October 25, 2026   4:58:56 PM ICT
บล.เอเพกซ์ : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 24/11/47
แนวโน้มตลาดหุ้นวันนี้ (วันพุธที่ 24 พฤศจิกายน 2547):Sideway / หุ้นเก็งกำไรและ หุ้นกลุ่มอสังหาฯ มีลุ้นต่อ ส่วนบลูชิพได้อานิสงส์จากแรงซื้อฝรั่ง / หุ้นเด่น SCIB STEC RCL THL LH ซื้อเมื่ออ่อนตัว / SCIB-C1 ซื้อขายวันสุดท้าย แนวโน้มดัชนีตลาดฯและกลยุทธ์การลงทุน :
ดัชนีตลาดฯ ปิดที่ระดับ650.87จุด เพิ่มขึ้น 5.92จุด หรือ +0.92% มูลค่าซื้อขายรวม 12,771.10 ล้านบาท โดยดัชนีฯ เปิดตลาดฯ ที่ระดับ 646.37 จุด เพิ่มขึ้น 1.42 จุด หรือ +0.22% และลงไปต่ำสุดที่ระดับ 645.30 จุดในครึ่งชั่วโมงแรกของการซื้อขาย ก่อนที่จะเคลื่อน ตัวในลักษณะ Sideway กรอบ 645-648 จุดตลอดการซื้อขาย ก่อนที่จะมาปิดที่ระดับสูงสุดของ วัน ลักษณะการเปลี่ยนแปลง :

การเปลี่ยนแปลงของดัชนีฯ ตลอดทั้งวัน จะอยู่ในลักษณะผันผวนในกรอบ 645-648 จุด ก่อนที่จะมีแรงซื้อหุ้นบลูชิพ ที่มีขนาด Market Cap ใหญ่เข้ามาช่วงปลายตลาด ในหุ้นกลุ่ม วัสดุก่อสร้าง (SCC+4) กลุ่มพลังงาน(PTTEP+6 PTT+2 TOP+0.75) กลุ่มธนาคารฯ (SCB+0.75 SCIB+0.10) อสังหาฯ(LH+0.25 ITD+0.20) ส่งผลให้ดัชนีฯขึ้นไปปิดที่ระดับสูง สุดของวัน อนึ่ง ภายใต้ทิศทางดัชนีฯที่ผันผวนในกรอบแคบๆ ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มหันมาเก็ง กำไรหุ้นขนาดเล็กที่มีประเด็น หรือ หุ้นขนาดเล็กที่ราคาปรับลดลงมามากทดแทน เช่น กลุ่ม อสังหาฯ รับเหมาฯ หรืออื่นๆ อาทิ CK+0.40 CNT+1.40SSSC+2.50 NWR+0.30 CK- W1+0.30 TRUE+0.10MCOT+0.30 BAY-W1 +0.18 ทั้งนี้การเปลี่ยนแปลงของดัชนีฯ ตลาดค่อนข้าง Underperform เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีระบบอัตราแลกเปลี่ยนที่ ติดกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาทิ ฮ่องกง +1.61% มาเลเซีย +1.5% แต่ใกล้เคียงกับ เกาหลีใต้ +1.23% ฟิลิปปินส์ +1.29% และดีกว่าไต้หวัน +0.22% สิงคโปร์ +0.48%คาดการตลาดหุ้นวันนี้:

คาดดัชนีฯ เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 645-655 จุด ทิศทางดัชนีฯจะผันแปรตามปัจจัยที่ เข้ามากระทบในแต่ละวัน มากกว่าในลักษณะขึ้นหรือลดลงต่อเนื่อง หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ยังคง แนะนำ ซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว (Accumulate) กลุ่มแบงก์และพลังงาน อาทิ SCIB SCB PTT ขณะที่การเก็งกำไรระหว่างวันควรเน้นหลักทรัพย์ที่มีประเด็น อาทิ THL SSSC SIAM CNT NCH BAY-W1 ส่วน SCIB-C1 จะมีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์เป็นวันสุดท้าย ขณะที่ RCL ยังคงได้ประโยชน์จากค่าระวางเรือฟีดเดอร์ที่คาดว่าจะปรับขึ้นอีกอย่างน้อย $20-50/ตู้ (ประมาณ 10-24% ในปี 48 จาก 11% ในปี 47)

ปัจจัยที่ส่งผลบวกต่อตลาด(Drivers) : นกลงทุนต่างประเทศยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่องอีก 1.828 พันล้านบาท /กบข.เพิ่มสัดส่วนลงทุนในหุ้น จาก 15% เป็น 16%(เม็ดเงินใหม่ในตลาดหุ้น เพิ่มขึ้น 2.4 พันล้านบาท) / ตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแบบมีลิมิต อาทิ ไต้หวัน +0.41% เกาหลีใต้ +0.5% ญี่ปุ่น +0.01% ออสเตรเลีย +0.37%

ปัจจัยที่กดดันตลาดฯ (Concerns): การวิตกต่อสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ ทั้งสถานการณ์ภาคใต้ ที่มีการวางเพลิงและลอบยิงรองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี และการลอบวาง ระเบิดในหลายจังหวัด / เทศกาลวันหยุดยาวของสหรัฐฯช่วงวันพฤหัสบดีและวันศุกร์ครึ่งวัน อาจส่ง ผลให้วอลุ่มซื้อขายชะลอลง /การผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน อาจส่งผลต่อการลงทุนในตลาดหุ้น ของนักลงทุนต่างชาติ หุ้น Winners วันนี้ ได้แก่

1) หลักทรัพย์ที่มีแรงซื้อจาก NVDR ได้แก่BBL(ซื้อสุทธิ 235 ล้านบาท)SCIB(ซื้อ สุทธิ 231 ล้านบาท)LH(71ล้านบาท) SCB(53ล้านบาท) PTT(51ล้านบาท) TOP(+33 ล้าน บาท) SCC*(32ล้านบาท) ADVANC(+29ล้านบาท) PF(26ล้านบาท) KK(21ล้านบาท) TUF* (6ล้านบาท) UBC*(5ล้านบาท) (โดยสรุปที่เด่นๆ คือ SCC TUF UBC SCIB BBL LH)

2) หุ้นกลุ่มแบงก์ ได้ประโยชน์จากการเพิ่มน้ำหนักการลงทุนของกองทุนต่างประเทศ

3) หุ้นบลูชิพขนาดใหญ่ เริ่มมีแรงซื้อคืนเข้ามาจากกองทุนต่างประเทศ (อาจหวังผล ด้านอัตราแลกเปลี่ยนมากกว่าปัจจัยพื้นฐานของบริษัท) เช่น PTT TOP SCC

4) หุ้นกลุ่มเรือ โดยเฉพาะ RCL จะได้ประโยชน์จากการปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องของ ค่าระวางเรือ แนะนำ RCL PSL หุ้น Losers วันนี้ ได้แก่

1) หลักทรัพย์ที่มีแรงขายจาก NVDR ได้แก่ BANPU(ขาย 83 ล้านบาท) UCOM (ขาย 57 ล้านบาท)TTA(ขาย 15 ล้านบาท) KBANK(ขาย6ล้านบาท)TRUE(ขาย 6 ล้านบาท)

2) หุ้นกลุ่มส่งออก-เกษตรส่งออก ชิ้นส่วนอิเลคทรอนิคส์ โรงแรมได้รับผลกระทบ จากรายได้ในรูปเงินบาทที่ลดลง (ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลง)

ปัจจัยต่างประเทศฯ : เทศกาลวันหยุดยาวช่วงปลายสัปดาห์ อาจส่งผลให้การซื้อขายชะลอตัว

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ: เทศกาลวันหยุดยาววันพฤหัสบดีและครึ่งวันของวันศุกร์ จะส่งผลให้ การซื้อขายชะลอลง

ดัชนีดาวน์โจนส์ณ วันอังคารที่ 23 พฤศจิกายน 2547 ปิดที่ระดับ 10,492.60จุด เพิ่มขึ้น 3.18จุด หรือ +0.03% และดัชนี แนสแด็ค ปิดที่ระดับ 2,084.28จุด ลดลง 0.91จุด หรือ -0.04% เป็นผลจาก 1) การวิตกต่อการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบ ส่งผลให้นักลงทุนชะลอ การลงทุน อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันที่ลดลงหลังจากขึ้นไปสูงสุดถึง $50.25/บาร์เรล ส่งผลให้ดัชนีฯ กระเตื้องขึ้นได้ในช่วงปลายตลาด 2) โบรกเกอร์ เครดิตสวิสเฟิร์สตบอสตัน ปรับลดความน่าลงทุน ของ INTEL ลงจาก Outperform เป็น Underperform ส่งผลให้ราคาหุ้น INTEL ลดลง 3% และกระทบต่อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะผันผวนในกรอบแคบๆ ด้วยวอลุ่มซื้อขายเบาบาง ลง เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนวันหยุด(วันขอบคุณพระเจ้า) ซึ่งตลาดหุ้นจะปิดทำการ วันพฤหัสบดีและปิดซื้อขายเร็วกว่าปกติในวันศุกร์ ตลาดน้ำมัน New York: จับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบคืนนี้

ราคาน้ำมันดิบ Nymex เดือนมกราคม ปิดตลาดวันอังคารที่ 23พฤศจิกายน 2547 ที่ ระดับ $48.94/บาร์เรล เพิ่มขึ้น $0.30/บาร์เรลหรือ +0.62% หลังจากระหว่างวันขึ้นไปทำจุดสูง สุดที่ $50.25/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่ 4 พย.47 แต่แรงขายทำกำไรของกองทุน ขนาดใหญ่ ส่งผลให้ราคาน้ำมันปิดเพิ่มขึ้นเพียง 30 เซ็นต์ ประเด็นที่อาจมีผลต่อราคาน้ำมัน อยู่ที่ 1) การประกาศตัวเลขสต็อกน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงความร้อนคืนนี้(หรือเวลาเช้าวัน พฤหัสบดี)ซึ่งหากเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรก(โพล์รอยเตอร์ คาดว่า สต็อกนำมันกลั่นจะเพิ่มขึ้น 4 แสน บาร์เรล ณ สิ้นสุด 19 พย.) หลังจากปรับลดลงต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน ก็อาจจะส่งผลให้ ราคาน้ำมันปรับลดลงได้ในช่วงปลายสัปดาห์นี้ 2) ความหนาวเย็นของฤดูหนาวในสหรัฐฯ 3) การ ซื้อ/ขายทำกำไร ก่อนเทศกาลวันหยุดยาวพฤหัสบดีและวันศุกร์ เนื่องในวันขอบคุณพระเจ้า4) กลุ่มประเทศโอเปคเตรียมประชุม 10 ธันวาคมนี้ เพื่อพิจารณาลดกำลังการผลิตน้ำมันและปรับ เพิ่มราคาขายหลังจากค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเสื่อมค่าลงอย่างมีนัยสำคัญ ตลาดอัตราแลกเปลี่ยน : ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงมีแนวโน้มอ่อนค่าลง

ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงอ่อนค่าลงต่อเนื่องและร่วงลงไปทำจุดต่ำสุดใหม่เมื่อ เทียบกับค่าเงินยูโรโดยค่าเงินยูโรเช้านี้อยู่ที่ $1.3082 (จาก $1.3042 วันจันทร์) ขณะที่แข็งค่า ขึ้นเล็กน้อยเมื่อเทียบกับค่าเงินเยน โดยอยู่ที่ 103.32 เยน(จาก 103.21 เยนวันจันทร์) คาดว่า เกิดจากการแทรกแซงของธนาคารกลางญี่ป่น ส่วนค่าเงินบาท อยู่ที่ 39.81 บาท(จาก 39.80บาท วันจันทร์) ทังนี้ แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงมีทิศทางอ่อนค่าลงต่อเนื่อง หลังจากตลาด คาดว่า กลุ่ม G-20 ยินยอมให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงได้อีก โดยค่าเงินเยนอาจลงได้ถึง 98 เยน/US$ และ $1.40/1ยูโรตลาดสินค้าโภคภัณฑ์ : Baltic Dry Index กำลังไต่ขึ้นทดสอบจุด High เดิม 5681 (กพ.47)

แม้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯยังคงอ่อนค่าลง แต่ราคาโลหะมีค่าปรับลดลงเช่นกัน(คาดว่า เป็นการขายทำกำไรก่อนเทศกาลวันขอบคุณพระเจ้า) ส่งผลให้ราคา ทองคำ ปิดลดลงจากระดับสูง สุดในรอบ 16.2 ปี ที่ระดับ $447.90/ออนซ์ ลดลง $1.1/ออนซ์ส่วนดัชนีค่าระวางเรือ ยังคงปรับ เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยวันอังคารอยู่ที่ 5514 เพิ่มขึ้น 1.32% จาก 5442 วันจันทร์ เนื่องจากเป็น ช่วงฤดู High Season (Peak เดือนมกราคม)
เข้าชม: 1,283

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com