October 25, 2026   4:58:12 PM ICT
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 23/11/47
SET วานนี้ปิดลบ 0.99% ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นต่างประเทศที่มีการ ปรับตัวลง เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหุ้นออกมาในเกือบทุกกลุ่ม นำโดยหุ้นกลุ่มแบงก์ พลังงาน สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ เป็นผลจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นอย่างรุนแรงเมื่อวันศุกร์ที่ ผ่านมา ส่งผลให้ดัชนีตลาดปิดลบ 6.47 จุด มาที่ 644.95 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายปานกลางที่ 12,449.51 ล้านบาท
หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 58 บริษัท ปรับตัว 233 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 82 บริษัท

กลุ่มที่ปรับตัวขึ้น คือ กลุ่มสิ่งพิมพ์ +0.55% กลุ่มเยื่อกระดาษ +0.46% กลุ่มประกัน ภัย +0.09%

กลุ่มที่ปรับตัวลง คือ กลุ่มเหมืองแร่ ?3.33% กลุ่มเวชภัณฑ์ ?2.82% กลุ่มสื่อสาร ? 1.75% กลุ่มเคมีภัณฑ์ ?1.65%

วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 477.36 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันขายสุทธิ จำนวน 526.90 ล้านบาทตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547

1. เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามทิศทางของค่าเงินในภูมิภาค เนื่องจากดอลลาร์ ได้รับแรงกดดันจากปัญหาขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ ส่งผลให้เงินบาทเมื่อวานนี้เคลื่อน ไหวอยู่ที่ 39.80 บาทต่อดอลลาร์ ทั้งนี้จากการแข็งค่าของเงินบาทได้ส่งผลกระทบต่อหุ้น ดังนี้ หุ้นหุ้นที่ได้รับผลประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาท(กลุ่มเหล็ก, สื่อสาร)SSI, MS, TYCN, DISTAR, SVOA, CVD, UBC, ADVANC, AIT, CSL, JAS, SAMART, SHIN, TRUE, TT&T, UCOM

หุ้นที่เสียผลประโยชน์จากการแข็งค่าของเงินบาท(กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ พลังงาน ขนส่ง และเคมีภัณฑ์)BAFS, BANPU, TPC, AOT, THAI, PSL, CCET, CIRKIT, DELTA, HANA, KCE, TEAM, CEI, KYE, GRAMMY, SATTELที่มา : KKS

2. TTA มี XD 1 บาท สำหรับการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลครั้งที่ 2 รอบ 1 เม.ย. ?30 ก.ย. 47 จำนวน 1 บาทต่อหุ้น (จากครั้งที่ 1 จ่าย 1 บาทต่อหุ้น) จะขึ้นเครื่องหมาย XD 24 พ.ย. 47 และจ่ายปันผลวันที่ 9 ธ.ค. 47

3. ใกล้เข้าวันหมดอายุของ SCIB-C1 แล้ว ใครไม่มีแนวโน้มแปลงสภาพเป็นหุ้นแม่ (SCIB) ?ไม่แนะนำ? ทั้งนี้ SCIB-C1 จะมีวันหมดอายุ 25 พ.ย. 47 และพ้นจากการเป็นหลัก ทรัพย์จดทะเบียนในวันที่ 26 พ.ย. 47 ส่วนการแปลงสภาพเป็น SCIB ในสัดส่วน 1 SCIB-C1:1SCIB ที่ราคาหุ้นละ 20.85 บาท

4. บมจ. โมเดอร์นฟอร์มกรุ๊ป (MODERN) ออก Warrent.โดยขึ้นเครื่องหมาย XW ในวันที่ 23 พ.ย. 47 โดย 10 หุ้น MODERN ต่อ 1 วอแรนท์ ซึ่งจะมีการออกวอแรนท์ในวันที่ 1 ธ.ค. 47 นี้ โดยกำหนดราคาใช้สิทธิ 40 บาท ระยะเวลาใช้สิทธิทุก ๆ 3 เดือน

5. มุมมองกองทุนต่อหุ้นปี 2548 เป็นดังนี้กองทุนกลยุทธ์การลงทุนกลุ่มการลงทุนGDP ปี 48 1. บล. อยุธยาเจเอฟ (AJF)- LTFติดตามตลาดและปรับ port ลงทุนถี่ขึ้นเป็นราย เดือน หรือ 2 เดือน- เน้นลงทุนหุ้นขนาดใหญ่ แทนหุ้นขนาดเล็ก และขนาดกลาง (ลงทุนเช่น เดียวกับปีนี้)- เลือกลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับโครงสร้างของประเทศ เช่น อุตฯ รถยนต์ อิเลคโทร นิคส์ บันเทิง และเกษตร- เลือกลงทุนหุ้นขนาดกลาง-เล็ก มีปันผลสูง ซึ่งไม่ต่ำกว่า 30 บริษัท คิด เป็นเงินลงทุนไม่ต่ำกว่า 80% ของมูลค่ากองทุน 1 พันล้านบาท5% 2. บล. อเบอร์ดีนขายทำกำไรบางส่วนเมื่อเห็นว่าราคาหุ้นถึงจุดเป้าหมาย 3. บลจ. ไอเอ็นจี (ประเทศไทย)การถือครองหุ้นจะสั้นกว่าปี 47 4. กองทุนบำเน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)ยากที่จะคาดการณ์ แต่มองว่า SET ที่ระดับ 640 จุด น่าจะปรับขึ้นได้ประมาณ 15% (640 * 1.15=736 จุด)- ลงทุนได้ใน SET 50 จาก เดิมลงทุนในหุ้นที่กระทรวงการคลังถืออยู่ 26 บริษัท สำหรับหุ้น 26 บริษัทที่กระทรวงการคลังถือ อยู่ มีดังนี้ KTB, SCIB, BBL, TMB, SCB, UOBR, BT, TISCO, ACL, IFCT, BKI, TIP, THAI, BCP, PTT, KWC, NEP, SCC, SCCC, THL, PDI, STEC, PPPC, NFC, AOT, TOP- ยังคงรักษาสัดส่วนการลงทุนในตลาดทุนอยู่ที่ 15-16% กลุ่มลงทุนปัจจุบัน คือ กลุ่ม พลังงาน ขนส่งและสื่อสาร

6. เมื่อวานนี้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เผยผู้ที่ยื่นซองประมูลโครงการก่อสร้าง ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (Airport Rail Link) ทั้ง 3 กลุ่ม ได้แก่ บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) กลุ่มบมจ. ช.การช่าง (CK) และกลุ่มบมจ. ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ผ่านคุณสมบัติทั่วไป หลังจากนี้ รฟท. จะพิจารณาด้าน เทคนิคของข้อมูลทุกราย และจะประกาศผู้ผ่านด้านเทคนิคในวันที่ 8 ธ.ค. และจะเปิดซองราคาใน วันเดียวกัน

7. บมจ. จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ (GRAMMY) ซึ่งทำธุรกิจบันเทิงรายใหญ่สุดของไทยคาด่า ปีหน้าจะมีกำไรสุทธิเติบโต 30% ชะลอตัวลงจากปีนี้ที่หวังว่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตมากถึง 60% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากธุรกิจเพลง หลังจากที่ได้ออกอัลบั้มใหม่เกินกว่าเป้าหมาย

8. เมื่อวานนี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของบมจ.อุตสาหกรรมปิโตรเคมีกัลไทย (TPI) และพันธมิตร ได้ยื่นหนังสือต่อกระทรวงการคลังเพื่อขอซื้อหุ้น TPI และบมจ. ทีพีไอ โพลีน (TPIPL) ก่อนที่จะเสนอขายให้ผู้ถือหุ้นรายอื่น ซึ่งหากทางกระทรวงการคลังไม่ดำเนินการภายใน 15 วัน จะยื่นต่อศาลล้มละลายกลางอีกครั้งเกี่ยวกับการขอใช้สิทธิในการซื้อหุ้นคืน

9. ตลาดหลักทรัพย์ฯ ปรับหมวดธุรกิจใหม่ โดยยุบหมวดธุรกิจ ?อัญมณีและเครื่อง ประดับ?, ?คลังสินค้าและไซโล? ซึ่งการปรับหมวดธุรกิจจะสะท้อนอุตสาหกรรมหลักของประเทศ รองรับธุรกิจใหม่ ๆ ที่จะเข้าตลาด จะเริ่มใช้ต้นปีหน้า สำหรับหมวดธุรกิจที่ได้ปรับปรุงแล้ว จะมี ทั้งสิ้น 7 หมวด สำหรับการยุบหมวดธุรกิจอัญมณีและเครื่องประดับ จะทำให้ PRANDA และ SAWANG ย้ายไปอยู่หมวดแฟชั่น ส่วนอีก 5 บริษัทในหมวดคลังสินค้าและไซโล จะย้ายไปอยู่ หมวดขนส่งและโลจิสติกส์ ได้แก่ BTC, KWC, SST, TSTE และ UST

10. บมจ. เค อาร์ พรีซิชั่น (KRP) จะควบรวมกิจการกับบริษัท แมกเนคอมพ์ อินเตอร์ เนชั่นแนล ซึ่งการควบรวมกิจการดังกล่าวมีขั้นตอนการดำเนินการโดยบริษัท KRP จะได้มาซึ่ง หุ้นทั้งหมดที่แมกเนคอมพ์ถืออยู่ในบริษัทย่อยทั้ง 7 แห่ง โดย KRP จะออกหุ้นใหม่ 1,418.45 ล้านหุ้นให้แมกเนคอมพ์เป็นการตอบแทนการได้มาซื้อบริษัทย่อยแมกเนคอมพ์ ทั้งนี้บริษัทแมก เนคอมพ์ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ทั้งหมดของบริษัท KRP ในราคาเสนอซื้อหุ้นที่ 2.60 บาท ต่อหุ้น

11. ราคาน้ำมัน : วานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับลง เนื่องจากคำ สั่งขายทำกำไรหลังจากที่ราคาน้ำมันปรับขึ้นกว่า 2 ดอลลาร์เมื่อวันศุกร์ ประกอบกับราคาน้ำมันยัง ได้รับแรงกดดันจากการที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าสต็อกน้ำมันดิบและสต็อกน้ำมัน distillate อาจเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ม.ค. ปรับลง 25 เซนต์ มาปิด ตลาดที่ 48.64 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ตลาด IPE ส่งมอบเดือนม.ค. ปรับ ลง 53 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 44.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

12. ค่าเงินบาท : วานนี้ช่วงเช้าเงินบาทแข็งค่าขึ้นรอบใหม่ โดยเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.87/91 บาทต่อดอลลาร์ หลังจากที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ครั้งใหม่ หลัง ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณเตือนถึงปัญหาการขาดดุลบัญชีเดินสะพัดของ สหรัฐ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทแข็งค่าต่อเนื่องจากช่วงเช้า เนื่องจากมีแรงขายดอลลาร์ต่อเนื่องใน ตลาดต่างประเทศ โดยเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.80/84 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับเช้าวันนี้เงิน บาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 39.79/87 บาทต่อดอลลาร์

13. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดลบ ตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น-233.45-2.11%10,849.39เนื่องจากการอ่อนค่าของดอลลาร์เมื่อ เทียบกับเยนได้กระตุ้นแรงขายทั่วกระดาน สิงคโปร์-18.07-0.892,020.14เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มขนส่งหลังราคา น้ำมันปรับขึ้น ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและอสังหาริมทรัพย์ปรับลงจากการคาดการณ์ว่าจะมีการ ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ ฮ่องกง+12.92+0.09%13,800.60เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากการที่เม็ด เงินใหม่ ๆ ได้หลั่งไหลเข้ามาในตลาดหุ้นฮ่องกงจากที่ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง เกาหลีใต้-17.04-1.97%849.99เนื่องจากตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปรับตัวลง และเงินวอน ที่แข็งค่าขึ้นได้กระทบต่อหุ้นกลุ่มธนาคารและกลุ่มส่งออก เช่น หุ้นซัมซุง อิเลคทรอนิคส์ มาเลเซีย-1.09-0.12%895.94-ตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (22/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (23/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น10,849.39Close- เกาหลีใต้849.99857.51+7.52 ระยะสั้นในตลาดจะเคลื่อนไหวช่วง 644-650 จุด เป็นแนวโน้มทางดีดตัวขึ้นหลังจาก ปรับฐานลงเมื่อวันก่อน ตลาดหุ้นในช่วงนี้จะเป็นการปรับฐานหลังจากที่ปรับขึ้นแรงเมื่อสัปดาห์ ก่อน สำหรับตลาดหุ้นไทยเรามองว่าจะปรับฐานระยะสั้น และทะยานขึ้นต่อไปได้ตามทิศทางตลาด ต่างประเทศ ซึ่งตลาดหุ้นต่างประเทศจะดีดขึ้นลงแกว่งตัวหลังจากมีการ take profit เมื่อวานนี้ จากการเตือนของเฟดเกี่ยวกับการขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ซึ่งในความเป็นจริงตลาดหุ้นต่าง ประเทศได้ขึ้นมาเกือบ 1 เดือนตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค. เมื่อมีจังหวะขายทำกำไรจากข่าวลบนักลง ทุนจึงตอบสนองทันที อย่างไรก็ตามตลาดหุ้นไทยเพิ่งเริ่มปรับตัวขึ้น เรามองว่าจะปรับฐานลงไม่ ลึก ซึ่งแนวรับจะอยู่ที่ 640 จุดนั่นเอง

สำหรับค่าเงินดอลลาร์ได้อ่อนตัวมา 1 เดือนเศษ เรามีความเห็นว่าจะเริ่มแข็งค่าขึ้นได้ หลังจากคำกล่าวของเฟด

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ เรามองว่ายังถือหรือซื้อหุ้นได้ ซึ่งกลุ่ม ที่โดดเด่นจะเป็นกลุ่มธนาคาร สื่อสาร และรับเหมาก่อสร้าง
เข้าชม: 1,428

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com