October 26, 2026   5:53:19 PM ICT
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 26/11/47
ตลาดหลักทรัพย์ฯ วานนี้ : ดัชนีหุ้นไทยปิดบวก ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่น SET วานนี้ปิดบวก 0.69% เนื่องจากแรงซื้อจากนักลงทุนในหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน อสังหาริม ทรัพย์ สื่อสาร และไฟแนนซ์ โดยภาคบ่ายดัชนีอ่อนตัวลงจากภาคเช้าจากแรงเทขายหุ้น ในขณะที่ นักลงทุนต่างประเทศยังคงเข้าซื้ออย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ดัชนีปิดบวก 4.43 จุด มาที่ 647.49 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายหนาแน่นที่ 25,835.12 ล้านบาท

หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 215 บริษัท ปรับตัว 81 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 93 บริษัท

กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มยานยนต์ +1.62% กลุ่มไฟแนนซ์ +1.46% กลุ่มแบงก์ +1.10%

กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มการแพทย์ ?1.45% กลุ่มเวชภัณฑ์ ?1.07% กลุ่มของใช้ใน ครัวเรือน ?1.05%

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 2,618.44 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ จำนวน 2,350.09 ล้านบาทตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547

1. กระทรวงการคลังได้คาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 48 ว่ายังเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยมี อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ (จีดีพี) ประมาณ 6.1% จาก 6.3% ในปี 47 ซึ่งปัจจัยสนับสนุนที่ สำคัญ คือ การลงทุนภาครัฐและเอกชนยังเป็นตัวผลักดันที่สำคัญที่ขยายตัว 19.7% และ 16.6% ตามลำดับ ส่วนมูลค่าการส่งออกคาดว่าจะอยู่ที่ 1.02 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัว 8.6% จากปีนี้ ส่วนมูลค่าการนำเข้าจะอยู่ที่ 1.05 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือขยายตัว 12.5% และคาด ว่าจะขาดดุลการค้าประมาณ 2.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

2. ประธานของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันเป็นสินค้าออก หรือโอเปกเผยว่า ราคาน้ำมัน โลกจะลดลงในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีหน้า เนื่องจากความต้องการน้ำมันของโลกลดลง ทั้งนี้นัก วิเคราะห์คาดว่าราคาน้ำมันจะได้รับการสนับสนุนจากการคาดหมายที่ว่ากลุ่มโอเปกจะลดปริมาณ การผลิตในไม่ช้านี้ หลังจากที่ได้ผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในระดับที่ใกล้กับจำนวนที่สามารถผลิตได้สูง สุดเมื่อไม่กี่เดือนมานี้ เพื่อรับมือกับราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ ซึ่งรัฐมนตรีของ กลุ่มโอเปกมีกำหนดจะหารือกันครั้งต่อไปที่กรุงไคโรในวันที่ 10 ธ.ค. 47

3. กระทรวงอุตสาหกรรมเผยว่ารัฐบาลจีนให้ความสนใจที่จะร่วมทุนตั้งโรงถลุงเหล็กใน ไทย โดยทางจีนพร้อมที่จะให้การสนับสนุนไทยในด้านต่าง ๆ เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยีและ กรรมวิธีการผลิต เพราะจีนมีความชำนาญเกี่ยวกับอุตสาหกรรมโรงถลุงเหล็ก อีกทั้งพร้อมที่ จะร่วมลงทุนและสนับสนุนเงินทุนให้กับไทย ทั้งหากเกิดโรงถลุงเหล็กในไทยจะทำให้ต้นทุนใน การผลิตลดลง ซึ่งจะส่งผลดีต่อราคาเหล็กและวัสดุอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมก่อสร้างด้วย

4. กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่าตัวเลขการส่งออกของไทยในเดือน ต.ค. 47 ว่ามีมูลค่า ทั้งสิ้น 9,015 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 21.6% จากเดือน ต.ค. 46 ส่วนมูลค่าการนำเข้าเดือน ต.ค. มีมูลค่า 8,341 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 19.41% จากเดือน ต.ค. 46 ส่งผลให้ดุลการค้า ในเดือน ต.ค. ยังคงเกินดุล 673.2 ล้านเหรียญสหรัฐ

5. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) อนุมัติให้การซื้อขายหลักทรัพย์ไม่เกิน 5 แสนบาท ไม่ต้องวางหลักประกันครบ 10% ของวงเงินซื้อขายหลักทรัพย์ได้ เนื่องจากเปิดโอกาส ให้ผู้ลงทุนที่มีวงเงินซื้อขายต่ำกว่า 5 แสนบาทที่ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 50% รวมทั้งลงทุนรายใหม่ เข้ามาลงทุนในตลาดทุนได้สะดวกและคล่องตัวมากขึ้น ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 48 พร้อม ทั้งขยายเวลายกเว้นการเก็บค่าธรรมเนียมตราสารหนี้จากบริษัทสมาชิกในอัตรา 0.005% ของ มูลค่าซื้อขายด้วย

6. บมจ. การบินไทย (THAI) มีแผนที่จะทำการบินร่วมกับสายการบินบางกอกแอร์เวย์ ในเส้นทางปารีส-กรุงเทพ-เสียมเรียบ เพื่อเป็นช่องทางเพิ่มรายได้ ทั้งนี้การบินร่วมกันในเส้นทาง ภายในประเทศ 3 เส้นทาง คือ เชียงใหม่-แม่ฮ่องสอน, กรุงเทพ-กระบี่ และกรุงเทพ-ภูเก็ต และ ต่างประเทศอีก 1 เส้นทาง คือ เชียงใหม่-หลวงพระบาง จะร่วมทำการบินระหว่างวันที่ 1-20 ธ.ค. นี้

7. บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้อันดับเครดิตภายในประเทศ (National Rating) ระยะยาวที่ระดับ ?BBB (tha)? แก่หุ้นกู้ไม่มีประกันของบริษัทเอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ APD ครั้งที่ 2/2547 ครบกำหนดไถ่ถอนปี พ.ศ.2549 มูลค่า 100 ล้านบาท

8. บมจ. บลิส-เทล ผู้จำหน่ายอุปกรณ์สื่อสารโทรคมนาคม ได้สรุปราคาขายหุ้นให้ ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ราคาหุ้นละ 6.20 บาท เสนอขาย 70 ล้านหุ้น โดยจะเปิดจองใน วันที่ 29-30 พ.ย. นี้ เพื่อระดมทุนประมาณ 470 ล้านบาท

9. บมจ. แอดวานซ์ อินโพร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ AIS ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อน ที่รายใหญ่สุดในไทย เผยว่าจำนวนผู้ใช้บริการรายใหม่สุทธิในเดือน ต.ค. ลดลง 9.97% จาก เดือนก่อนหน้า ซึ่งเป็นการลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่หก ส่วนลูกค้ารายใหม่ในระบบเติมเงิน (pre- paid) อยู่ที่ 103,000 ราย ลดลงจาก 116,000 รายในเดือน ก.ย. และจาก 130,000 ราย

10. ราคาน้ำมัน : วานนี้ตลาดล่วงหน้า NYMEX ปิดทำการเนื่องจากในวันขอบคุณพระ เจ้า สำหรับราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ปิดลดลงเล็กน้อย เนื่องจากตลาด NYMEX ปิดทำ การ โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ม.ค. ปิดลดลง 2 เซนต์ มาที่ 44.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

11. ค่าเงินบาท : ช่วงเช้าวานนี้เงินบาทแข็งค่าต่อเนื่อง ตามทิศทางค่าเงินเยนและสกุล เงินในภูมิภาค โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.63/65 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทแข็งค่าต่อ เนื่อง จากแรงเทขายดอลลาร์อย่างหนักในตลาดต่างประเทศ และตามทิศทางค่าเงินภูมิภาค โดย เงินบาทสามารถทะลุแนวต้านสำคัญที่ 39.50 ได้ โดยแตะที่ 39.47 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งแข็งค่าสูง สุดในรอบ 7 เดือน นับตั้งแต่ 21 เม.ย.ที่ที่ผ่านมาที่ระดับ 39.38 บาทต่อดอลลาร์ โดยช่วงบ่าย เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.52/54 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับเช้าวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.46/52 บาทต่อดอลลาร์

12. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดลบตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น+28.01+0.26%10,900.34เนื่องจากการปรับขึ้นของหุ้นกลุ่มผู้ผลิต เหล็กกล้า หลังบริษัทนิสสัน มอเตอร์เผยว่าบริษัทกำลังประสบกับภาวะขาดแคลนเหล็กกล้า สิงคโปร์-5.31-0.26%2,034.88เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นที่ปรับตัวขึ้น ก่อนหน้านี้ ฮ่องกง-70.41-0.50%13,926.61เนื่องจากแรงเทขายทำกำไรต่อเนื่องเป็น วันที่ 2 ติดต่อกันก่อนวันหยุดในเทศกาลขอบคุณพระเจ้าในสหรัฐเกาหลีใต้-0.07-0.01%872.49- มาเลเซีย-5.64-0.62%905.22เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรในหุ้นบลูชิพตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (25/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (26/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น10,900.3410,924.45+24.11 เกาหลีใต้872.49877.82+5.33ในระยะสั้นตลาดจะเคลื่อนไหวช่วง 645-655 จุด เป็นการเคลื่อนตัวในแดนบวก ซึ่ง ตลาดในช่วงที่ผ่านมาเป็นการย่ำฐานที่แนว 640-650 จุด เป็นสัญญาณที่ชี้ว่าตลาดมีโอกาสสูงที่ จะยืนแนว 640 จุดได้ โดยปัจจัยบวกที่พยุงตลาดไว้ได้เป็นเรื่องของราคาหุ้นถูก หลังจากที่ตลาด ปรับตัวลงมา 10-11 เดือน ซึ่งจะเป็นแรงจูงใจให้นักลงทุนทั้งสถาบันในแลต่างประเทศ รายย่อย บางกลุ่มเข้ามาซื้อหุ้นไว้ โดยแรงส่งทางขาขึ้นของตลาดหุ้นต่างประเทศ จะเป็นตัวดึงตลาดหุ้น ไทยด้วย

สำหรับเรื่องราคาน้ำมันดิบโลกจะปรับขึ้นได้เล็กน้อย อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดิบจะ แกว่งตัวในกรอบ 45-52 เหรียญ ซึ่งทิศทางในระยะกลางจะเป็นแนวทางทรงตัวถึงลดลงเล็กน้อย เป็นผลบวกต่อตลาดหุ้นในภาพยาว

สำหรับค่าเงินดอลลาร์เรายังมองว่าการอ่อนค่าของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมาเกือบ 2 เดือน มีโอกาสสูงที่จะเริ่มมีการแข็งค่าอย่างรวดเร็ว เมื่อมีปัจจัยที่ชี้นำให้ค่าเงินดีดกลับขึ้นเพื่อ เป็นการสร้างความสมดุลของอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้นได้

กลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ เราเน้นถือหรือซื้อหุ้น เพราะตลาดยังขึ้นได้ อีกไกล
เข้าชม: 1,232

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com