโตลดลงเหลือ 10-15% ต่อปี จากระดับสูงกว่า 30% ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา
       
       เนื่องจากผลกระทบทางด้านราคาน้ำมันและภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
        มีการออกหุ้นกู้ระยะยาวทุกปี ทำให้สามารถควบคุมต้นทุนดอกเบี้ยจ่ายได้ระยะหนึ่ง ในขณะที่คาดว่าจะมีการปรับดอกเช่าซื้อรถยนต์ขี้นในปีหน้า
        คาดพอร์ตเช่าซื้อระยนต์เติบโต 24% ในปี 47 และเพิ่มขึ้นอีก 17% ในปี 48 ตามการเพิ่มขึ้นของยอดขายรถยนต์ในประเทศมูลค่าพื้นฐานปี 48
       
       เท่ากับ 45 บาท อิงกับ PER 10 เท่า แนะนำ ซื้อ รับปันผลที่ให้ผลตอบแทนสุ.ถึง 8.5% ในปี 47

ที่มา manager.co.th

เข้าชม: 2,168

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com