ดร.ก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหาร บล.เอเชียพลัส เปิดเผยถึงแนวโน้มดัชนีในปีหน้าว่า มีโอกาสปรับตัวมาอยู่ที่ระดับ 800 จุด แต่จะมีลักษณะแบบแกว่งตัวในช่วงที่บริเวณ 600-800 จุดได้ ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรของแต่ละธุรกิจจะมีการแข่งขันที่มากขึ้น โดยมองว่ากลุ่มบันเทิงจะมีอัตราการเติบโตที่ดีกว่ากลุ่มอื่น และจะเห็นจำนวนบริษัททีไม่มีความสามารถในการทำกำไรลดลงแต่จะเพิ่มช่องทางอื่นเข้ามาเสริมธุรกิจแทน แนวโน้มการเข้าร่วมเป็นพันธมิตรเพิ่มมากขึ้น อย่างไรก็ตาม มองว่ายังมีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่ โดยดูได้จากปัจจัยในเรื่องของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน ที่ในปีหน้าจะมีอัตราการเติบโต 10% จากปีนี้อยู่ที่ 39% แม้จะเป็นอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง แต่ถือว่ายังอยู่ในระดับที่ดี ซึ่งใช้สมมติฐานว่า ผลกำไรที่นำมาคำนวณนั้นจะอ้างอิงกับราคาน้ำมันในระดับสูง และปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น อีกทั้งราคาหุ้นในตลาดหุ้นไทยนั้นถือว่าไม่แพง เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศ โดยดูจาก P/E ซึ่งปัจจุบันตลาดหุ้นไทยมี P/E อยู่ที่ระดับ 10 เท่า โดยในปีหน้าคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 9 เท่า นอกจากนี้การที่ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินดอลลาร์สหรัฐ คาดว่าจะมีการโยกเม็ดเงินมาลงทุนในตลาดแถบเอเชียมากขึ้นรวมทั้งประเทศไทยก็จะเป็นปัจจัยสนับสนุนกระตุ้นการลงทุนของนักลงทุนมากขึ้น ดร.ก้องเกียรติ กล่าวว่า หากพรรคไทยรักไทยได้เป็นรัฐบาลอีกสมัยหนึ่งนั้น มีผลต่อตลาดหุ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากพรรคไทยรักไทยจะมีการสนับสนุนธุรกิจ ส่งผลให้ไทยมีความแข็งแกร่งเพิ่มมากขึ้น แต่ทั้งนี้ถ้ามีการเปลี่ยนรัฐบาลนั้นอาจจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนจากการที่จะต้องมีการเปลี่ยนนโยบายใหม่ ซึ่งจะต้องจับตาดูว่ารัฐบาลชุดใหม่นั้นมีนโยบายที่แข็งแกร่งมากน้อยแค่ไหน และเป็นรัฐบาลได้นานแค่ไหน
| | เข้าชม: 1,193 |
|