แนวโน้มตลาดวันนี้?ด้วยราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงมาแรง ต่างชาติซื้อสุทธิ เงินทุนไหลเข้าในภูมิภาค รวมถึงตลาดหุ้นในภูมิภาคที่ส่วนใหญ่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงเปิดตลาด ล้วนเป็นข่าวดีต่อทิศทางตลาดในวันนี้ อย่างไรก็ตาม ด้วยข่าวดีที่ท่วมตลาด อาจเกิดแรงเทขายทำกำไรในวันนี้ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสัญญาณทางเทคนิคเพิ่งมีการทดสอบแนวต้านตาม Shoulder เดิมบริเวณ 660 จุด เป็นครั้งแรก ซึ่งตามสถิติจะต้องใช้ระยะเวลาการทดสอบถึง 3 ครั้ง เราจึงคาดว่าดัชนียังไม่สามารถผ่านแนวต้านสำคัญได้ในวันนี้ ยังคงมองกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 650-660 จุด หากเช้าวันนี้ดัชนีปรับตัวขึ้นแรง ควรหาจังหวะขายทำกำไร การเข้าเก็งกำไรควรอาศัยรอจังหวะเมื่อระดับราคาอ่อนตัวลง หุ้นที่แนะนำยังเน้นไปยังหุ้นที่มีสภาพคล่องในกลุ่มหลักๆ อาทิ ธนาคาร (BBL, KBANK และ SCB) สื่อสาร (ADVANC, SATTEL, SHIN และ UCOM) และพลังงาน (PTT และ TOP) หมายเหตุ: บมจ. หลักทรัพย์ซีมิโก้ มีส่วนได้ส่วนเสียในฐานะเป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายหุ้นเพิ่มทุน IPO ของ TOP
ราคาน้ำมันดิบอ่อนตัวลงมากสุดในรอบ 3 ปี ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเดือน ม.ค. ลดลงมากกว่า 3 เหรียญ/บาร์เรล ผลักดันให้น้ำมันดิบ NYMEX และเบรนท์ มาปิดที่ 45.49 เหรียญ/บาร์เรล และ 42.31 เหรียญ/บาร์เรล ตามลำดับ หลังกระทรวงพลังงานสหรัฐ เปิดเผยปริมาณน้ำมันกลั่นสำรอง เพิ่มขึ้น 2% เป็น 117.9 ล้านบาร์เรล เพิ่มมากที่สุดในรอบ 4 เดือน และปริมาณน้ำมันดิบสำรอง 849,000 บาร์เรล เป็น 293.3 ล้านบาร์เรล สูงสุดนับตั้งแต่ ส.ค. ที่ผ่านมา
มือถือ 3 ค่ายตกลงร่วมกันที่จะใช้ค่าเชื่อมโยง บริษัทมือถือ 3 ค่ายมีความเห็นในเบื้องต้นร่วมกันที่จะเลิกเก็บค่า Access Charge มาเป็นค่าเชื่อมโยงแทน แต่การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะต้องขึ้นอยู่กับ กทช. อย่างไรก็ตาม ความเห็นร่วมกันของทั้ง 3 ค่ายดังกล่าวน่าจะเป็นแนวทางที่ กทช. นำมาใช้ในการพิจารณาได้เร็วขึ้น ซึ่งเราคาดว่าการคิดค่าเชื่อมโยงจะเกิดขึ้นภายในปี 2548 และจากการประเมินเบื้องต้นของเรา บริษัทที่จะได้รับประโยชน์สูงสุด คือ UCOM (ผ่าน TAC) และ TRUE โดยมีมูลค่าพื้นฐานหลังประกาศค่าเชื่อมโยงที่ 122 บาท และ 10 บาท ตามลำดับ จึงคาดว่าจะมีการเก็งกำไรจากข่าวดังกล่าวนี้
หุ้นน้องใหม่ TAPAC เข้าซื้อขายวันนี้ TAPAC มีหุ้น IPO 4.5 ล้านหุ้น เสนอขายที่ราคา 12.5 บาท (พาร์ 5 บาท/หุ้น) จะเข้าซื้อขายในตลาด MAI เป็นวันแรก บริษัทเป็นผู้ผลิตชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรมให้กับลูกค้าในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าอิเลกทรอนิกส์ ซึ่งมีฐานลูกค้าเป็นของตนเอง คาดว่าผลประกอบการในระยะเวลา 2-3 ปีข้างหน้า จะเติบโตในต่ำกว่าอัตรา 10% ต่อปี อย่างไรก็ตาม การเติบโตที่ไม่หวือหวา และเป็นหุ้นที่มีขนาดเล็กอาจมีปัญหาเรื่องสภาพคล่อง จึงแนะนำเพียงแค่ ?เก็งกำไร? ประเมินมูลค่าพื้นฐานปี 47 ที่ 12.7 บาท/หุ้น และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเป็น 14.20 บาทในระยะ 12 เดือนข้างหน้า (อิงกับค่าเฉลี่ย PBV และ PER ของกลุ่ม)
ย้อนรอยตลาดวันวาน ดัชนีขึ้นไปทดสอบแนวต้านบริเวณ 660 จุดเป็นครั้งแรกในรอบเดือน แต่ก็ไม่สามารถผ่านไปได้ กลับมีแรงเทขายทำกำไรตลอดทั้งวัน
ที่มา บล.ซีมิโก้
|