บล.เอเพกซ์ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 03/11/47 Market Strategy แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้(วันพุธที่ 3 พฤศจิกายน 2547)
หุ้นพลังงานปิโตรเคมี /ขนส่ง รับเหมาก่อสร้าง จะเป็น 2 ขั้วที่ได้รับผลกระทบจากผล การเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯที่จะรู้ผลบ่ายนี้ (แต่หากยืดเยื้อ แนะนำให้ ถือเงินสดเพิ่ม) เช้านี้ บุช ได้ 89 คะแนนและแครี่ได้ 77 คะแนน(มากกว่า 270 เสียงจึงจะชนะ)
APEX ให้น้ำหนักการลงทุนวันนี้ เป็น Positiveดัชนีตลาดฯ คาดว่าจะปรับตัวขึ้นสูง ขึ้น โดยมีแนวต้านสำคัญที่ 640 จุด ไฮไลท์จะอยู่ที่ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันนี้ซึ่งจะ มีความชัดเจนว่าใครจะได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ (ข่าวร้ายสำหรับตลาดหุ้น คือ การยืดเยื้อของ ผลเลือกตั้ง ซึ่งจาก 4 ปีก่อน ส่งผลให้ดัชนี S&P ลดลงไปถึง 6.7% ในช่วง 6 สัปดาห์หลังวันเลือก ตั้ง) โดยหากนายแครี่ ได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่ คาดว่าจะส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบใน ตลาดโลกยังคงปรับลดลงต่อเนื่อง และเป็นผลดีระยะสั้นต่อตลาดหุ้นทั่วโลก(ราคาน้ำมันคือต้นทุน สำคัญทางเศรษฐกิจ)แต่ตลาดหุ้นในระยะยาวอาจจะได้รับความสนใจน้อยลงเมื่อเทียบกับตลาด ตราสารหนี้ (คาดดอกเบี้ยจะปรับขึ้นสูง) ส่วนปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อทิศทางตลาดวันนี้ ได้แก่การ คาดหวังต่อกองทุนวายุภักษ์ 1 จะเป็นปัจจัยบวกหลักที่มีผลต่อการฟื้นตัวของตลาดหุ้นวันนี้ หลังผู้ จัดการกองทุนคาดว่าจะนำเม็ดเงินกว่า 1.5 หมื่นล้านบาทเข้าลงทุนใน SET 50 ได้ วันนี้ (+) สถานการณ์ภาคใต้ -สถานการณ์เริ่มคลี่คลายในระดับหนึ่ง แต่ยังคงมีการก่อกวนเป็นระยะๆ (-) การประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/47 คาดว่าจะยังคงรายงานกำไรเติบโตต่อเนื่องเมื่อ เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการเติบโตของเศรษฐกิจ โดยกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมีขน ส่ง จะรายงานกำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ (+) เม็ดเงินในตลาดฯ ที่อาจจะหายไปจากการจอง ซื้อหุ้น อสมท.-กระจายให้ประชาชนทั่วไป 48.4 ล้านหุ้น ราคา 22 บาทต่อหุ้น-อย่างน้อย 3-4 เท่า ของ 1.06 พันล้านบาท (-) สัญญาณทางเทคนิครายวัน เกิด Buy Signal รอบใหม่ หลังจากวานนี้ สามารถยืนเหนือเส้นค่าเฉลี่ยระยะสั้น 5 วันที่ 627 จุดขึ้นมาได้ และสัญญาณ Oscillator ที่เกิด สัญญาณ ซื้อ ส่วนรายสัปดาห์จะเกิด Buy Signal ต่อเมื่อทะลุแนวต้าน 637 จุดขึ้นไปได้โดยมี เป้าหมายรอบใหม่ที่ 650-660 จุด (+)
กลุ่มอุตสากรรมที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นโดดเด่นวานนี้ ได้แก่ กลุ่มปิโตรเคมี เดินเรือ ซึ่งคาด ว่าจะเป็นการซื้อคืน หลังจากราคาปรับตัวลดลงมาค่อนข้างมากในสัปดาห์ที่ผ่านมา ติดตามด้วย กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง นำโดย ITD CKเนื่องจากเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์หากราคาน้ำมันปรับ ตัวลดลง กลุ่มพลังงาน นำโดย TOP PTT ที่น่าจะได้รับประโยชน์ในแง่ที่เป็นหุ้นที่อยู่ใน SET 50 รวมทั้งราคาปรับตัวลดลงมามากเช่นกัน กลุ่มสื่อสาร โดยเฉพาะกลุ่ม SHIN ปรับตัวดีขึ้น หลังจาก มีแรงขายหุ้นในกลุ่มนี้ เพราะวิตกต่อปัจจัยการเมืองที่เกรงว่าคะแนนเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลจะ ลดลงหรือข่าวลือว่า นายกฯจะลาออก สุดท้าย กลุ่มแบงก์ เป็นกลุ่มที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยที่สุด โดย คาดว่ายังคงมีแรงขายจากนักลงทุนต่างประเทศ สังเกต ได้จากหุ้น BBL ที่มีแรงขายใน NVDR มาตลอด แนวโน้มดัชนีตลาดฯและกลยุทธ์การลงทุน : -
แนวโน้มตลาดวันนี้ คาดว่า ดัชนีฯยังคงจะมีความผันผวนในกรอบ 627-640 จุด โดย มูลค่าการซื้อขายน่าจะเพิ่มขึ้นตามลำดับ หากผลการเลือกตั้งสหรัฐฯมีความชัดเจน
ปัจจัยสำคัญของการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯต่อตลาดหุ้นไทยในระยะสั้น ยังคง เป็นทิศทางของราคาน้ำมัน โดยหาก บุช ชนะการเลือกตั้งอาจส่งผลให้ราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้น ไปยืนเหนือ US$50/BBL อีกครั้ง ซึ่งจะส่งผลกระทบในเชิงลบต่อตลาดหุ้นวันนี้ แต่หาก แครี่ ชนะ ราคาน้ำมันมีโอกาสปรับตัวลดลงแรง ซึ่งจะส่งผลดีต่อบรรยากาศการลงทุน ดังนั้น ราคาหุ้น กลุ่มน้ำมัน ปิโตร (ตรงกันข้ามกับ กลุ่มรับเหมาฯและสายการบิน) จะผันผวนตามการายงานความ คืบหน้าของคะแนนโหวตในแต่ละรัฐของสหรัฐฯ เนื่องจากยังไม่มีโพลล์ใดที่จะสรุปได้ชัดเจนว่า ใครจะเป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ทำให้กองทุนต่างประเทศส่วนใหญ่ยังคงไม่กล้าเพิ่ม/ลดน้ำหนัก ในหุ้นกลุ่มดังกล่าว อย่างไรก็ดี APEX คาดว่า Downside ต่อตลาดหุ้นไทยจากการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯจะมีจำกัด จากการคาดหวังว่า กองทุนวายุภักษ์1 จะเข้ามาลงทุนรอบใหม่ โดยเฉพาะในหุ้นกลุ่มน้ำมัน พลังงาน(PTT PTTEP TOP) ซึ่งคาดว่าจะมีปัจจัยพื้นฐานรองรับใน ระยะยาว
กลยุทธ์การลงทุน :ทยอยเพิ่มพอร์ต บริเวณต่ำกว่า 630 จุด โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มสื่อ สาร (ADVANC SHIN TT&T TRUE UCOM ) เพราะเป็นกลุ่มเดียวที่ไม่ได้รับผลกระทบ จากราคาน้ำมันและไม่ได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นกลุ่มอื่นๆ ยังคงมี ความไม่ชัดเจน อาทิ 1)กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง (ITD CK STEC) ได้ประโยชน์จากการประมูลงาน ขนาดใหญ่ของรัฐฯได้เพิ่มขึ้น แต่มีความเสี่ยงจากต้นทุนวัสดุและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น2) กลุ่มเดิน เรือ เหล็ก ปิโตร ได้ประโยชน์จากราคาในตลาดโลกปรับสูงขึ้น แต่มีความเสี่ยงที่จะ Peak out จากเศรษฐกิจจีนชะลอตัว 3)กลุ่มน้ำมัน-ถ่านหิน จากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ 4)กลุ่ม เกษตรจากผลกระทบโรคไข้หวัดนก 5)กลุ่มท่องเที่ยวและ Country Risk จากสถานการณ์ภาค ใต้6) กลุ่มแบงก์จากแนวโน้มเศรษฐกิจชะลอตัว 7)กลุ่มอสังหาฯจากแนวโน้มดอกเบี้ยขาขึ้น ส่วนการเก็งกำไรวันนี้ แนะนำ ซื้อเมื่ออ่อนตัวกลุ่มพลังงาน-ปิโตร (PTT TOP BANPU TOC) เดินเรือRCL (ประกาศตัวเลขปริมาณขนส่งตู้ฯ เดือนกันยายน เพิ่มขึ้น 27%Y-Yี) เก็งกำไรรับ เหมาก่อสร้าง (ITD CK) และสายการบิน(THAI)
ปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อตลาด(Drivers) : ผลการเลือกตั้งของประธานาธิบดีสหรัฐจะมี ความชัดเจน ทำให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้าลงทุนตามปรกติ /ราคาน้ำมันในตลาดโลก ต่ำกว่า $50/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบเดือน / สัญญาณทางเทคนิครายวัน เริ่มเกิดสัญญาณซื้อรอบ ใหม่ / คาดกองทุนวายุภักษ์จะลงทุนในตลาดหุ้นเพิ่มขึ้น /การประกาศผลการดำเนินงานไตรมาส 3/47 ของกลุ่มที่มิใช่สถาบันการเงิน คาดว่าจะรายงานกำไรสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี ก่อน
ปัจจัยที่กดดันตลาดฯ (Concerns):ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯยืดเยื้อ ทำ ให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการปรับพอร์ต/ ความรุนแรงในสถานการณ์ภาคใต้ ยังคงเป็นประเด็นจับ ตา/ นักลงทุนต่างชาติยังคงขายสุทธิอีก 341.50 ล้านบาท หลักทรัพย์ที่น่าสนใจ :
หลักทรัพย์ที่มีวอลุ่มสูงวานนี้ ได้แก่ AI(เก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว 66 บาท แนวต้าน 72 บาท) PICNI(ซื้อเก็งกำไร โดยมีจุด Stop Loss ที่ 15.40 บาท แนวต้าน 16.20บาทและ 16.80 บาท) PICNI-W1(ยังคง In-the-money)TRUE(แนวรับ6.80 บาท แนวต้าน 7.50 บาท)TT&T(แนวรับ 4 บาท แนวต้าน 4.20บาท) ADVANC(แนวรับ93 บาท แนวต้าน97 บาท) STA(เก็งกำไรเมื่อราคาอ่อนตัว แนวรับ 54 และ 52.50 บาท แนวต้าน 60 บาท)
ส่วนหลักทรัพย์ที่ APEX แนะนำลงทุนไปวานนี้ และยังคงแนะนำ ถือต่อ(ซื้อเก็งกำไร) EWC(แนวรับ 42 บาท แนวต้าน 46 บาท) BTC-W1และ BTC-W2 (ณ ราคาแม่ 4.48 บาทยัง คง In-the-money) ใช้สิทธิแปลงสภาพเร็วขึ้นเป็น 18 พย.นี้ และเปลี่ยนเป็น ขายทำกำไร LH (เปลี่ยนเป็นขายทำกำไรบริเวณ 9.45บาท) THAI(แนะนำ ขายทำกำไรบริเวณ 49 บาท) หุ้น Winners วันนี้ได้แก่
1)หุ้นที่แข็งแกร่งกว่าตลาดฯ อาทิ EWC(ยังคงมีการเก็งกำไรจากกรณีการกำหนด ราคาขายหุ้น PO และการให้วอร์แรนท์แก่ผู้ถือหุ้นเดิม) BTC-W1(ยังคง In-the-Money) PICNI-W1(ยังคง in-the-Money)
2) EGCOMP TOP TTA LH PTTEP มีแรงซื้อจาก NVDR เพิ่มขึ้น
3) หุ้นกลุ่มสื่อสาร เดินเรือ (TRUE TT&T RCL) หุ้น Losers วันนี้ได้แก่
1) หุ้นกลุ่มไก่ (CPF GFPT) ได้รับผลกระทบจากมาตรการช่วยเหลือของรัฐบาลที่ไม่ดี ตามคาด
2) TMB SCB ลูกหุ้นจะเข้าซื้อขายวันนี้ โดย TMB มีจำนวนหุ้นสามัญใหม่เพิ่มขึ้น 26.22 ล้านหุ้น จากแปลงสภาพของ DTDB IFCT และ SCB จำนวนหุ้นสามัญใหม่เพิ่มขึ้น 8.9 ล้านหุ้น จากการแปลงสภาพของหุ้นกู้แปลงสภาพ ที่ราคาหุ้นละ 30 บาท
3) BBL SCC KBANK TRUE STA มีแรงขายจาก NVDR เพิ่มขึ้น ปัจจัยต่างประเทศฯ :-
ตลาดหุ้นต่างประเทศ :ไฮไลท์อยู่ที่ ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ
ดัชนีดาวโจนส์ วันอังคารที่ 2 พย.47 ปิดตลาดที่ระดับ 10,035.75 จุด ลดลง 18.66 จุด(ลดลงเป็นครั้งแรกหลังจากสูงขึ้น5วันต่อเนื่อง) หรือ -0.19%ส่วนดัชนี NASDAQ ปิดที่ ระดับ 1,984.79 จุด เพิ่มขึ้น 4.92 จุด หรือ 0.25%จากการปรับลดลงของหุ้นกุล่มป้องกัน ประเทศ เวชภัณฑ์ ฯลฯ หลังมีผล Exit Poll ที่ชี้ว่า นายแครี่ อาจได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคน ใหม่ อย่างไรก็ดี นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงอยู่นอกตลาดเพื่อรอความชัดเจนของผลการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ วันนี้ (ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับลดลง หากไม่สามารถประกาศผลการเลือกตั้ง ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้ชัดเจน-คล้ายกับกรณี 4 ปีก่อนที่ ดัชนี S&P ลดลงไป 9.69% ในช่วง 6 สัปดาห์ที่ยังหาข้อสรุปว่าใครจะเป็นผู้นำคนใหม่) โดยผลสำรวจล่าสุด คะแนนเสียของบุชและแครี่ ใกล้เคียงกันมาส่วนตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ : นิกเกอิ ปิดทำการเนื่องในวัน Culture Day เกาหลี ใต้ +0.17% ไต้หวัน 0.27%
อัตราแลกเปลี่ยน : ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ฟื้นตัวต่อเนื่องเป็นวันที่สองแต่เป็นแบบระมัด ระวัง โดยนักลงทุนยังคงวิตกต่อผลการเลือกตั้งฯที่อาจจะยืดเยื้อและภาวะชะงักวันทางนโยบาย หากต้องต่อสู้กันทางกฎหมายเพื่อหาตัวผู้ชนะ โดยเช้านี้ ค่าเงินเยน อยู่ที่ 106.17 เยน/US$(จาก 106.12 เยน/US$ วานนี้)ค่าเงินยูโรอยู่ที่ 1.2740$/1ยูโร (จาก$1.2727/ยูโร วานนี้) ส่วน ค่าเงินบาทอยู่ที่ 41.075บาท/US$ (จาก 41.04บาท/US$ วันจันทร์) ทั้งนี้ ค่าเงินดอลลาร์ สหรัฐฯมีแนวโน้มผันผวนหากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยืดเยื้อเหมือนครั้งที่ผ่านมา
ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าตลาดไนเม็ก เดือน ธ.ค.: ราคาน้ำมันลดลง จากการวิตกว่า นายแครี่ จะได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดีคนใหม่
ราคาน้ำมันวันอังคาร ปิดที่ระดับ 49.62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ต่ำสุดในรอบ 1 เดือนลด ลง $0.51/บาร์เรลหรือ 1%โดยหากนายแครี่ชนะวันนี้ คาดว่าราคาน้ำมันมีโอกาสปรับลดลงต่อ เนื่อง เนื่องจากมีนโยบายที่จะหยุดนำน้ำมันเข้าคลังสำรองน้ำมันทางยุทธศาสตร์ (SPR) ที่ระดับ ราคาสูงในขณะนี้และจะมีทิศทางที่สูงขึ้น หากนายบุช ได้เป็นประธานาธิบดีรอบ 2 ทั้งนี้ ตลาดฯ ไม่ได้ให้น้ำหนักมากกับอุปทานน้ำมันที่มีแนวโน้มลดลง จาก ไนจีเรียจะมีมติผละงานประท้วง ตั้งแต่ 16 พย.นี้ หรือ การวางระเบิดท่อส่งน้ำมันในอิรัก อย่างไรก็ดี หากราคาน้ำมันปรับลดลงจริง ก็ทำให้มีความเป็นไปได้สูงที่ FED จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อเนื่อง เพื่อลดความร้อนแรงของ เศรษฐกิจ
| | เข้าชม: 1,430 |
|