October 25, 2026   6:00:34 PM ICT
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 2/12/47
SET วานนี้ปิดลบ 0.2% เนื่องจากแรงขายหุ้นในกลุ่มแบงก์และขนส่ง และมีแรงซื้อหุ้น ในกลุ่ม

พลังงาน อสังหาริมทรัพย์ และสื่อสาร โดยตลาดหุ้นเมื่อวานนี้แกว่งตัวในกรอบบวกลบเล็ก น้อยตลอดการซื้อขาย เนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามากระตุ้นตลาด ส่งผลให้ดัชนีปิดลบ 1.29 จุด มาปิดตลาดที่ 655.44 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลางที่ 19,655.96 ล้านบาท
หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 132 บริษัท ปรับตัว 172 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 87 บริษัท

กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มการแพทย์ +1.86% กลุ่มยานยนต์ +1.36% กลุ่มอัญมนี +0.61%

กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มเหมืองแร่ ?2.52% กลุ่มคลังสินค้า ?1.83% กลุ่มขนส่ง ? 1.64%

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 730.52 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ จำนวน 620.49 ล้านบาทตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547

1. บริษัท ทาพาโก้ จำกัด (มหาชน) (TAPAC) ขายหุ้น IPO จำนวน 4.5 ล้านหุ้น (หุ้น เพิ่มทุนใหม่ 4 ล้านหุ้นและหุ้นสามัญเดิม 5 แสนหุ้น) เสนอขายราคาหุ้นละ 12.50 บาท มูลค่าที่ ตราไว้หุ้นละ 5 บาท เปิดให้จองซื้อระหว่างวันที่ 24-25 พ.ย. 47 จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ใหม่ (MAI) เป็นวันแรกในวันนี้ (2 ธ.ค.47)ทุนจดทะเบียน92 ล้านบาท (18.4 ล้านหุ้น พาร์ 5 บาท/หุ้น) หลังออก IPO จำนวนหุ้น IPO56.25 ล้านบาท (4.5 ล้านหุ้น) เป็น 25.00% Under Writerบริษัทหลักทรัพย์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด ประกอบธุรกิจผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม ได้แก่ ชิ้นส่วนพลาสติก สำหรับเครื่องโทรสาร ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่องเสียงรถยนต์ ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับเครื่อง พิมพ์และเครื่องถ่ายเอกสาร และชิ้นส่วนพลาสติกอื่น ๆ ที่ใช้ประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ผู้ถือหุ้นใหญ่หลัง IPOกลุ่ม PNI 23.81%, นายมาซาฮิโต อิโซ 13.04%, บจ.เจแปน เอเชีย อิน เวสเมนท์ 10.33%, นายโยชิโร โกโต 10.95%โครงสร้างรายได้รายได้จากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม นโยบายเงินปันผลอัตราไม่น้อยกว่าร้อยละ 40 ของกำไรสุทธิ หลังหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และ สำรองตามกฎหมาย ผลประกอบการกำไรสุทธิปี 45 =20.02 ล้านบาทกำไรสุทธิปี 46 = 22.11 ล้านบาทกำไร สุทธิไตรมาส 3 ปี 47 = 17.99 ล้านบาท

2. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยว่าบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ใหม่ขอขึ้น ทะเบียนเพื่อใช้เกณฑ์การรับหลักทรัพย์เดิม 230 บริษัท สูงกว่าเป้าหมายที่ ตลท. คาดไว้ว่าจะมี เพียง 10 บริษัท เนื่องจากบริษัทที่ต้องการเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์มาขึ้นทะเบียนเป็น จำนวนมาก ไม่แน่ใจว่าคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ใหม่หรือไม่

3. กระทรวงพาณิชย์ เผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไป (CPI) ในเดือน พ.ย. 47 อยู่ที่ 109.7 เพิ่มขึ้น 3.0% (YOY) แต่ลดลง 0.4% (MOM) ซึ่งเป็นการลดลงครั้งแรกในรอบ 14 เดือนนับตั้งแต่เดือน ก.ย. 46 ซึ่งในช่วง 11 เดือนที่ผ่านมา อัตราเงินเฟ้อเฉลี่ยสูงขึ้น 2.7% ส่วน ดัชนีผู้บริโภคพื้นฐาน (Core CPI) ซึ่งไม่รวมหมวดสินค้าอาหารสดและพลังงาน เดือน พ.ย.47 อยู่ที่ 105.0 เพิ่มขึ้น 0.6% (YOY) และเพิ่มขึ้น 0.1% (MOM) สำหรับอัตราเงินเฟ้อในปี 2547 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.7-2.8% และจะเพิ่มขึ้นเป็น 3.0-3.5% ในปีหน้า

4. ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่าจะไม่ส่งสัญญาณให้ตลาดเงินรับรู้ได้ ว่าการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินในวันที่ 15 ธ.ค. นี้ จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มขึ้น ของเงินเฟ้อ หรือการขยายตัวทางเศรษฐกิจมากกว่ากัน ซึ่งการประชุมครั้งนี้จะแตกต่างจากการ ประชุมครั้งที่ผ่านมาที่ทาง ธปท. ได้ส่งสัญญาณชัดเจนว่าได้ให้น้ำหนกกับความสำคัญในการควบ คุมแรงกดดันเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นมากกว่า

5. กระทรวงการคลังคาดว่าจะให้ใบอนุญาตตั้งธนาคารพาณิชย์แห่งใหม่อีก 2-3 แห่ง ภายในเดือน ธ.ค. นี้ หลังจากที่ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ทยอยส่งรายชื่อของธนาคารที่ จะยกระดับตามแผนแม่บททางการเงินมาให้ทางกระทรวงการคลัง

6. ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ซึ่งเป็นแบงก์ขนาดใหญ่อันดับ 3 ของไทย คาดว่า แบงก์พาณิชย์จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากและเงินกู้ระยะสั้นในไตรมาส 2/48 เนื่องจากสภาพคล่อง ส่วนเกินในระบบจะลดลงเหลือประมาณ 2 แสนล้านบาท หลังจากที่สินเชื่อเติบโตขึ้น ซึ่งการปรับ ขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีหน้า คาดว่าดอกเบี้ยออมทรัพย์จะเพิ่มเป็นไม่เกิน 1.5% จากปัจจุบันอยู่ที่ 0.75% ส่วนดอกเบี้ยเงินกู้ระยะสั้นนั้นจะปรับขึ้นในสัดส่วนเดียวกับดอกเบี้ยเงินฝาก

7. บมจ.เยนเนอรัล เอนยิเนียริ่ง (GEN) ทำธุรกิจผลิตวัสดุก่อสร้าง คาดว่าปีหน้าจะล้าง ขาดทุนสะสมจำนวน 97 ล้านบาทได้หมด และพร้อมที่จะจ่ายปันผลให้กับผู้ถือหุ้น โดยบริษัทคาด ว่าปีหน้าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 12-15% ของยอดขายที่คาดว่าจะอยู่ที่ 1.2 พันล้านบาท ซึ่งเพิ่ม ขึ้น 20% จากปีนี้

8. บมจ. เอเซียเสริมกิจลีสซิ่ง ซึ่งทำธุรกิจให้บริการสินเชื่อ จะเสนอขายหุ้นให้ประชาชน ทั่วไปครั้งแรก (IPO) จำนวน 23 ล้านหุ้น เพื่อระดมทุนใช้ขยายธุรกิจให้บริการสินเชื่อและพัฒนา ระบบสารสนเทศ โดยที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท คือ บริษัทเซจ แคปปิตอล

9. ราคาน้ำมัน : เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวลงกว่า 3 ดอลลาร์ หลังจากที่รัฐบาลสหรัฐรายงานว่าสต็อกน้ำมันกลั่นและสต็อกน้ำมันเบนซินเพิ่มขึ้นสูงกว่า คาด ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ม.ค. ปรับตัวลง 3.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล มาปิดตลาดที่ 45.49 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ปรับตัวลง 3.21 ดอลลาร์ มา ปิดตลาดที่ 42.30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

10. ค่าเงินบาท : ช่วงเช้าวานนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้น มายืนใกล้ระดับแข็งค่ามากที่สุดใน รอบ 7 เดือนอีกครั้ง ตามทิศทางค่าเงินสกุลหลักอื่น ๆ ที่แข็งค่า โดยเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.36/38 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องตามค่าเงินในภูมิภาค เนื่องจาก แรงเทขายดอลลาร์ของภาคธุรกิจ ส่งผลให้เงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 7 เดือน โดยเงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.27/32 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับเช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.18/30 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคมีทั้งปิดบวกและลบ ตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น-115.00-1.06%10,784.25เนื่องจากการเปิดเผยข้อมูลการผลิตใน ภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่นที่ย่ำแย่ได้กระทบต่อแนวโน้มของเศรษฐกิจญี่ปุ่น สิงคโปร์+11.18+0.55%2,038.84เนื่องจากการปรับขึ้นของหุ้นบลูชิพ เช่น หุ้นเคปเปล คอร์ป ฮ่องกง+102.75+0.73%14,162.80เนื่องจากนักลงทุนได้เข้าซื้อหุ้นกลุ่ม มูลค่าตลาดสูง ท่ามกลางสภาพคล่องที่แข็งแกร่งและดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนแรง เกาหลีใต้-1.26-0.14%876.80เนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจสหรัฐ หลังจาก การดิ่งลงของข้อมูลความเชื่อมั่นของผู้บริโภค และความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเงินวอนที่ แข็งค่าได้ถ่วงหุ้นกลุ่มส่งออก มาเลเซีย-2.57-0.28%914.62หลังจากรัฐบาลเปิดเผยว่าการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ได้ชะลอตัวลงในช่วงไตรมาส 3ตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ ตลาดหุ้นดัชนีปิด (01/12/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (02/12/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น10,784.2510,922.57+138.32 เกาหลีใต้876.80891.14+14.34ระยะสั้นตลาดจะเคลื่อนไหวช่วง 655-664 จุด โดยปัจจัยที่ขับเคลื่อนตลาดยังเป็นเรื่อง ของราคาหุ้นถูก ซึ่งราคาหุ้นต่าง ๆ ได้ปรับลดความร้อนแรงมา 11 เดือน เป็นแรงจูงใจในการเข้า ซื้อหุ้นของนักลงทุน ประกอบกับแนวโน้มตลาดหุ้นทั่วโลกที่ยังเป็นกระแสทางขาขึ้นอยู่ ซึ่งมีผล บวกจากการลดลงของราคาน้ำมันดิบโลก สำหรับตลาดหุ้นไทยเป็นการปรับฐานทางขาขึ้นซึ่ง ตลาดยังมีทิศทางขึ้นต่อเนื่องได้ โดยสัญญาณทางเทคนิคยังชี้ถึงโอกาสทางขาขึ้นยังดำเนินอยู่ได้ อีก 1-2 สัปดาห์

กลยุทธ์ในช่วงนี้ยังน่าเข้าซื้อหุ้นและถือหุ้นได้ไว้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มหลักพื้นฐานดี เพราะตลาดยังขึ้นได้อีก
เข้าชม: 1,253

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com