| เซียนหุ้นชี้แม้ปีหน้าเศรษฐกิจไทยทรุดจากข่าวร้ายโหมกระหน่ำ แต่กำไร บจ.พุ่งและมีแรงซื้อต่างชาติหนุน ยังดัน SET INDEX ทะยานต่อ แนะลงทุนหุ้นพื้นฐานดี ศักยภาพแข็งแกร่งทั้งกลุ่มธนาคาร สื่อสาร แฟรนไชด์ โรงพยาบาล วัสดุก่อสร้าง สิ่งพิมพ์ และบันเทิง ดร.สมชายภคภาสน์วิวัฒน์นักวิชาการ เปิดเผยในงานเสวนาแนวโน้ม เศรษฐกิจและหุ้นไทยและกลยุทธ์การลงทุนปี 2548 โดยระบุว่าคาดการณ์อัตราการ เติบโตทางเศรษฐกิจปีหน้าอยู่ที่ระดับ 5% ลดลงประมาณ 1-1.5% จากปีนี้ เนื่องจาก เศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงรุมเร้ารอบด้าน ประกอบด้วยราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ ยังทรงตัวในระดับสูง ค่าเงินบาทที่ผันผวน การเติบโตทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯและ จีน สถานการณ์ก่อการร้ายในประเทศรวมถึงการระบาดของไข้หวัดนก ซึ่งปัจจัยดัง กล่าวเป็นตัวแปรสำคัญชี้ทิศทางตลาดหลักทรัพย์ในปีหน้า โดยดัชนีตลาดหลักทรัพย์ ไทยในปีหน้าจะมีลักษณะผันผวนมากกว่าปีนี้ โดยคาดว่าดัชนีจะปรับตัวลดลงจากปีนี้ ที่ขึ้นไปแตะที่ระดับสูงสุด 800 จุดและต่ำสุดที่ระดับ 500 จุด เนื่องจากเห็นว่าอัตราการ เติบโตทางเศรษฐกิจขยายตัวลดลง หากเทียบกับกำไรการดำเนินงานของบริษัทจด ทะเบียน ขยายตัวในอัตราที่ลดลงเช่นกัน ?หากให้คะแนนภาวะตลาดหุ้นปีหน้าจาก 10 ที่เป็นคะแนนมากที่สุดถึง 0 ที่ เป็นคะแนนน้อยที่สุดผมให้คะแนน SET Index 4 คะแนนเนื่องจากมีปัจจัยลบกระหน่ำ เข้ามาเยอะมาก นักลงทุนต้องมีการระมัดระวังการลงทุนและเข้าเล่นหุ้นที่มีพื้นฐานดี เพื่อรองรับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นในอนาคต? ดร.สมชาย กล่าว ทั้งนี้เห็นว่าการเข้าลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ปีหน้าจะเป็นไปได้ยากกว่าปีนี้ เนื่องจากดัชนีมีความผันผวนค่อนข้างมาก โดยกลยุทธ์การลงทุนปีหน้า แนะนำให้นัก ลงทุนลดเงินลงทุนในหุ้นลงประมาณ 50% จากที่เงินลงทุนในปีนี้ รวมถึงหาจังหวะเข้า ช้อนหุ้นพื้นฐานดีเมื่อราคาอ่อนตัว และเลือกลงทุนในหุ้นกลุ่มที่มีศักยภาพการเติบโต ที่ดี โดยหุ้นเด่นที่แนะนำประกอบด้วย หุ้นกลุ่มโรงพยาบาล สิ่งพิมพ์ บันเทิง พลังงาน และก่อสร้าง เนื่องจากหุ้นดังกล่าวมีแนวโน้มการเติบโตในปีหน้าอย่างเห็นได้ ชัด ดร.ก้องเกียรติโอภาสวงการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เอเชีย พลัส (ASP) กล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจไทยปี 2548 ว่า แม้ภาวะตลาดหลักทรัพย์จะได้รับผล กระทบจากปัจจัยราคาน้ำมันที่ทรงตัวในระดับสูง ค่าเงินบาทที่ผันผวนและการชะลอ การเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีนที่กดดันดัชนีตลาดไม่ให้กระเตื้องมากนัก แต่ กำไรจากผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนที่แข็งแกร่งจะเป็นตัวผลักดันให้ SET Index เคลื่อนไหวในทิศทางที่ดีขึ้นได้ โดยเห็นว่าบริษัทจดทะเบียนที่เตรียม พร้อมและปรับตัวรองรับปัจจัยเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจจะเป็นบริษัทที่สามารถยืนหยัด อยู่ได้ ขณะที่บริษัทจดทะเบียนที่ไม่มีความเตรียมพร้อมอาจได้รับผลกระทบจาก ปัจจัยเสี่ยงดังกล่าว ซึ่งโดยส่วนตัวแล้วเห็นว่าบริษัทจดทะเบียนหลายแห่งในประเทศ ปรับตัวเตรียมพร้อมค่อนข้างดี ทำให้สามารถทนแรงเสียดทานจากปัจจัยเสี่ยงต่าง ๆ ได้ เขากล่าวต่อว่า ในปีหน้าตลาดหลักทรัพย์ไทยยังได้รับความสนใจจากนักลง ทุนต่างชาติเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง จาก PE ที่อยู่ในระดับต่ำประมาณ 8 เท่ารวมถึงอัตรา การเติบโตทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่แม้จะขยายตัวในอัตราที่ลดลงบ้างแต่ก็ถือว่าอยู่ใน เกณฑ์ที่ดีหากเทียบกับจีดีพีในภูมิภาคเอเชีย ?แม้มีแรงกดดันจากปัจจัยลบหลายเรื่องเข้ามากดดันตลาด แต่โดยส่วนตัว ยังเห็นว่าการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจของนักลงทุนอีกทาง หนึ่ง โดยเชื่อว่าหากเข้าเล่นหุ้นที่เป็นผู้นำของอุตสาหกรรมแต่ละกลุ่ม รวมถึงหุ้นที่มี ตราสินค้าที่แข็งแกร่งจะเป็นผลดีในอนาคต?
กลยุทธ์การลงทุนในปีหน้า แนะนำให้ลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ กลุ่มสื่อสาร กลุ่มธุรกิจแฟรนไชด์ กลุ่มโรงพยาบาลและกลุ่มวัสดุก่อสร้าง รวมถึงหุ้นที่ มีอัตราการจ่ายเงินปันผลในระดับสูง เนื่องจากนักลงทุนได้ผลตอบแทนจากเงินปันผล ดังกล่าว ขณะเดียวกันเตือนให้นักลงทุนระมัดระวังการเข้าเล่นเก็งกำไร โดยเฉพาะ การเข้าเล่นในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานไม่ดี เนื่องจากมีความเสี่ยงอย่างมากในการเข้า ลงทุน
ที่มา efinancethai.com |