October 25, 2026   6:02:08 PM ICT
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 30/11/47
SET วานนี้ปิดบวก 1.31% จากแรงซื้อหุ้นที่เข้ามาในช่วงการซื้อขายภาคบ่าย นำ โดยกลุ่มแบงก์ จากปัจจัยที่กลุ่มแบงก์จะได้รับผลประโยชน์ของแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยในช่วงขา ขึ้น รองลงมาเป็นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์ พลังงาน ขนส่ง วัสดุก่อสร้าง และไฟแนนซ์ ส่งผลให้ดัชนี ปิดบวก 8.50 จุด มาที่ระดับ 657.25 จุด ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของวัน และสูงสุดในรอบกว่า 1 เดือน ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 20,741.56 ล้านบาท

หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 206 บริษัท ปรับตัว 96 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 92 บริษัท

กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มแบงก์ +2.40% กลุ่มขนส่ง +2.11% กลุ่มเคมีภัณฑ์ +1.97%

กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มสิ่งพิมพ์ ?0.67% กลุ่มประกันภัย ?0.44% กลุ่มยานยนต์ ? 0.32%

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 379.08 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ จำนวน 48.13 ล้านบาทตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547

1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยว่าคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และ ตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) อนุมัติหลักเกณฑ์การรับหลักทรัพย์ใหม่แล้ว โดยบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ที่ยื่นคำขอตั้งแต่ 1 ม.ค. 48 จะได้รับสิทธิประโยชน์ทางภาษีตามขนาดทุนชำระแล้ว ซึ่งตาม เกณฑ์นี้บริษัทใน MAI ปกติมีทุนชำระแล้วต่ำกว่า 300 ล้านบาท เสียภาษี 20% และบริษัทใน ตลท. หรือ MAI ซึ่งมีทุนชำระแล้วตั้งแต่ 300 ล้านบาทขึ้นไปเสียภาษี 25% ในขณะที่ บจ. ที่ขอ ใช้เกณฑ์เก่าต้องแจ้ง ตลท. ภายใน 30 พ.ย. 47

2. วันนี้คณะรัฐมนตรีจะพิจารณาร่าง พ.ร.บ. สถาบันประกันเงินฝาก เพื่อทำหน้าที่แทน กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน (FIDF) ในการรับประกันเงินฝากของ ประชาชนในสถาบันการเงิน ซึ่งสถาบันประกันเงินฝากจะทำหน้าที่เสริมสภาพความมั่นคงและ เสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน ทั้งนี้สถาบันประกันเงินฝากจะจัดตั้งด้วยทุนประเดิมจาก รัฐบาลไม่เกิน 1 พันล้านบาท โดยหลังจัดตั้งสถาบันนี้ได้สมบูรณ์แล้ว FIDF ก็จะถูกยกเลิกไปในที่ สุด

3. บลจ. เอ็มเอฟซี (MFC) จะเสนอขายหน่วยลงทุน กองทุนรวมเอ็มเอฟซี เก้าเก้า ฟันด์ บี (M-99B) ลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น เพื่อลดความเสี่ยงของอัตราดอกเบี้ยและความ ผันผวนของราคาตราสารหนี้ ซึ่งกองทุนดังกล่าวมีมูลค่า 500 ล้านบาท และจะเปิดขายหน่วยลงทุน ในวันที่ 29 พ.ย.-17 ธ.ค.นี้4. รัฐบาลจะเร่งขจัดอุปสรรคเพื่อพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของไทยให้ ขยายตัวและมีมูลค่าเท่ากับผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ (จีดีพี) ภายใน 10 ปี และมีขนาดใกล้ เคียงกับขนาดตลาดหุ้นไทยในอนาคต เพื่อทำให้ตลาดนี้เป็นเสาที่สามของเศรษฐกิจไทย ทั้งนี้ จากข้อมูลของ ธปท. พบว่า ขณะนี้มูลค่าจีดีพีของไทยอยู่ที่ 6.4 ล้านล้านบาท ส่วนตลาดหุ้นไทยมี มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมอยู่ที่ 4.36 ล้านล้านบาท และตามข้อมูลของศูนย์ซื้อขายตรา สารหนี้ไทย พบว่า ปัจจุบันมูลค่าตลาดของตราสารหนี้คิดเป็น 36-37% ของจีดีพี เทียบกับ ประเทศที่พัฒนาแล้วยังน้อยกว่ามาก เช่น สหรัฐฯ ที่มีมูลค่าถึง 150% ของจีดีพี

5. รมว. คลังเผยว่าได้ส่งข้อเรียกร้องของนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่ บริหาร บมจ. อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัล (TPI) ที่ขอซื้อหุ้น TPI และบมจ.ทีพีไอโพลีน (TPIPL) ให้คณะผู้บริหารแผนพิจารณาแล้ว ซึ่งคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเร็ว ๆ นี้ และยืนยันว่าจะให้ความเป็น ธรรมกับทุกฝ่าย

6. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปฏิเสธข่าวการคุมเข้มสถาบันการเงินที่จะยก ระดับเป็นแบงก์ ที่สืบเนื่องมาจากข่าวในหนังสือพิมพ์ที่ระบุว่า ธปท. มีการคุมเข้มต่อการยกระดับ สถาบันการเงิน จนเป็นเหตุให้บางรายถอนตัว ซึ่งในการพิจารณาการยกระดับขึ้นเป็นธนาคาร พาณิชย์นั้น ธปท.จะพิจารณาในเรื่องเงินกองทุน การตั้งสำรองหนี้จัดชั้นต่าง ๆ และแผนงานใน อนาคตอย่างคร่าว ๆ สำหรับ ณ วันที่ 30 ก.ค.ที่ผ่านมา มีบริษัทเงินทุนและบริษัทเครดิตฟองซิเอร์ รวมทั้งสิ้น 11 ราย ที่ยื่นคำขอปรับสถานะเป็นธนาคารพาณิชย์กับธปท. ในจำนวนนี้เป็นบริษัทเงิน ทุน 4 ราย คือ บง.ทิสโก้, บง.เกียรตินาคิน, บง.สินเอเซีย และบง.ฟินันซ่า

7. รมว.คลังเผยว่าระดับเงินบาทในขณะนี้อยู่ในระดับที่เหมาะสม และเป็นไปตามทิศ ทางค่าเงินในภูมิภาค ในขณะที่ทางการจะดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพ และยังไม่พบของการเก็ง กำไรค่าเงินบาท

8. กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เผยว่าธนาคารมีแผนที่จะปรับโครงสร้าง องค์กรโดยจะเพิ่มระบบให้มีความเหมาะสมกับการทำธุรกิจในยุคปัจจุบันให้มากขึ้น แต่จะดำเนิน การอย่างค่อยเป็นค่อยไป เนื่องจากการปรับโครงสร้างแต่ละครั้งจะกระทบต่อธุรกิจ ลูกค้า ดังนั้น จึงจำเป็นที่จะต้องดูแลอย่างรอบคอบ สำหรับในเรื่องกรณีลูกหนี้ 14 โครงการที่ทาง ธปท. ได้ให้ธนาคารตรวจสอบนั้น ธนาคารได้ส่งเรื่องไปยังธปท.แล้ว และได้รับคำตอบเรียบร้อย ซึ่งในเดือนหน้าจะมีการปรับชั้น ลูกหนี้ 14 โครงการให้ตรงกับที่ ธปท. ได้สรุปออกมา โดยจำนวน 14 โครงการจะมีบางโครงการ จะต้องออกจากการสำรองที่เข้มงวดของ ธปท. เพื่อเข้าสู่ชั้นลูกหนี้ปกติ จะส่งผลให้มีเงินส่วน สำรองจากที่ธนาคารกันไว้แล้ว ซึ่งธนาคารจะยังคงให้เป็นเงินสำรองส่วนเกินไว้ก่อน

9. ราคาน้ำมัน : เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวขึ้น เนื่อง จากเหตุการณ์ก๊าซรั่วไหลส่งผลให้แหล่งน้ำมันขนาดใหญ่ในทะเลเหนือต้องปิดทำการ ในขณะที่ ราคาน้ำมัน heating oil ร่วงลงจากที่อุปสงค์อยู่ในระดับต่ำกว่าปกติในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของสหรัฐ ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ม.ค. ปรับขึ้น 32 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 49.76 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ปรับขึ้นเช่นกัน เนื่องจากได้แรงหนุน จากความวิตกเกี่ยวกับปริมาณน้ำมันหลังมีการอพยพคนงานจากแท่นขุดเจาะในทะเลเหนือ ส่งผล ให้ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน ม.ค. ปรับตัวขึ้น 1.03 เซนต์ สู่ 45.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

10. ค่าเงินบาท : ช่วงเช้าวานนี้เงินบาทอ่อนค่าตามทิศทางเงินภูมิภาค โดยเคลื่อนไหวอยู่ ที่ 39.49/51 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทอ่อนค่ามาที่ระดับ 39.50 บาทต่อดอลลาร์ ตามทิศทางค่าเงินในภูมิภาคที่รวมถึงเงินเยน เนื่องจากตลาดวิตกต่อการแทรกแซงแซงของ ธนาคารกลางต่าง ๆ ในเอเชีย หลังจากที่ค่าเงินสกุลต่าง ๆ แข็งขึ้นมากที่สุดในรอบหลายปี โดย ช่วงบ่ายเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.50/52 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับเช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อน ไหวอยู่ที่ 39.47/56 บาทต่อดอลลาร์

11. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดลบ ตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น+144.14+1.33%10,977.89เป็นการปรับขึ้นมากที่สุดในรอบ 2 สัปดาห์ เนื่องจากหุ้นกลุ่มเหล็กกล้าและกลุ่มชิปปิ้งที่ปรับตัวขึ้นจากความเชื่อที่ว่าอุปสงค์สดใสและ ปริมาณสต๊อกที่ตึงตัวช่วยหนุนผลกำไรของหุ้น สิงคโปร์+10.29+0.51%2,038.72เนื่องจากหุ้นบลูชิพตามตลาดภูมิภาคที่ปรับขึ้น และ ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ฮ่องกง+171.88+1.24%14,066.91เนื่องจากการปรับขึ้นของหุ้นฮัทชิสัน แวม เปา เกาหลีใต้+7.28+0.85%865.40เนื่องจากหุ้น POSCO จากความหวังที่ว่าภาวะขาด แคลนเหล็กล้าในกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์ของญี่ปุ่นจะช่วยหนุนอุปสงค์ มาเลเซีย+7.12+0.78%915.90เนื่องจากกองทุนต่างชาติทุ่มเม็ดเงินเข้าซื้อหุ้นที่มี มูลค่าตลาดสูง และมีการคาดการณ์ถึงการปรับขึ้นค่าเงินริงกิตตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (29/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (30/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น10,977.8910,909.25-68.64 เกาหลีใต้865.40865.78+0.38ในระยะสั้นตลาดจะแกว่งตัวปรับขึ้นต่อเนื่อง โดยจะเคลื่อนไหวในกรอบ 655-662 จุด ซึ่งตลาดเมื่อวานนี้ปรับขึ้นต่อเนื่องหลังจากปรับฐานเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยการปรับขึ้นนี้เป็นผลมา จากมุมมองหุ้นมีราคาถูกซึ่งนักลงทุนยังสนใจเข้าซื้ออยู่ หลังจากที่ตลาดหุ้นไทยตกมา 11 เดือน นอกจากนี้กระแสหุ้นขาขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลกก็เป็นแรงผลักดันตลาดหุ้นไทยด้วย สำหรับค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐจะแข็งค่าขึ้น ซึ่งจะสะท้อนให้เห็นว่าความวิตกกังวลในสัปดาห์ก่อนอาจมากเกินไป ซึ่งดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเพื่อสร้างความสมดุลของระบบการเงินด้วยตัวมันเอง โดยผลของการแข็ง ค่าจะสะท้อนไปที่ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทในลำดับต่อมา สำหรับตลาดหุ้นไทยแล้วถ้าดูในระยะ 2 เดือนที่ผ่านมา การปรับตัวลงจากปลายเดือนกันยายนต่อเนื่องถึงตุลาคมจนถึงกลางพฤศจิกายน ตลาดหุ้นไทยยังขึ้นได้อีกอย่างน้อย 1-2 สัปดาห์ทะลุระดับ 680 จุดขึ้นไปได้

กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ยังถือหุ้นและเข้าซื้อหุ้นได้ โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มหลัก ซึ่งกลุ่มที่ โดดเด่นในช่วงนี้จะเป็นกลุ่มธนาคาร รับเหมาก่อสร้าง สื่อสาร


 

เข้าชม: 1,171

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com