October 25, 2026   5:59:26 PM ICT
6 เซียน ฟันธงหุ้นปีหน้าคึก
เซียนหุ้นศิษย์เก่าวิศวะจุฬาฯ ก้องเกียรติ-เอเซียพลัส วีรวัฒน์-ภัทร มนตรี-กิมเอ็งนำทีม มองแนวโน้มตลาดหุ้นปี 2548 ดีแม้เศรษฐกิจชะลอตัว เหตุปีนี้รับรู้ข่าวร้ายหมดแล้ว ทั้งน้ำมัน ปัญหาภาคใต้ ล่าสุดได้ค่าเงินดอลลาร์อ่อน-บาทแข็งหนุน ฟันธงถ้าไม่มีเหตุร้ายใดเข้ามาหุ้นปีหน้าไปได้ที่ 800 จุด ปีหน้าบริษัทจดทะเบียนกำไรโต 10% แนะนำหุ้นเด่น ผู้รับเหมาก่อสร้าง และวัสดุก่อสร้างมาแรงสุด เหตุโครงการเมกกะโปรเจ็กท์รัฐสนับสนุน ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์หมดปัจจัยร้ายปีหน้าธุรกิจขยายโตได้ตามเศรษฐกิจ ผู้นำอุตสาหกรรมได้ประโยชน์หุ้นเด่นปีหน้า แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แอดวานซ์ อิตาเลียนไทย ช.การช่าง เมเจอร์ ธ.กรุงเทพ
สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดสัมนายุทธศาสตร์ธุรกิจ พิชิตปี 2548เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2547 นอกจากมีบรรดานักธุรกิจและนักบริหารศิษย์เก่าคณะวิศวกรรม มาร่วมเสวนาทิศทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมน่าสนใจในปี 2548 แล้วยังมีการสัมนาในหัวข้อแนวโน้มตลาดทุนไทยปี 2548 ซึ่งมีศิษย์เก่าที่เป็นผู้บริหารระดับสูงในบริษัทหลักทรัพย์ชั้นนำของเมืองไทยเข้าร่วมแสดงความเห็นแนวโน้มตลาดหุ้นไทยและหุ้นเด่นในปี 2548
       
        นายก้องเกียรติ โอภาสวงการ ประธานกรรมการบริหารบล.เอเซียพลัส จำกัด (มหาชน) แม้ว่าอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือจีดีพีในปี 2548 จะชะลอตัวหรือโตลดลง แต่สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทย 2548 มีแนวโน้มดี ดูจากปีนี้ตลาดเจอปัญหาหลายเรื่องเข้ามากระทบแต่ผลการดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนก็ยังเติบโตดี มองว่าผู้ที่เป็นผู้นำตลาดหรืออุตสาหกรรมจะเข้มแข็งอยู่ได้ในปีหน้า
        ปีหน้าตลาดหุ้นยังน่าสนใจ เพราะปีนี้ทุกคนรับรู้ข่าวร้ายหมดแล้ว เรื่องน้ำมันผู้ประกอบการก็จะรู้ต้นทุนผลิต และราคาหุ้นไทยก็ยังถูก เพียงแต่การมองจะต้องมองเพื่อลงทุนกันระยะยาว
        แนะนำหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ แลนด์แอนด์เฮ้าส์, โฮมโปร, เมเจอร์ซีนิเพล็กซ์กรุ๊ป, โออิชิ และยูบีซี
        นายวีรวัฒน์ ชุติเชษฐพงศ์ กรรมการบริหาร บล.ภัทร จำกัด ประเทศไทยเราผ่านวิกฤติมาแล้ว ในแง่ของกิจการหนี้สินต่อทุนเวลานี้ลดลงมาอยู่ที่ประมาณ 0.5 เท่า เราไม่มีปัญหาด้านการเงิน ด้านนักลงทุนต่างชาติเวลานี้ลงทุนอยู่ 65% ของเงินลงทุนในส่วนที่เป็นฟรีโฟลททั้งหมด บริษัทใหญ่จะได้เปรียบทั้งในเรื่องของค่าใช้จ่าย แนวโน้มการรวมกิจการจะเกิดขึ้นตามมา
        จากการสำรวจร่วมกับเมอร์ริลลินช์อ่านความคิดของผู้จัดการกองทุนทั่วโลก พบว่า หุ้นยอดนิยมของเขาอยู่ในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งในส่วนของตลาดหุ้นไทยปีหน้าพีอีเรโชของตลาดหุ้นไทยจะอยู่ที่ 8 เท่า วันนี้ถ้าบริษัทโต 8-10% ก็เพียงพอแล้ว เพราะพีอีเรายังต่ำ ส่วนผลตอบแทนของผู้ถือหุ้น (ROE) ยังสูงอยู่ กำไรต่อเงินลงทุนจะได้ในระดับมากกว่า 10% และค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น
        ถ้าหากไม่มีเหตุการณ์อะไรไม่คาดฝัน ตลาดหุ้นไทยก็ยังน่าสนใจในปีหน้า
        กลุ่มหุ้นน่าสนใจได้แก่ ผู้รับเหมาก่อสร้าง จากโครงการเมกกะโปรเจ็กท์ของรัฐบาล , กลุ่มพลังงาน มีอัตรากำไรค่อนข้างสูง ทั้งที่เป็นธุรกิจก๊าซ น้ำมัน ไฟฟ้า แต่ถ้าดอกเบี้ยขึ้นหุ้นโรงไฟฟ้ากระทบบ้าง, กลุ่มสถาบันการเงิน ธนาคารพาณิชย์ได้ประโยชน์จากการขยายตัวของธุรกิจ ทั้งนี้ผู้ที่เป็นผู้นำในกลุ่มอุตสาหกรรมนั้น ๆ จะได้ประโยชน์มากที่สุด
        นายศิริพงศ์ สุทธาโรจน์ กรรมการผู้จัดการ บล.ซิกโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนในต้นปีหน้า ทำให้ตลาดหุ้นในเอเซียมีความน่าสนใจ แม้ไทยจะไม่ได้รับผลโดยตรงแต่ก็น่าจะเป็นการเติมซัพพลายได้ ส่วนหุ้นน่าสนใจ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ จากการขยายตัวของเศรษฐกิจปีหน้า ซึ่งธนาคารจะมีผลกำไรที่น่าสนใจ โดยธนาคารใหญ่สุด อย่างเช่น ธนาคารกรุงเทพ จะเป็นหุ้นที่น่าสนใจ นอกจากนี้ยังมีหุ้นธนาคารนครหลวงไทย ซึ่งถือเป็นดีลการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่มีมูลค่าใหญ่มาก ถึง 1.5 หมื่นล้านบาทจากการแปลงสภาพใบสำคัญแสดงสิทธิ์อนุพันธ์ หรือ SCIB-CI เป็นหุ้นสามัญ
        นายวิบูลย์ เพิ่มอารยวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.กรุงศรีอยุธยา จำกัด กล่าวว่า ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนจะส่งผลดีทำให้ตลาดหุ้นไทยน่าสนใจ และในช่วง 3 เดือนที่ผ่านมานักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิประมาณ 4 หมื่นล้านบาท ในขณะที่ในรอบ 9 เดือนมียอดขายสุทธิประมาณ 1 แสนล้านบาท เพราะฉะนั้นหากค่าเงินบาทแข็งโอกาสที่เงินไหลกลับเข้ามาก็มีอยู่
        นอกจากนี้ปกติในรอบปีหนึ่งตลาดหุ้นจะบูมหนึ่งรอบ แต่ปีนี้ยังไม่เห็นตลาดหุ้นบูม ซึ่งปีนี้ยังเหลือเวลาหนึ่งเดือนในด้านหน้าอาจจะมี December effect เกิดขึ้น
        นอกจากนี้หากมองที่จำนวนบัญชีซื้อขายหุ้นปี 46 มีการเติบโต 30% ส่วนปี 47 มีการเติบโต 60% ซึ่งแสดงให้เห็นว่ามีเงินใหม่เข้ามาในตลาดหุ้น ซึ่งจากประวัติศาสตร์ของตลาดหุ้นในโลกจะทำให้ตลาดหุ้นขึ้นได้ โดยการลงทุนต้องเลือกหุ้นที่มีราคาเหมาะสมและมีการเติบโต
        สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นปี 47 คาดการณ์พีอีเรโชที่ 10 เท่า ดัชนี 709 จุด และที่พีอีเรโช 11 เท่าดัชนีอยู่ที่ 762-780 จุด คาดการณ์การเติบโตของกำไรบริษัทจดทะเบียนปี 48 เพิ่มขึ้น 10% เป้าหมาย ดัชนี 838 จุด
        แนะนำหุ้นเด่นปีหน้า PTT ให้ราคาเหมาะสม 218 บาท พีอีเรโช 8.7 เท่า, ADVANC ราคาเหมาะสม 112 บาท พีอีเรโช ปี 48 ที่ 12 เท่า, ITD ราคาเหมาะสม 11 บาท, RCL ราคาเหมาะสม 34 บาท พีอีเรโช 5 เท่า, TMB ให้ราคาเหมาะสม 4.53 บาท เนื่องจากได้รับประโยชน์จาก การถือหุ้นในไทยออยล์และ และหุ้นทีพีไอ
        นายมนตรี ศรไพศาล บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ราคาหุ้นไทยจัดว่ายังไม่แพงซึ่งหากไม่มีเหตุการณ์ร้ายใด ๆ ในระยะ 6 เดือนข้างหน้านี้ตลาดหุ้นยังดีต่อไปได้ แต่ในระหว่างนี้จะมีความผันผวนขึ้นลงบ้าง โดยมองว่าในระยะ 2-3 เดือนนี้จะเป็นช่วงของการเก็บของ หากความไม่แน่นอนทั้งหลายที่เป็นปัจจัยลบกระทบตลาดหุ้นคลี่คลายลงไปตลาดหุ้นจะดีขึ้นได้ ซึ่งปัจจัยเรื่องราคาน้ำมันหลังจากที่ปรับขึ้นไปที่ 50 กว่าดอลลาร์ต่อบาเรลห์น่าจะจบลงได้แต่ก็ยังต้องจับตาใกล้ชิด ส่วนปัญหาความไม่สงบทางภาคใต้หากช่วยกันแก้ไขน่าจะคลี่คลายลงในปีหน้า
        นายญาณศักดิ์ มโนมัยพิบูลย์ กรรมการผู้จัดการ บล.บัวหลวง จำกัด ด้านผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนปีนี้เติบโตเฉลี่ย 30% ส่วนปีหน้าจะโตประมาณ 13-15% แนวโน้มดัชนีน่าจะอยู่ที่ 800 จุด ที่ระดับพีอีเรโช 11 เท่า ตลาดหุ้นไทยยังน่าสนใจ แต่กลยุทธ์การลงทุนจะเหวี่ยงแหไม่ได้ ต้องเลือกหุ้นลงทุนบางบริษัท บางบริษัทโตน้อยหรือไม่โตก็มี ดูปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เป็นขาลง เช่น เรื่องของราคาน้ำมัน อัตราดอกเบี้ย และค่าเงิน ตอลดจนการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก โดยกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจ เป็นกลุ่มที่ได้รับผลดีจากโครงการเมกกะโปรเจ็กท์ของรัฐ และกลุ่มวัสดุก่อสร้างที่จะเติบโตตาม
        แนะนำหุ้นเด่น อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเม้นท์, ช.การช่าง, ปูนซีเมนต์นครหลวง,โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ โดยในส่วนของ อิตาเลียนไทยดีเวลล๊อปเม้นท์ มีประเด็นที่ต้องติดตามคือ การเพิ่มทุน ขณะที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์มีประเด็นการออกหุ้นกู้แปลงสภาพ
เข้าชม: 1,220

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com