แม้ว่าราคาน้ำมันดิบ (NYMEX) จะลดลงประมาณ 13% ตลอดช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาจาก ที่ขึ้นไปสูงสุดที่ 55.83 เหรียญ/บาร์เรล อ่อนตัวลงมาอยู่ที่ 48.47 เหรียญ/บาร์เรล ในปัจจุบัน แต่ ราคาปิโตรเคมีโดยส่วนใหญ่ยังคงทรงตัวอยู่ในระดับสูง ซึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าปิโต รเคมีที่มีอยู่สูง ในขณะที่กำลังการผลิตมีอยู่จำกัด และกำลังการผลิตใหม่ก็ยังไม่สามารถขึ้นได้ ทันกับความต้องการ ดังนั้นเราเชื่อว่าสถานการณ์ดัง
กล่าวจะส่งผลดีต่อผู้ผลิตสินค้าปิโตรเคมีทั้งผู้ผลิตสินค้าขั้นต้นน้ำจำพวกโอเลฟินส์ดังเช่น NPC และ TOC รวมไปถึงผู้ผลิตสินค้าขั้นปลายน้ำจำพวกเม็ดพลาสติก PVC อย่าง TPC และ VNT
ราคาของ Spot เอธิลีนในปัจจุบันอยู่ที่ 1,100 เหรียญ/ตัน ไม่เปลี่ยนแปลงจากสัปดาห์ ก่อน แต่สูงกว่าช่วงไตรมาสเดียวกันของปีก่อนอยู่ประมาณ 109% yoy ในขณะที่ราคาของ วัตถุดิบหลักแนฟทาอยู่ที่ 473 เหรียญ/ตัน เพิ่มขึ้น 86% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ผลดังกล่าวทำให้ส่วนต่างราคาจำหน่ายเอธิลีน-แนฟทา (Spread Margin) ของผู้ผลิตโอเลฟินส์ ที่ใช้แนฟทาเป็นวัตถุดิบอย่าง TOC จะยังคงอยู่ในระดับสูงกว่า 400 เหรียญ/ตัน แม้ว่าจะลดลง จากระดับ Spread Margin ของไตรมาส 3/47 ที่อยู่ที่ 456 เหรียญ/ตันก็ตาม แต่ก็ยังคงสูงกว่า ช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่มาก
ในบรรดาหุ้นในกลุ่มปิโตรเคมีที่เราทำการศึกษา เราให้น้ำหนักการลงทุนในระยะยาว กับหุ้นของ TOC มากที่สุด เนื่องจากผลกำไรของบริษัทคาดว่าจะมีการเติบโตอย่างโดดเด่นตาม โครงการขยายกำลังการผลิตต่าง ๆ ที่อยู่ในระหว่างการพัฒนา โดยคาดว่าผลกำไรของบริษัทจะมี การเติบโต 225% ในปีนี้ และอีก 48% ในปีหน้า ซึ่งมาจาก Spread Margin โดยเฉลี่ยที่อยู่ใน ระดับสูงและกำลังการผลิตเอธิลีนส่วนขยายที่เพิ่มขึ้น สำหรับหุ้นที่เหมาะแก่การลงทุนเพื่อรับเงิน ปันผลเราแนะนำ NPC และ TPC ซึ่งมีอัตราเงินปันผลตอบแทนสูงถึง 6.7% และ 7.0% ตาม ลำดับ
ที่มา บล.กิมเอง |