สรุปปัจจัย / ประเมินแนวโน้มตลาด ตลาดจะแข็งแกร่งหากความร้อนแรงของไฟใต้บรรเทาลง หรือ อยู่ในราคามากพอ โดยเราได้วิเคราะห์ปัจจัยต่าง ๆ ที่เข้ามากระทบตลาดไว้ 5 ประการ ซึ่งมีปัญหาไฟใต้เป็นแรง กดดันประการสำคัญ โดยสรุปผลดังกล่าวหุ้นที่มีศักยภาพการทำกำไรสูงโดยเปรียบเทียบในระยะ นี้ได้แก่เดินเรือ: TTA, PSL, RCL เนื่องจากได้รับผลดีจากการค้าโลก และ ราคาน้ำมันที่ ลดลง โดยมีผลกระทบจากปัจจัยภายในต่ำกว่า สื่อสาร: SHIN/SHIN-W1, CSL, SAMART, MFEC ไม่ถูกกระทบจากดอกเบี้ย น้ำมัน และ ไฟใต้มากนัก มีการเจริญเติบโตดี และ มีผลบวกจากการตั้งกทช ก่อสร้าง: ITD, KTECH, STEC จากความต่อเนื่องของการรับงานก่อสร้าง การ บริหารต้นทุนที่ดีขึ้น และ ไม่มีผลกระทบจากไฟใต้เป็นนัยยะสำคัญ อิเลคโทรนิคส์ : DELTA, HANA อุปสงค์โลก โดยเฉพาะจากสหรัฐมีแนวโน้มดี เหล็ก : SSI, MS, TYCN ได้ประโยชน์จากการนำเข้าวัตถุดิบที่ค่าเงินบาทแข็ง ขาย ในตลาดภายในที่แข็งแกร่ง หุ้นงบดี: OISHI, LPN, HMPRO, UBC, KTC, AH, BECL ไฟใต้ดอกเบี้ยค่าเงินบาทแข็งTPIราคาน้ำมัน ผลกระทบลบรับรู้บวกบวก (แปรผัน)บวก (แปรผัน) ตลาดลบรับรู้บวกบวกบวก หุ้นที่ได้รับผลลบทั้งตลาดธนาคารส่งออกสินค้าTPI ผันผวน พลังงาน+ ปิโต อสังหาพื้นฐานในระยะสั้น หุ้นที่ได้รับผลบวกเดินเรือ, ก่อสร้างพึ่งต้นทุนนำเข้าพึ่งต้นทุนนำเข้า เจ้าหนี้, TPIPLเดินเรือ,ก่อสร้าง หรือได้รับผลลบน้อยสื่อสาร, สาธารณูปโภค ธนาคาร
ส่วนหุ้น ธนาคาร พลังงาน ปิโตรเคมี และ อสังหาอาจจะมีแรงกระทบจากอัตรา ดอกเบี้ย และ ราคาอ้างอิงจากน้ำมันบ้างแต่หุ้นหลักต่างก็มีพื้นฐานดีหากราคาอ่อนลงมาก็น่า ทยอยสะสมได้ หุ้นดีเหล่านี้ได้แก่ PTT, BBL, SCB, KTB, TOC, NPC, LPN, LH, LALIN, PF ไฟใต้ยังเป็นตัวจำกัดตลาด: จุดกลับ = 1)เหตุการณ์ดีขึ้น 2) ตลาดถูกพอ 3) แรงดัน เปรียบเทียบจากตลาดอื่น
ตลาดไทยรองรับแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภาคใต้ใน 2 อาทิตย์ที่ผ่านมาท่าม กลางมูลค่าการซื้อขายที่เบาบาง และ เหวี่ยงไหว โดยในปลายอาทิตย์จะมีแรงซื้อเข้ามาจากทั้ง กองทุน และ นักลงทุนต่างชาติ(เป็นฝ่ายขายมาตลอดหลังเหตุการณ์ปะทุขึ้น) แม้ตัวแปรเศรษฐกิจ และ การเงินต่อตลาดหลักทรัพย์จะเป็นบวก เรามองว่าตลาดจะตอบรับผลจากภาคใต้มี 2 กรณี ต่อ
1.พัฒนาการแก้ไขปัญหามีความชัดเจนขึ้น ไม่กระจายตัวออกจาก 3 จังหวัดภาคใต้ และ ไม่เป็นการชักศึกเข้าบ้าน เหตุการณ์นี้มีผลต่อฐานอำนาจของรัฐบาลไทยรักไทยในการ เลือกตั้งอย่างช้าต้นปีหน้า โดยมุมกลับของการมีเสียงในสภาน้อยลงจนฝ่ายค้านมีเสียงมากกว่า 200 เสียงจะเป็นการคานอำนาจที่ดี เพราะเราเห็นว่าการทำงาน และ ทุ่มเททรัพยากรของทั้ง 2 ฝ่ายที่มีความเข้มแข็งทั้งคู่ทั้งในระหว่างการหาเสียง และ หลังจากนั้นอีก 4 ปีจะเป็นประโยชน์ต่อ ประชาชน และ ความก้าวหน้าทางการเมืองมากกว่า
2.ตลาดตอบรับเหตุการณ์ที่คาดได้ยากในระดับหนึ่ง โดยดัชนีตลาด/ราคาหุ้นต่ำลงจนเป็น ระดับที่น่าลงทุน โดยหากมองแล้วเหตุการณ์ต่าง ๆ อาจจะเป็นลบทางเศรษฐกิจ และ ศักยภาพ กำไรของบริษัทน้อยกว่าการตอบรับของตลาด ผลงานของตลาดในรอบ 2 สัปดาห์
อนึ่ง สภาพคล่องที่ไหลเข้ามาในตลาดทุนจากการเก็งขาลงของน้ำมัน-สินค้าโภคภัณฑ์ การอ่อนตัวของดอลลาร์ และ เม็ดเงินทีกองทุนจะมีมากขึ้นเรื่อย ๆ ในตอนปลายปี (กองทุนหุ้น ระยะยาว กองทุนที่ลดภาษีได้) ก็อาจจะเป็นตัวผลักดันตลาดได้ ในขณะที่ศักยภาพกำไรของบริษัท ในครึ่งหลังปีนี้ดี และ แนวโน้มของการจัดการต่อการลด/เลิกสนับสนุนราคาขายปลีกน้ำมันเป็นไป ได้ด้วยดี สุทธิหากมอง PE แล้วก็จะต่ำลง
โดยเปรียบเทียบกับตลาดเล็ก-กลางในภูมิภาค ตลาดไทยมีผลงานไม่ดีคือปรับตัวขึ้น 7.8% จากจุดต่ำสุดในเดือนสิงหาคมดีกว่าตลาดจีน: +0.1% (จากมาตรการชะลอตัวเศรษฐกิจ และ แนวโน้มค่าเงินหยวนเป็นหลัก) และ อยู่ในระดับเดียวกับ สิงค์โปร์: +7.4% (ด้วยความกังวล เรื่องการปรับโครงสร้างการจัดการเศรษฐกิจ หลังนายกรัฐมนตรีใหม่เข้ามารับตำแหน่ง) หาก เปรียบเทียบกับจุดสูงสุดของตลาดไทยต่อวันเดียวกันของทุกตลาด ไทยตกลงมากที่สุด -6.5% เท่ากับตลาดจีน ผลงานของตลาดเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดอื่น ๆ ปัจจุบันศุกร์ 13% เปลี่ยนจันทร์ 4% เปลี่ยน
สิงหาคม ตุลาคม ตลาดไทย635.09588.877.8%679.13-6.5% ตลาดดาวน์โจนส์10,387.549,825.355.7%10,177.682.1% ตลาดแนสแดกซ์2,038.941,757.2216.0%1,955.504.3% ตลาดญี่ปุ่น11,061.7711,028.070.3%10,985.170.7% ตลาดเกาหลีใต้860.68763.9512.7%884.84-2.7% ตลาดไต้หวัน5,931.315,393.7310.0%6,077.96-2.4% ตลาดฮ่องกง13,494.9512,343.139.3%13,359.24 1.0% ตลาดสิงค์โปร์2,015.771,877.607.4%2,011.740.2% ตลาดจีน1,370.061,368.450.1%1,465.19-6.5% ตลาดอินเดีย5,891.365,102.9215.5%5,675.543.8% ตลาดฟิลิปปินส์1,817.521,566.8316.0%1,851.60-1.8% ตลาดอินโดนีเซีย893.64758.1817.9%856.454.3%ผลลบจากโอกาสที่ไฟใต้จะลุกลามเป็นไปทั้งตลาด เพราะความเสี่ยงระดับประเทศจะ เกิดขึ้นไปกระทบหุ้นตลาดคือ กลุ่ม PTT กลุ่ม SHIN ธนาคารหลัก 4 แห่งคือ BBL, SCB, KBANK, KTB หุ้น SCC LH ITD เดินเรือ ปิโตรเคมี BANPU เนื่องจากการถือครองของ นักลงทุนต่างประเทศ และ กองทุนมาก และตรงกันข้ามผลบวกก็จะวิ่งเข้ามาได้ด้วยเช่นกันส่วนกลุ่มทีได้รับผลกระทบน้อยก็ยังคงเป็นกลุ่มต่อไปนี้คือ
1.เดินเรือ (TTA/PSL/RCL) ที่ตกลงมามากจากความกังวลเรื่องการชะลอตัวเศรษฐกิจ จีน แต่หากราคาน้ำมันเบาตัวลง และ เศรษฐกิจโลกไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย การทำกำไร และ กระแสเงินสดจะมีศักยภาพมาก
2.หุ้นก่อสร้างที่มีพัฒนาการด้านการรับงาน และ การลดต้นทุนจากการลดลง ของต้นทุนวัสดุ แม้อาจจะได้รับผลกระทบบ้างจากการขึ้นราคาดีเซลจากการเลิกสนับสนุนในปี หน้า
3.สื่อสาร/รับเหมาเครือข่ายที่มีการเติบโต เช่น SAMART (เป้าหมาย 9.30 บาท) CSL ที่มีการเติบโตจากสมุดหน้าเหลือง SHIN/SHIN-W1 (เป้าหมาย 48 บาท) MFECที่มี การประมูลงานของรัฐ และ เอกชนในการสร้างความทันสมัยที่โดดเด่น
4.สาธารณูปโภค เช่น RATCH และ EASTW แนวโน้มดอกเบี้ย (+0.25% เป็น 2%)+ US$มีเสถียรภาพขึ้น+ ค่าเงินบาทจะแข็งขึ้น เล็กน้อย
| | เข้าชม: 1,293 |
|