October 25, 2026   5:58:59 PM ICT
บล.กิมเอ็ง : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 02/12/47
สรุปปัจจัย / ประเมินแนวโน้มตลาด สภาพการณ์ตลาดยังมีพัฒนาการ- สภาพคล่องของเม็ดเงินในตลาดดี+ ราคาน้ำมัน ลดลง+ ศักยภาพเศรษฐกิจ และ กำไรดี: จุดเสี่ยงคือ เหตุการณ์ภาคใต้ และ ดอกเบี้ยอยู่ในราคา แรงขายจากกองทุนในประเทศยังเข้ามาจำกัดดัชนีเมื่อวานจากการขายในปลาลตลาด ทั้งทั้งที่ ตลาดไทยไม่จำเป็นต้องตกลงเช่นเดียวกับตลาดภูมิภาค เพราะพัฒนาการภายในต่อเนื่องกับ ภายนอกอยู่ในเกณฑ์ดี อย่างไรก็ดี แรงซื้อต่างประเทศเข้ามาซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีพื้นฐานดีมี ยอดซื้อสุทธิที่ 3.8 หมื่นล้านหลังตลาดต่ำกว่า 600 กลางเดือนสิงหาคม ในขณะที่กองทุนขาย 1.3 หมื่นล้าน และ นักลงทุนบุคคลขาย 2.5 หมื่นล้าน ตามลำดับ

ยอดซื้อ/ขายสุทธิของนักลงทุนต่างประเทศ และ กองทุนสะสมจากกลางเดือนสิงหาคม 2547เรายังมองตลาดเป็นบวกต่อไปตลอดจนสินปีนี้จาก 3 ปัจจัยดังต่อไปนี้คือ

1.ราคาน้ำมันยังมีแนวโน้มปรับตัวลดลง

2.เม็ดเงินที่เข้ามาในเอเชีย และ ตลาดหุ้นยังทำให้ตลาดไทย และ ระบบเศรษฐกิจ ไม่เสียเปรียบ

3.กำไรบริษัท มีสภาพแข็งแรง และ มีโอกาสเติบโต หุ้นต่าง ๆ ยังถูกหลังจากถูกจำกัด จากการเมืองภายใน ติดตามอ่านรายละเอียดได้ด้านล่าง ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ สภาพคล่องสูง โดยเฉพาะหุ้นดีที่กองทุนขายออกมา+ หุ้นขนาดเล็ก ที่มีการเติบโต

ดังนั้นเราจึงยังแนะนำให้ซื้อหุ้นขนาดใหญ่ที่มีสมรภาพกำไรสูง และ มีธุรกิจแข็งแกร่ง ด้วยต่อไป อาจจะเริ่มจากหุ้นดีที่กองทุนขายดัง 8 ตัวต่อไปนี้ จะเห็นได้ว่ากองทุนอาจจะขายเนื่อง จากมีกำไรหลังจากเก็บไว้ระยะหนึ่ง หรือ เห็นว่าหากนักลงทุนต่างประเทศที่ซื้อมามากขายหุ้นออก มาก็จะมีโอกาสเก็บ ราคาราคา% +ราคา% เปลี่ยนราคา% เปลี่ยน เป้าหมายปัจจุบัน สูงสุด ต่ำสุด RCL4528.7557%30.25-5.0%20.341.6% SCIB27.524.313%25.00-2.8%20.916.3% KTB128.5540%9.05-5.5%8.154.9% ITD129.7523%9.750.0%7.530.0% TOP4944.2511%45.00-1.7%40.0010.6% PTT22717034%190-10.5%1634.3% TOC987040%75-6.7%63.510.2% SHIN4838.525%40.75-5.5%35.757.7% แต่ในเมื่อเราเห็นว่ากองทุนก็เก็บหุ้นดีเป็นส่วนใหญ่ อาจจะขายทำรอบ/ถือเงินสด และ นักลงทุนต่างชาติก็ยังไม่น่าถอนการลงทุนออกไปเร็ว นักลงทุนบุคคลที่มีเงินอยู่เต็มมือ ก็น่าจะซื้อเก็บไว้เพราะ 1) หากตลาดขึ้นต่อก็เป็นผลดีจะได้กำไร 2) หากฝรั่งขายออกมา กองทุนยังมีเงินรองรับอยู่ได้อีก โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้านักลงทุนรายย่อยซื้อหุ้นในมือกองทุนก็ จะมีเงินสดมาก รวมกองทุนระยะยาว 3) หุ้นเหล่านี้มีปันผล ราคามีโอกาสขึ้น และ ธุรกิจมี พัฒนาการ ถือไว้ในภาวะนี้ก็ไม่ได้เสียหายส่วนหุ้นที่แนะนำทั่วไปได้แก่ หุ้นธนาคารที่มีโอกาสการเติบโตสูง- BBL/SCIB SCB KTB เดินเรือที่ราคาต่ำ การเติบโตสูง กระแสเงินสดดี มีปันผล- เน้น RCL ส่วน TTA และ PSL ก็ดี พลังงานขนาดใหญ่ และ ปิโตรเคมี- PTT/โรงกลั่น, BANPU, TOC รับเหมาชั้นนำ- ITD หุ้น SHIN/SHIN-W1 หุ้นหลักทรัพย์ขนาดใหญ่ หุ้นเหล็กขนาดใหญ่ คือ SSI

โดยหุ้นขนาดเล็ก แนะนำ 1) HEMRAJ เป้าหมาย 1.4 บาท - 2) LPN เป้าหมาย 3.88 บาท- 3) HMPRO เป้าหมาย 5.9 บาท- 4) OISHI เป้าหมาย 26 บาท- 5) MFEC เป้าหมาย 8 บาท- 6) AH เป้าหมาย 40 บาท ราคาน้ำมันลดลง+สภาพคล่องของเม็ดเงินในตลาดดี + ศักยภาพเศรษฐกิจ และ กำไรดี ราคาน้ำมันลดลงแรงถึง 7.4% หรือ 3.64 US$ ต่อบาร์เรล แม้ในภาวะฤดูหนาว โดยตัวเลขน้ำมันคงคลังมีมากกว่าคาด (1. น้ำมันสำเร็จรูป + 2.3 ล้าน เทียบกับคาด 1.4 ล้าน 2. น้ำมันให้ความร้อน + 1 ล้าน 3. น้ำมันดิบ + 9 แสน เทียบกับคาด 2 แสน) ในขณะที่ทาง ซาอุดิอาระเบียประกาศจะมีการผลิตน้ำมันเพิ่มอีกวันละ 1.5 ล้านบาร์เรล โดยทั้งปีราคาเฉลี่ย น้ำมันเบาที่นิวยอรค์อยู่ที่ 39.9 US$/บารเรล ในปีหน้าเราคาดเฉลี่ยในช่วง 38-45 US$ โดยตลาดไทยจะมีกำไรโตได้ 8% หากราคาลงมา 40 ต้นๆ ก็จะมีอัตราเร่งสูงขึ้นซึ่งเป็นผลดีต่อ ตลาด ราคาน้ำมันเบาในตลาดนิวยอรค์ เม็ดเงินน่ายังไหลเข้าเอเชีย และ ตลาดหุ้น ค่าเงินเยน ยูโร และ เอเชียตะวันออกก็ จะมีแนวโน้มแข็งตัวต่อไป เป็นแนวโน้มจะคงอยู่ในระยะกลางเพื่อการรักษาดุลอำนาจเศรษฐกิจ โลก ประเทศไทยจะไม่เสียเปรียบเนื่องจาก

1.ในระยะนี้การนำเข้าพลังงาน และ เครื่องจักรสูงหากค่าเงินแข็ง และ น้ำมันลง จะได้ เปรียบดุลการค้า

2.การส่งออกไปตลาดต่าง ๆ จะถูกกระทบบ้าง แต่หากอุปสงค์ในสหรัฐยังเติบโต และ ค่าเงินเยนแข็งมากกว่าบาทเช่นในปัจจุบันก็จะไม่กระทบมาก

3.ประเทศไทยมีความยืดหยุ่นเรื่องการเงิน และ อัตราดอกเบี้ย การบริหารค่าเงิน และ เศรษฐกิจทำได้ดี

4.ประเทศไทยมีศักยภาพจะรับการลงทุนจากญี่ปุ่น เอเชียตะวันออก หรือ แม้กระทั่ง จีน ในระยะกลาง เศรษฐกิจไทยแข็งแรงรับความกดดันได้ในระดับดี และ ศักยภาพกำไรบริษัท จาก ความกดดันน้ำมัน และ สภาพการเมือง จะเห็นว่าการเติบโตดัชนีอุตสาหกรรม 5.5% การลงทุน เอกชน 3.9% และ การใช้กำลังการผลิตที่ 74.6% (เทียบกับทั้งปี 2546 ที่ 66%)ในเดือน ตุลาคม แสดงการชะลอตัวที่แฝงความแข็งแกร่ง สอดคล้องกับสินเชื่อธนาคารที่ไม่ตกลง และ มีแนวโน้มดีขึ้น เราคาดกำไรปีนี้โตกว่า 20% และ อย่างต่ำ 8% ปีหน้า มค-47กพ-47มีค-47เมย-47พค-47มิย-47กค-48สค 47 กย 47ตค 478 ด 47 ดัชนีอุตสาหกรรม152.4153.8163.2145.8146.5143.2151.4 138.1145.1151.3 % เติบโตจากปีก่อน11.2%15.9%7.6%6.8%6.8%9.2%9.3% 6.3%7.7%5.5% การใช้กำลังการผลิต74.4%75.0%77.6%69.1%73.0%71.6%70.9% 66.4%70.1%74.6% ดัชนีการลงทุนเอกชน61.059.066.063.065.166.966.5 64.96667 % เติบโตจากปีก่อน14.4%20.2%23.6%18.9%16.0%17.6%10.1% 8.8%8.5%3.9% ดุลการค้า ดุลการบัญชีเดินสะพัด ดุลการชำระเงิน (ล้านดอลล่าร์สหรัฐ) ดุลการค้า34510(308)(357)1016595(282) 360652879 การส่งออก6,8977,2187,8467,1027,9508,3468,0078,209 8,4958,90978,979 % เติบโต17.0%22.0%23.0%21.0%22.0%29.0%24.8%28.3% 22.9%22.1%23.8% การนำเข้า(6,863)(6,708)(8,154)(7,459)(7,940)(8,181)(7,912) (8,491)(8,135)(8,257)(78,100) % เติบโต17.0%28.0%37.0%30.0%34.0%42.0%22.8%37.1% 29.8%15.2%28.6% ดุลบริการ808598516338204275515497 2194123,970 ดุลบัญชีเดินสะพัด8421,108208(19)214440610 21557910644,197 ดุลทุน และ การเงิน(1,101)(468)(79)643(774)247194 (770)327na ตัวกันผิดพลาด4062855(47)40514(395) 585(262)na ดุลการชำระเงิน147668184577(155)430409 306446642,934
เข้าชม: 1,163

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com