บรรยากาศการลงทุนวานนี้(1 ธ.ค.) ดัชนียัง คงปรับตัวผันผวนตลอดวัน แรงซื้อสลับแรงขายเกิดขึ้นต่อเนื่อง จากความกังวลในปัจจัยเดิม โดย ดัชนีปิดระดับที่655.44 จุด ลดลง 1.29 จุด คิดเป็น 0.20% มูลค่าการซื้อขาย 19,655.96 ล้าน บาททั้งนี้ได้รับแรงซื้อจากนักลงทุนต่างชาติ 730.52 ล้านบาท ขณะที่นักลงทุนสถาบันและนักลง ทุนรายย่อยทยอยขายเก็งกำไรออกมาที่ 620.49 ล้านบาท และ110.03 ล้านบาท นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บริษัทหลักทรัพย์เอเชียพลัส จำกัด (มหาชน) ASP เปิดเผยว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในปีหน้า ยังมีแนวโน้มที่ดี ดัชนีจะเคลื่อน ไหวได้ถึง 800 จุด โดยมี 3 ปัจจัยสนับสนุนคือ 1. บริษัทจดทะเบียน ยังคงมีกำไร แม้ว่าอัตราการ เติบโตของกำไร จะชะลอลงเหลือประมาณร้อยละ 10 ประการที่ 2. ตลาดหุ้นไทยราคาถูก โดยมี ค่าพี/อี อยู่ที่ 10 เท่า และ 3. เงินบาทแข็งค่า เพราะมีเงินทุนไหลเข้าประเทศไทย แต่ยังคงต้อง ติดตามผลการเลือกตั้งปีหน้า เพราะหากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล จะทำให้นักธุรกิจต้องวางแผน ธุรกิจใหม่ เพราะต้องยอมรับว่า พรรคไทยรักไทยมีนโยบายสนับสนุนธุรกิจและสร้างความเข้มแข็ง ให้เศรษฐกิจ หากเปลี่ยนแปลงรัฐบาลก็จะต้องติดตามนโยบายและเสถียรภาพรัฐบาลชุดใหม่ สำหรับทิศทางกลุ่มธุรกิจบันเทิงในปี 2548 คาดว่า จะเติบโตร้อยละ 11 โดยมีกำไร ประมาณ 7,400 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 25 โดยจะเห็นภาพการจับมือเป็นพันธมิตรธุรกิจมาก ขึ้น นอกจากนี้ยังแนะนำ 10 กลุ่มอุตสาหกรรมที่คาดว่าจะเติบโตสูงในปี 2548 คือ ธุรกิจอาหาร ชิ้นส่วนยานยนต์ แฟชั่น ไอที และธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพและสปาสัญญาณเทคนิคระยะสั้นเป็นบวก นายโกสินทร์ ศรีไพบูลย์ ผู้อำนวยการตลาดหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มความเคลื่อนไหวของดัชนีฯ(2 ธ.ค.) ตลาดหุ้นยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากการ เล่นเก็งกำไรระยะสั้นของนักลงทุนในประเทศ ประกอบกับการอ่อนค่าของเงินดอลลาร์ที่ยังคงมี แนวโน้มจนถึงต้นปีหน้า ส่งผลให้เม็ดเงินไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในเอเชียมากขึ้น ส่วนราคาน้ำมันดิบก็ ยังไม่มีความชัดเจน ประกอบกับตลาดหุ้นในภูมิภาคปิดไม่ดี โดยมองกรอบการแกว่งตัวที่แนวรับ 651-655 จุด และแนวต้าน 662-665 จุด ทั้งนี้ในทางเทคนิคสัญญาณระยะสั้นกลับเป็นบวกเพิ่มมากขึ้น เพราะจุดต่ำสุดและจุด สูงสุดสูงขึ้น เพราะฉะนั้นจึงเชื่อว่าจะมีการซื้อเกิดขึ้นในอีก 2-3 วันข้างหน้า เนื่องจากการไหลเข้า มาในตลาดหุ้นไทยของเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติเม็ดเงินไหลเข้าซื้อหุ้นหนุนขาขึ้น นายแสงธรรม จรณชัยกุล ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย พลัส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีฯตลาดหุ้นยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบๆโดยสังเกตจาก การไหลเข้ามาของเม็ดเงินของนักลงทุนต่างประเทศ อีกทั้งยังคงต้องคอยติดตามการเคลื่อนไหว ของตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งหากปรับตัวลดลงหรือติดลบ ก็จะมีผลต่อตลาดหุ้นไทยด้วย นอกจากนี้ มองว่าหากยังคงมีการเล่นแบบสลับกลุ่มเล่นตลาดก็ยังคงแกว่งตัวในกรอบแคบต่อไป โดย มองกรอบการแกว่งตัวแนวรับที่ 640 จุด และแนวต้านที่ 660 จุด นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มดัชนีฯตลาดหุ้นไทยยังอยู่ในช่วงขาขึ้น เนื่องจากค่าเงินดอลลาร์ได้อ่อนตัวลงอย่าง มาก ส่งผลให้เม็ดเงินต่างประเทศไหลเขามาตลาดหุ้นไทยอย่างต่อเนื่อง และคาดว่านักลงทุนต่าง ชาติยังคงซื้อสุทธิต่อเช่นกัน ประกอบกับนักลงทุนในประเทศก็มีการซื้อเก็งกำไรเพิ่มขึ้นที่มา : น.ส.พ.กระแสหุ้น
| | เข้าชม: 1,200 |
|