ตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อวานนี้ : ดัชนีหุ้นไทยปิดลบเล็กน้อย จากแรงขายทำกำไรหลังรับ ข่าว บุช SET วานนี้ปิดลบ 0.34%.เนื่องจากมีแรงขายทำกำไรออกมาหลังรับข่าวผลการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐ ในขณะที่มีแรงซื้อหุ้น บมจ. ไทยออยล์ (TOP) และหุ้นในกลุ่มแบงก์เข้ามา ช่วยพยุงตลาดไม่ให้ปรับตัวลดลงมาก ส่งผลให้ดัชนีปิดลบ 2.16 จุด มาที่ 639.13 จุด ด้วยมูลค่า การซื้อขายปานกลางที่ 16,382.21 จุด หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 113 บริษัท ปรับตัวลง 178 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 87 บริษัท กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มเครื่องจักร +3.56% กลุ่มการแพทย์ +2.78% กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า +1.48% กลุ่มยานยนต์ +0.52% กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มสิ่งพิมพ์ ?2.35% กลุ่มบันเทิง ?1.17% กลุ่มธุรกิจเกษตร ?1.19% กลุ่มไฟแนนซ์ ?1.11% วานนี้นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิจำนวน 897.96 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิจำนวน 994.71 ล้านบาท ตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547
1. บริษัท แมงป่อง จำกัด (มหาชน) (PONG) ขายหุ้น IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น เสนอ ขายราคาหุ้นละ 7.00 บาท (3.75 ล้านหุ้น เสนอขายต่อกรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของ บริษัท ในราคา 6.30 บาท) มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จะทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็น วันแรก (5 พ.ย. 47) ทุนจดทะเบียน295 ล้านบาท (295 ล้านหุ้น พาร์ 1 บาท/หุ้น) หลังออก IPO จำนวนหุ้น IPO522.375 ล้านบาท (75 ล้านหุ้น) เป็น 25.42% Under Writerบริษัทหลักทรัพย์ ธนชาติ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจเป็นผู้ถือลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ และเพลงสากล เพื่อผลิตเป็นวีซีดี ดีวีดี และเทป คาสเซท เพื่อจำหน่าย รวมถึงเป็นผู้ผลิตภาพยนตร์ และเพลงเองด้วย ผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPOตระกูลตรีเอกวิจิตร 68.8% โครงสร้างรายได้1. รายได้จากการขายภาพยนต์ วีซีดี ดีวีดี และซีดีเพลง2. รายได้จากการบ ริการ(ให้เช่าภาพยนตร์วีซีดี ดีวีดี)3. รายได้อื่นๆ นโยบายเงินปันผลอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ ผลประกอบการกำไรสุทธิปี 45 = 77.33 ล้านบาทกำไรสุทธิปี 46 = 243.44 ล้านบาท กำไรสุทธิไตรมาสแรกปี 47 = 53.56 ล้านบาท
2. MCOT : เมื่อวานนี้เป็นวันที่เปิดจองซื้อหุ้น บมจ. อสมท. ซึ่งเป็นหุ้นรัฐวิสาหกิจแห่งที่ 2 ที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในปีนี้ โดยได้รับความสนใจจากนักลงทุนรายย่อยเป็น จำนวนมาก สำหรับยอดจองซื้ออย่างเป็นทางการเมื่อเย็นนี้มียอดจองหุ้นทั้งสิ้น 625.9 ล้านหุ้น และมีผู้จองซื้อทั้งสิ้น 1.07 แสนราย โดยจำนวนหุ้นที่เปิดขายให้ประชาชนมีเพียง 48.4 ล้านหุ้น เท่ากับว่ามีความต้องการมากถึง 10 เท่า ทั้งนี้ทาง MCOT จะประกาศรายชื่อผู้ได้รับการจัดสรร หุ้นในวันที่ 9 พ.ย.หลังจากสรุปราคาครั้งสุดท้ายในวันที่ 8 พ.ย.
3. TPI : เมื่อเช้าวานนี้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญแถลงคำวินิจฉัยส่วนตนและลงมติว่า กฎหมายล้มละลายมาตรา 90/17 วรรค 2 ซึ่งเกี่ยวกับการตั้งผู้บริหารแผนฟื้นฟูกิจการว่าไม่ขัดต่อ บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ สำหรับการวินิจฉัยข้อกฎหมายดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่นายประชัย เลี่ยวไพ รัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ. อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) ร้องขอให้ศาลวินิจฉัย เนื่องจากไม่เห็นด้วยกับศาลล้มละลายกลางที่ตั้งกระทรวงการคลังเป็นผู้บริหารแผนฟื้นฟูฯ TPI สำหรับในส่วนของ รมว. คลัง เห็นว่าคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญแสดงให้เห็นถึงความชอบธรรม ในการเข้ามาบริหารแผนฟื้นฟูฯ TPI ของกระทรวงการคลังทั้งนี้ศาลล้มละลายกลางจะพิจารณาและมีคำสั่งว่าจะเห็นชอบกับแผนฟื้นฟูฯ TPI ฉบับ แก้ไขที่เสนอโดยกระทรวงการคลังหรือไม่ในวันที่ 10 พ.ย. นี้
4. เมื่อวานนี้มีหุ้นที่ทำ New high คือ TOP, NCH และ EWC ทำ new high ที่ 45, 49 และ 6.70 ตามลำดับ โดยหุ้น TOP สามารถทำปิดตลาดที่ new high ได้
5. คณะกรรมการสมาคมบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) มีมติให้บัญชีซื้อขายหุ้นวงเงินขั้นต่ำ กว่า 1 ล้านบาท ต้องวางหลักทรัพย์ค้ำประกัน 10% ตั้งแต่เดือน ม.ค. 48 เป็นต้นไป โดยจะมีการ แจ้งให้สมาชิกทราบในการประชุมที่จะมีขึ้นในวันจันทร์นี้ เนื่องจากการวางหลักทรัพย์ค้ำประกันที่ ระดับ 10% จะสามารถช่วยลดความเสี่ยงให้กับโบรกเกอร์ได้
6. กระทรวงการคลังจะออกพันธบัตรรัฐบาล เพื่อชดเชยหนี้กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและ ระบบสถาบันการเงิน (FIDF1) วงเงิน 5.99 หมื่นล้านบาท ในช่วงเดือน พ.ย. 47-มี.ค. 48 สำหรับพันธบัตรชุดดังกล่าวจะเริ่มประมูลงวดแรกในวันที่ 17 พ.ย. นี้ไปจนถึงวันที่ 2 มี.ค. 48 ซึ่ง วงเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของวงเงินที่รัฐบาลคาดว่าจะออกพันธบัตรทั้งหมดวงเงิน 7.49 หมื่น ล้านบาทในช่วงปีงบประมาณ 48
7. บมจ. ช.การช่าง (CK) เตรียมใช้เงินลงทุนไม่เกิน 3.38 พันล้านบาท เพื่อซื้อหุ้นเพิ่ม เติมใน บมจ. ทางด่วนกรุงเทพ (BECL) และบริษัทน้ำประปาไทย ซึ่งจะทำให้ได้รับประโยชน์จาก ผลการดำเนินงานและเงินปันผลของทั้งสองบริษัท ทั้งนี้บริษัทฯ จะซื้อหุ้น BECL ในวงเงินไม่เกิน 1.75 พันล้านบาท และน้ำประปาไทยไม่เกิน 1.63 พันล้านบาท
8. บริษัท ระยองเพียวริฟายเออร์ จำกัด (มหาชน) (RPC) จะมีการเปลี่ยนแปลงมูลค่าที่ ตราไว้ของหุ้นสามัญของบริษัทจากหุ้นละ 5 บาท เป็นหุ้นละ 1 บาท เพื่อเป็นการเพิ่มสภาพคล่อง ในการซื้อขาย
9. ราคาน้ำมัน : วานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดร่วงลง เนื่องจากได้ รับแรงกดดันจากคำสั่งขายตามปัจจัยทางเทคนิคหลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวัน พุธหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และหลังจากมีรายงานว่าสต็อกก๊าซธรรมชาติอยู่ในระดับ สูงเป็นประวัติการณ์ โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค. ปรับลง 2.06 ดอลลาร์ หรือ 4.05% มา ปิดตลาดที่ 48.82 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ส่งมอบเดือน ธ.ค. ลดลง 1.61 ดอลลาร์ มาปิดตลาดที่ 45.95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
10. ค่าเงินบาท : วานนี้ช่วงเช้าเงินบาทแข็งค่า ตามทิศทางค่าเงินภูมิภาคที่แข็งค่าขึ้น โดยเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.97/99 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทยังคงแข็งค่าขึ้น เนื่องจากดอลลาร์ถูกกระทบหลังจากที่ตลาดให้ความสนใจกับแนวโน้มที่อ่อนแอของเศรษฐกิจ สหรัฐ หลังจากที่จอร์จ ดับเบิลยู บุช ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกสมัย โดยเงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ที่ 41.08/11 บาทต่อดอลลาร์
11. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดลบตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น+58.46+0.54%10,946.27เนื่องจากการกลับมาดำรงตำแหน่งอีก สมัยของประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช ช่วยหนุนหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ สิงคโปร์-6.78-0.34%2,010.65เนื่องจากการปรับตัวลงของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ฮ่องกง-28.58-0.21%13,369.09เนื่องจากมีแรงขายทำกำไร หลังจากที่ ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 เกาหลีใต้-9.85-1.14%851.20เนื่องจากความวิตกที่ว่าผลกำไรของภาคเอกชนอาจ จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ดีดตัวขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุชได้รับ เลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นสมัยที่ 2 มาเลเซีย-6.43-0.73%872.02เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรจากการปรับตัวขึ้น ตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (04/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (05/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น10,946.2711,040.06+93.79 เกาหลีใต้851.20862.44+11.24 ตลาดในระยะสั้นจะแกว่งตัวในช่วง 635-642 จุด โดยมีแนวโน้มแกว่งตัวลงหลังจากที่ ดีดตัวขึ้นมา 5 วัน โดยตลาดในระยะสั้นดูเหมือยว่าจะหมดข่าวการเก็งกำไรการกลับมาของบุชใน การเป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้ง ทำให้ตลาดโดยรวมเป็นขายรับข่าวหรือ Sell on fact ซึ่งก็ได้ เกิดขึ้นทั่วโลกด้วยเมื่อวานนี้ สำหรับตลาดหุ้นไทยหลังจากดัชนีขึ้นทดสอบแนวต้าน 640 จุดแล้ว มีโอกาปรับตัวลงในปลายสัปดาห์ต่อเนื่องถึงสัปดาห์หน้าได้ ซึ่งปัจจัยที่อาจะเข้ามามีผลลบยังเป็น สถานการณ์ในภาคใต้เองที่ยังยืดเยื้ออยู่ โดย Volume ที่เบาบางยังแสดงถึงความไม่มั่นใจยังมี อยู่ เรามองว่าตลาดยังต้องปรับฐานอีก 1-2 สัปดาห์สำหรับกลางเดือนนี้ โดยหุ้นพื้นฐานใน SET50 เริ่มมีการปรับฐานกันบ้างแล้ว ส่วนหุ้นขนาดเล็กอาจปรับขึ้นชั่วคราวระยะหนึ่ง ซึ่งแสดง ให้เห็นว่าตลาดจะมีแนวโน้มทางอ่อนตัวลง และเป็นการเก็งกำไรช่วงสั้น
โดยภาพรวมจึงยังให้เป็นการขาย short ในระยะสั้นนี้ได้ และรอซื้อรอบใหม่ในระยะ เวลาที่เหมาะสม ซึ่งอาจรออีก 1-2 สัปดาห์
| | เข้าชม: 1,284 |
|