แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้(วันพฤหัสบดีที่ 4 พฤศจิกายน 2547): ระยะสั้น : ทยอยลด พอร์ต 25-50% บริเวณเหนือ 650จุดขึ้นไป / หุ้นพลังงาน ปิโตรเคมี เดินหน้าต่อวันนี้ รับข่าว บุชประกาศชัยชนะอย่างเป็นทางการ
APEX ให้น้ำหนักการลงทุนวันนี้ เป็น Positiveดัชนีตลาดฯ คาดว่าจะปรับตัวขึ้นสูง ขึ้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 650 จุดและ 660 จุด ไฮไลท์อยู่ที่ การประกาศชัยชนะของบุช และ ราคาน้ำมันดิบ เริ่มเข้าสู่ขาขึ้นรอบใหม่ หลังวานนี้ปรับขึ้น 2.66% คาดว่า จะส่งผลดีระยะสั้นต่อ ตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี (ขณะที่ในระยะยาวตลาดหุ้นทั่วโลกจะ มีแรงกดดันจากการปรับขึ้นรอบใหม่ของราคาน้ำมัน เพราะราคาน้ำมันคือต้นทุนสำคัญทาง เศรษฐกิจ)ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อทิศทางตลาดวันนี้ ได้แก่เม็ดเงินในตลาดฯ ที่อาจจะหาย ไปจากการจองซื้อหุ้นอสมท.-กระจายให้ประชาชนทั่วไป 48.4 ล้านหุ้น ราคา 22 บาทต่อหุ้น-อย่าง น้อย 3-4 เท่าของ 1.06 พันล้านบาท (-) สัญญาณทางเทคนิคทั้งรายวันและรายสัปดาห์ เกิด Buy Signal รอบใหม่ โดยมีเป้าหมายรอบใหม่ที่ 650-660 จุด(+) การคาดหวังต่อกองทุนวายุภักษ์ 1 ยังคงเป็นปัจจัยบวก หลังกองทุนยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์(+) สถานการณ์ภาคใต้ เริ่มคลี่คลายในระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีการก่อกวนเป็นระยะๆ (-) การประกาศผลการดำเนินงาน ไตรมาส 3/47 คาดว่าจะยังคงรายงานกำไรเติบโตต่อเนื่องเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมีขนส่ง จะรายงานกำไรที่เติบโตอย่างมี นัยสำคัญ (+) สหประชาชาติเตือนเจ้าหน้าที่ระวังตัว หลังพูโลขู่ก่อเหตุในกรุงเทพฯ (-)กลุ่มอุตสากรรมเด่นวันนี้ ได้แก่
1)กลุ่มพลังงาน และกลุ่มปิโตรเคมี นำโดย TOP PTT ATC TOC จากการคาดว่าจะ ได้ประโยชน์สูงสุดจากการปรับสูงขึ้นรอบใหม่ของราคาน้ำมันดิบ
2) กลุ่มสื่อสาร นำโดย ADVANC TRUE UCOM จากการคาดว่าจะเป็นกลุ่มที่ไม่ได้ รับผลกระทบจากราคาน้ำมันดิบหรือเศรษฐกิจที่ชะลอลง แต่จะได้ประโยชน์จากการแปรสัญญา สัมปทาน
3) กลุ่มเรือ (TTA PSL) ดัชนีค่าระวางเรือ Baltic Dry Index อยู่ที่ 4937 ทำสถิติสูง สุดในรอบ 7 เดือน
4) กลุ่มอื่นๆ อาทิ ธนาคารฯ หลักทรัพย์ และหุ้นเก็งกำไรขนาดเล็ก (รวมวอร์แรนท์) ที่ เด่นๆ ได้แก่ KBANK KTB KEST PICNI EWC LOXLEY คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นในอัตราที่ สูงกว่าดัชนีตลาดฯแนวโน้มดัชนีตลาดฯและกลยุทธ์การลงทุน :
แนวโน้มวันนี้ คาดว่า ดัชนีฯ จะขึ้นไปทดสอบแนวต้าน 650จุด และ 660 จุดตามลำดับ จากการปรับตัวขึ้นของทุกกลุ่มอุตสาหกรรม ยกเว้นสายการบิน และรับเหมาก่อสร้าง หุ้นกลุ่มเด่น วันนี้คือ พลังงาน-น้ำมัน ถ่านหิน (TOP PTT BANPU) ปิโตรเคมี(ATC TOC) สื่อสาร(TRUE TT&T UCOM SHIN ADVANC SATTEL) การเงิน( KTB KBANK ASP KEST) หุ้นเก็ง กำไร(PICNI EWC LOXLEY) และวอร์แรนท์ SHIN-W1 PICNI-W1 สำหรับกลยุทธ์การลง ทุน แนะนำให้ ขายทำกำไรออกไป 25-50% ของพอร์ตที่บริเวณเหนือดัชนี 650 จุดขึ้นไปเนื่อง จาก ปัจจัยพื้นฐานระยะยาวยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม แม้ว่าบุชจะได้รับเลือกเป็น ประธานาธิบดีสหรัฐฯรอบสองก็ตาม
ปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อตลาด(Drivers) : ผลการเลือกตั้งของประธานาธิบดีสหรัฐมีความ ชัดเจน ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนตามปรกติ // สัญญาณทางเทคนิคเกิดสัญญาณซื้อ รอบใหม่ / คาดกองทุนวายุภักษ์จะลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น /การประกาศผลการดำเนินงานไตร มาส 3/47 ของกลุ่มที่มิใช่สถาบันการเงิน คาดว่าจะรายงานกำไรสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกัน ของปีก่อน
ปัจจัยที่กดดันตลาดฯ (Concerns):ราคาน้ำมันในตลาดโลกเริ่มเปลี่ยนเป็นแนวโน้ม ขาขึ้นรอบใหม่/ ความรุนแรงในสถานการณ์ภาคใต้ ยังคงเป็นประเด็นจับตา หลังสหประชาชาติ เตือนเจ้าหน้าที่ให้ระมัดระวังตัว/ นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอีก 408.62 ล้านบาท / ตลาดหุ้น ทั่วโลกจะขึ้นแรงในช่วงเปิดตลาด และลดช่วงบวกลงในเวลาต่อมาหลักทรัพย์ที่น่าสนใจวันนี้ :
หลักทรัพย์เดิมที่เคยแนะนำ: ยังคงเน้นซื้อเพิ่ม TOP PTT TRUE PICNI PICNI- W EWC BTC-W1และขายทำกำไร THAI LH ตั้งแต่วานนี้ /ADVANC(แนวต้าน 103บ) UCOM(แนวต้าน 67.50บ)TT&T(แนวต้าน 4.26-4.30บ)แนะนำให้ Take Profit วันนี้
ส่วนหลักทรัพย์ที่แนะนำเพิ่ม : สำหรับคนที่ชอบกลุ่มธนาคารฯ แนะนำ KBANK (แนวต้าน 47.50 บาท) KTB(แนวต้าน 8.75บาท) กลุ่มสื่อสาร(LOXLEY SAMART) หลัก ทรัพย์ฯ(KEST) หุ้น Winners วันนี้ ได้แก่
1) หลักทรัพย์ที่มีแรงซื้อจาก NVDR ได้แก่ กลุ่มพลังงาน(PTT TOP) สื่อสาร (ADVANC SHIN SAMART) ปิโตรเคมี(ATC) การเงิน (KBANK KTB KK KEST) อสัง หาฯ(PF)
2) หุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดฯ อาทิ PICNI EWC(ยังคงมีการเก็งกำไรจากกรณีการ กำหนดราคาขายหุ้น PO และการให้วอร์แรนท์แก่ผู้ถือหุ้นเดิม) BTC-W1(ยังคง In-the- Money) PICNI-W1(ยังคง in-the-Money) หุ้น Losers วันนี้ ได้แก่
1) หลักทรัพย์ที่มีแรงขายจาก NVDR ได้แก่ กลุ่มพลังงาน(PTTEP) สื่อสาร(TT&T) ธนาคารฯ (BBL) อสังหาฯ(LH)
2) หุ้นรับเหมาก่อสร้างและสายการบิน จากการเสียประโยชน์จากราคาน้ำมันที่อาจเป็น ขาขึ้นรอบใหม่ (THAI ITD STEC)
ปัจจัยต่างประเทศฯ
ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ความชัดเจนเรื่องบุชชนะ ส่งผลดีต่อตลาดหุ้นทั่วโลก (แต่แรง ขายทำกำไรลดช่วงบวกปลายตลาด)
ดัชนีดาวโจนส์ วันพุธที่ 3 พย.47 ปิดตลาดที่ระดับ 10,137.05 จุด เพิ่มขึ้น 101.32 จุด(ในช่วงแรกของการซื้อขาย ปิดบวกสูงสุดถึง 179.80 จุด และลดช่วงบวกลงในช่วงปลาย ตลาด)ส่วนดัชนี NASDAQ ปิดที่ระดับ 2,004.33 จุด เพิ่มขึ้น 19.54 จุด หรือ 0.98%จากการ ปรับตัวสูงขึ้นของหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศ และบริษัทด้านสุขภาพ ซึ่งคาดว่าจะมีแนวโน้มกำไรสูง ขึ้น หลังจาก บุช ประกาศชัยชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในช่วงตี 1 ตามเวลาในไทย ส่วนการซื้อขายวันนี้ คาดว่าจะมีการขายทำกำไรและซื้อขายอย่างระมัดระวัง ก่อนการประกาศตัว เลขการจ้างงานสหรัฐฯในวันศุกร์นี้ ส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ : นิกเกอิ +0.8% เกาหลีใต้ - 0.5% ไต้หวัน -0.2%
อัตราแลกเปลี่ยน : ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงอ่อนตัว แม้ว่าจะฟื้นตัวเล็กน้อยหลัง บุชประกายชัยชนะเนื่องจากความเชื่อที่เพิ่มขึ้นในตลาดว่าสหรัฐฯต้องการให้ค่าเงินอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่า เพื่อลดการขาดดุลการค้า รวมถึงการวิตกต่อตัวเลขเศรษฐกิจที่แย่ลงโดยเช้านี้ ค่าเงิน เยน อยู่ที่ 106.10 เยน/US$( จาก 106.17 เยน/US$ วานนี้)ค่าเงินยูโรอยู่ที่ 1.2819$/1ยูโร (จาก$1.2821/ยูโร วานนี้) ส่วนค่าเงินบาทอยู่ที่ 41.14บาท/US$ (จาก 41.05บาท/US$ วัน อังคาร)
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดไนเม็ก เดือน ธ.ค.:น้ำมันพุ่ง รับข่าวบุช ชนะ
ราคาน้ำมันวันพุธ ปิดที่ระดับ 50.88 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น$1.26/บาร์เรลหรือ 1% โดยช่วงเปิดตลาดราคาน้ำมันลดลงไปถึง 97 เซนต์ไปแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือนที่ $48.65/บาร์เรล หลังจากรายงานสต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ถึง 6.3 ล้าน บาร์เรล เป็น 289.7ล้านบาร์เรล แต่หลังจากการประกาศชัยชนะของบุช ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบ ขึ้นไปสูงสุดที่ $51.09/บาร์เรล จาก War Premium ที่เพิ่มขึ้น และคาดว่าจีน จะนำเข้าน้ำมัน เพิ่มจาก 2 เป็น 2.7-3 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในไตรมาส 4/47APEX คาดว่า ราคาน้ำมันดิบที่ เปลี่ยนเป็นทิศทางขาขึ้นรอบใหม่ จะช่วยหนุนราคาหุ้นกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี เพิ่มขึ้นในสัปดาห์นี้
| | เข้าชม: 1,243 |
|