......มุมมองเฮียร็อควันจันทร์.......
 |
วันศุกร์ฝรั่งดักช้อนหุ้นไทยไปอีกพันกว่าล้าน MLP, JPM, CLSA 3 โบรกฯนี้ซื้อรวมกันกว่า 700 ล้าน วันศุกร์ตลาดทำท่าจะกระชากขึ้นไปต่อแต่ก็มีแรงขายทำกำไรมาเบรคหุ้นไทย วันศุกร์ SET ทำ High ขึ้นไปบวก 7 จุดก่อนจะปรับตัวลงมาเหลือบวก 4 จุด หากใครที่เฝ้าสังเกตุ ค่าเงินบาท จะเห็นว่าในวันศุกร์ค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นไปประมาณ 10 ตังส์ อาจจะทำให้คนบางคน ลังเล ว่าอาจจะเจอฝรั่งขายสวนลงมา ซึ่งพอปิดตลาดก็ยังคงเห็นภาพแบบเดิมๆคือมีแรงซื้อกลับเข้ามาในหุ้น Bluechip บางกลุ่มจนขึ้นมาปิดราคาเกือบสูงสุดของวัน โดยมีค่าเงินบาทในช่วงที่ปิดตลาดอยู่ที่ 40.15 แต่พอตกตอนกลางคืนก่อนที่ตลาดเงินจะปิดก็ได้ทำอัตราค่าเงินบาทใหม่โดยซื้อขายกันที่ 39.88 สรุปว่าในสัปดาห์ที่ผ่านมา อัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทได้ทำจุดแข็งค่าต่ำสุดของสัปดาห์ไปแล้ว ค่าเงินแข็งเกิดจากอะไร?? ดอลล่าร์อ่อนเลยทำให้เงินบาทเลยแข็ง หรือดอลล่าร์เป็นปกติแต่เงินบาทแข็งค่าเพราะมีเงินทุนไหลกลับเข้ามา เป็นหนังชีวิตสั้นๆที่น่าติดตามว่าสัปดาห์ใหม่นี้ เงินบาทจะอยู่ที่ตรงไหน...เอ่ย !!! |



ปัจจัยที่นักลงทุนพอที่จะเอามาเป็น หลักยึด ในการลงทุนในช่วงระยะเวลาใดเวลาหนึ่ง มันมีปัจจัยทั้งภายในและภายนอกประเทศ ขึ้นอยู่ว่าในช่วงเวลานั้นปัจจัยไหนมีน้ำหนักมากกว่ากัน อย่างในเวลานี้ปัจจัยภายนอกเช่นตลาด Dow Jones ซึ่งมักจะมีน้ำหนักกับทิศทางหุ้นไทยค่อนข้างมาก(แต่ไม่เสมอไป)ลงไปลบร้อยกว่าจุด ก็อาจจะทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นไทยหนาวๆร้อนๆเพราะคิดว่าหุ้นไทยลบลงตามแน่ๆ หรือหากดูราคาน้ำมันในเวลานี้ที่ราคาดีดกลับสูงขึ้นไปอีกครั้ง ผมเองเห็นว่าราคาน้ำมันหากขึ้นหรือลงมันจะมีบางธุรกิจที่ได้ผลประโยชน์และเสียประโยชน์ด้วยกันทั้งนั้น และที่ผ่านมาๆก็ยังไม่เห็นว่าราคาน้ำมันจะเป็นปัจจัยที่ชี้ทิศทางหุ้นไทยยาวๆได้เลย อีกปัจจัยคือเรื่องของค่าเงินบาทที่ตอนนี้ได้ทะลุ 40 บาทลงมาเรียบร้อยแล้ว ผมเองเห็นว่าปัจจัยบ้านเรานี่แหละ คือเรื่องค่าเงินบาทที่มันโดดเด่นกว่าราคาน้ำมัน โดดเด่นกว่าดัชนีหุ้นต่างประเทศ ปีที่แล้วตลาดหุ้นไทยทำลายสถิติหุ้นทั่วโลกก็เพราะจากค่าเงินบาทนี่แหละ ผมจึง ฟันธง ว่าหุ้นไทยจะเปลี่ยนแปลงไปตามปัจจัยที่สำคัญที่สุดและมีน้ำหนักมากที่สุด นั่งคือเงินทุนที่ไหลเข้ามาโดยมองผ่านค่าเงินบาท ดังนั้นอย่าให้ปัจจัยอื่นๆที่มีน้ำหนักรองลงไปมาเป็นปัจจัยหลักจนเราอาจจะเสียโอกาสง่ายเกินไป
แนวโน้มหุ้นไทยระยะ Month

Sto ระยะ Month กลับตัวแต่อาจจะยังไม่ Confirm 100% แต่บางครั้งเราก็ต้องหาปัจจัยมาสนับสนุนและหักล้างหาความน่าจะเป็นให้ได้ว่า มันจะขึ้นหรือลง ผมเองใช้ปัจจัย Technical ล้วนๆเลยนะ ยังคงมองว่า Technical เป็นเส้นสายความคิดของคนที่ วางแผน มาล่วงหน้าและได้ทำตามแผนที่ได้วางไว้ มีคนมองว่าเส้นสายพวกนี้มันจะเกี่ยวข้องอะไรกับการลงทุน น่าจะไปดูที่พื้นฐานของตลาดหรือของหุ้นนั้นๆมากกว่า ผมเองกลับเชื่อว่าเส้นสายเหล่านี้เป็นอารมณ์ความคิด ความรู้สึกที่คนที่มองปัจจัยพื้นฐานมาละเอียดยิบและทำในสิ่งที่คิดเอาไว้ว่าเค้าเหล่านั้นมองตลาดหรือหุ้นอย่างไร ผมไม่เชื่อว่าการที่คนจะกล้าเอาเงินมาลงทุนมากๆโดยไม่คิดอะไรเลยไม่น่าจะมีนะ ผมว่าคนที่ลงทุนมากมายเหล่านั้นคงมีทีมวิเคราะห์ปัจจัยมากมายกว่าที่เราจะคิดเองได้ เราคงไม่สามารถจะหาปัจจัยพื้นฐานหุ้นได้ละเอียดและถูกต้องเพียงลำพัง ครั้นจะไปหาคนมาช่วยคิดผมว่ามันก็ยังเป็นเพียงได้แต่คิดแต่เราไม่สามารถกำหนดอะไรได้เลย เราอาจจะทำได้เพียงก้าวเดินไปพร้อมกับคนที่คิด แต่สำหรับผมๆคิดว่าขอเดินช้าไป 1 ก้าวก็ได้แต่อย่าเดินสวนทางกันก็แล้วกัน จุดที่ Modified จะกลับตัวคือจุดที่ SET กลับตัวขึ้นไปที่ราวๆ 690-695 ซึ่งถึงตรงนั้นมันจะผ่านต่อไปไหม เราก็ต้องย้อนเวลากลับไปดู Day ดู Week ว่าจะมีแรงส่งต่อมากน้อยแค่ไหนอีกที indicator แต่ละช่วงผมมองว่ามันเหมือนการวิ่งผลัด ส่งไม้ต่อกันเป็นทอดๆ หาก indicator ระยะ Week ขึ้นไปจนสุดกำลัง ก็เชื่อได้เลยว่า Month ไม่มีแรงจะไปได้ต่อ ตรงนี้แหละจึงมองได้ว่าทำไมหุ้นไทยมันไม่ขึ้นหรือลงไปเลย ทำไมต้องมีการขึ้นๆลงๆปรับตัว ก็เพราะแรงส่งของบางช่วงเวลามันใช้ไปหมดแล้ว ก็ต้องพักปรับตัวบ้าง


จาก MACD ระยะ Month หากจะกระชากกลับเป็นขาขึ้นครั้งใหญ่ เราต้องเห็นเดือนนั้นเทรดกันสนั่นเลยนะถึงจะดัน MACD กลับขึ้นไปได้ ดังนั้นเป้าหมายของเราคงวางไว้ที่ 690-695 เป็นเบื้องต้นก่อนครับ

การดู indicator ระยะเวลาต่างๆเราต้องดูย้อนกลับไปกลับมา ดูกรอบใหญ่ระยะ Month ได้แบบนี้ จากนั้นเราก็ถอยกลับไปดูแรงส่งระยะ Week ว่ามีมากน้อยแค่ไหน และเมื่อดู Week ได้แล้วก็กลับไปดู Day ว่าจะมีแรงดัน Week ไปอีกแค่ไหน ดูไปเป็นทอดๆ หากตลาดจะกระชากหรือหยุดปรับตัว ถามว่ามันจะเกิดกับระยะเวลาช่วงไหนก่อน สิ่งไหนเกิดก่อนเราก็ไปดูตรงนั้นก่อน ซึ่งก็คือดูจาก Day ขึ้นมาหา Month แต่หากจะเอาแบบละเอียดยิบก็ถอยลงไป 5 นาที กับ 30 นาทีซึ่งผมเกรงว่าหน่วยความจำในสมองมันจะประมวลผลไม่ทันนะ ก็คงขึ้นอยู่ว่าเราเป็นนักลงทุนระยะไหน หากเน้นเก็งกำไรก็ถอยลงไปลึกหน่อย แต่หากเป็นนักลงทุนยาวหน่อยก็เริ่มจาก Day ก็น่าจะใช้ได้
แนวโน้มหุ้นไทยระยะ Week

แรงส่งของ Sto ในรอบนี้คงไปได้แถวๆ 690-695 ส่วนถึงตรงนั้นแล้วจะรักษาสถานะ Over Bough ซึ่งหมายถึงจะการขึ้นครั้งใหญ่ของหุ้นไทยหรือไม่ เราก็คงต้องถอยกลับไปดูแรงส่งระยะ Day กันอีกที หากแรงส่ง Day สนับสนุนหละก็ ระยะ Month เป็นเรื่องแน่ๆเพราะมันคือสัญญานกระทิงตัวใหญ่เลยนะ ตอนนี้คงมองไปที่ 690-695 ก่อนดีกว่านะ



OBV ระยะ Week ทำ High และทำขึ้นมาด้วยยอดซื้อสุทธิของฝรั่ง ซึ่งเราอาจจะเห็นฐานราคาหุ้นที่ฝรั่งเก็บในช่วงนี้ได้แก่พวกกลุ่มแบงค์ใหญ่ๆ สื่อสาร (พลังงานกับเคมีมันเก็บมาล่วงหน้านานแล้ว) ซึ่งอาจจะเรียกได้ว่านี่เป็นฐานราคาเลยนะเพราะตลอดทั้งปีนี้ฝรั่งขายหุ้นเหล่านี้ออกมามาก อาจจะเรียกได้ว่านี่เพิ่งจะเริ่มเก็บคืนกลับพอร์ตเท่านั้น indicator ระยะ Week ยังมีลุ้นว่า 690-695 น่าจะได้เห็น ส่วนจะไปไกลกว่านั้นไหม ผมคงกลับไปไล่แรงส่งจากระยะ Day อีกทีซึ่งมันยังอีกนานกว่าจะดูออก อาจจะมองได้แต่ไม่สามารถ ฟันธงได้ ดังนั้นคงมองที่เป้าหมาย 690-695 แค่นี้พอก่อนครับ
คั่นรายการด้วยหุ้นไทยในตลาด INDX
วันศุกร์ Dow Jones ติดลบลงไป 115 จุดหรือกว่า 1% แต่หุ้นไทยหรือแม้นแต่ SET ที่ซื้อขายในตลาด INDX กลับแข็งแกร่งกว่าตลาดเพราะขึ้นไปสวนทางสภาวะปรับตัวลงของตลาด Dow Jones



กราฟ 3 อันนี้เป็นหุ้นไทยในตลาดฝรั่งที่ซื้อขายกับฝรั่งด้วยกันเอง กองทุน TTF และ TF เป็นหน่วยลงทุนที่ลงทุนซื้อหุ้นไทยและนำไปเปิดซื้อขายที่ตลาด Dow Jones ซึ่งผมเคยเอารายละเอียดหุ้นที่กองทุนพวกนี้ถืออยู่ลงในเวปไปแล้ว ซึ่งกองทุนพวกนี้กำไร 100 กว่า% (กองทุนไทยในบ้านเราก็มีนะที่กำไรระดับนี้) และมีหุ้นอยู่ประมาณ 30 ตัว ก็หุ้นหลักๆ Bluechip ดังๆทั้งนั้น
เมื่อ indicator ระยะ Month เปิดโอกาสให้ไป 690-695 และ Week ก็มีแนวโน้มจะไปถึงได้ ค่าเงินบาทก็สนับสนุนโอกาสนั้น อีกทั้งหุ้นไทยในสายตาฝรั่งที่ซื้อขายกับฝรั่งด้วยกันในตลาดฝรั่งด้วยกันเอง ก็ส่งสัญญานความแข็งแกร่งกว่าตลาดบ้านเค้า ทำให้มองว่าการลงทุนระยะกลางๆจากนี้ไปมีลุ้น !!! ส่วนจะไปมากกว่านั้นไหม ไว้ใกล้ๆเราค่อยมาดูกันอีกทีนะ คราวนี้มาลองดูความคิดของเงินของต่างชาติกับรายย่อยกันดูอีกทีว่า มันจะมีความคิดที่สวนทาง ขัดแย้งหรือไปทางเดียวกันมากน้อยแค่ไหน
FSUM กระแสความคิดของต่างชาติผ่านการใช้เงิน



MACD ทางความคิดตัดกลับขึ้นมาตั้งแต่วันอังคาร ที่ผ่านๆมาต่อให้ Hedge Fund เข้ามาปั่นเก็งกำไรยังไงก็ยังไม่เคยเห็น MACD ถูกทุบลงมาในทันที indicator ต่างๆยังคงเป็นแนวโน้มซื้อต่อ ก็ยังคงมองว่าต่างชาติจะยังไม่หยุดซื้อในช่วงเวลานี้
CSUM กระแสความคิดของรายย่อยผ่านการใช้เงิน



เช่นเดียวกันกับ MACD ของความคิดรายย่อย ลองได้ขายก็คือขาย อาจจะมีบ้างที่บางวันแสดงยอดซื้อสุทธิแต่หากในสัปดาห์เอาตัวเลขมาบวกลบกันยังเป็นตัวเลขที่ยังขายสุทธิออกมาต่อ
สรุปว่าค่าเงินบาทแข็ง ส่วนราคาน้ำมันก็ไม่น่าจะขึ้นไปสูงหรือทำ New High ได้ การที่ราคาน้ำมันราคาสูงกลับขึ้นไปจะมีบางธุรกิจที่ได้ผลประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มพลังงานหรือเคมีบางตัว แต่หากราคาน้ำมันลดลงกลุ่มที่ได้ประโยชน์ก็มีเยอะแยะ ดังนั้นผมจึงมองว่าราคาน้ำมันมันไม่ได้ชี้แนวโน้มหุ้นไทยแบบชัดๆเลยนะ อีกทั้งเรามีความเห็นของฝรั่งที่ซื้อขายหุ้นไทยในตลาดฝรั่งด้วยกันที่มองหุ้นไทยเป็นบวก อีกทั้ง indicator ระยะ Month กับ Week ก็เปิดโอกาสให้สามารถกระชากไป 690-695 ได้ แล้วก็ยังเห็นว่าต่างชาติจะยังคงซื้อสุทธิได้ต่อ ทั้งหมดนี้เป็นปัจจัยที่ผมหามาได้เท่านี้ เป็นข้อมูลสาธารณะที่ใครๆก็หาได้ เพียงแต่ผมเอามาเรียบเรียงจัดวางให้เข้าใจง่ายๆตามประสารายย่อยอย่างเราๆที่พอจะมี กึ๋น อยู่บ้าง ก็สรุปออกมาได้ว่า หุ้นไทยยังไม่ใช่ขาลง คราวนี้ก็มาดู indicator สั้นๆกันต่อว่าในแต่ละวันจากนี้ไป หุ้นไทยจะเดินไปแบบไหน เดินๆหยุดๆ ขึ้นๆลงๆแบบไหน ระหว่างทางมันอาจจะมีบ้างที่แกล้งล้ม แต่พอลุกขึ้นมันก็อาจจะแอบวิ่งพรวดไปเลยก็ได้นะ แต่จะยังไงก็ตามแนวโน้มหุ้นไทยยัง ขึ้นต่อไป(เรื่อยๆ)ครับ
แนวโน้มหุ้นไทยระยะ 5 นาที

จริงๆ Sto มันน่าจะลากบวกต่อแต่ผมขอลองคิดเล่นๆว่าหากมันลงหละจะเป็นยังไง ทำไมผมคิดว่าลงมาก่อน ก็เพราะผมเชื่อว่าจะมีรายย่อยส่วนหนึ่ง ตกใจ ที่เห็นตลาดต่างประเทศตกลงมาแล้วก็เห็นราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น ซึ่ง 2 ปัจจัยนี้ผมไม่เห็นว่ามันจะมีน้ำหนักมากไปกว่าค่าเงินบาทเลยนะ ก็เลยขอลองเชื่อพลังรายย่อยก่อนว่าอาจจะมีแรงขายลงมา แต่หากตลาดจะเปิดลงมาลบก็กลับลงได้ไม่มากนัก 649 แค่นี้ Sto ก็ติดพื้นแล้ว ลงมาแถวนี้ Rebound ได้ไม่ยาก


หาก SET ลงมาแถวๆ 649 ก็ทำให้ MACD ลงมาเตรียมขึ้นใหญ่อีกแล้ว แต่ที่ผ่านมาเราเจอต่างชาติซื้อแต่ไม่ไล่ราคาทำให้คนที่ไปซื้อ Bluechip ดักทุบฝรั่งเก็งกำไรสั้นๆต้องยอมขายเจ๊า ยอมขาดทุนค่าโบรกฯมาหลายวันจนเข็ด อย่าไปเล่น Daytrade กับหุ้น Bluechip เลยครับ กินยากมากต้องซื้อเก็บเอากลับบ้านไปนอนกอดด้วยถึงจะทำกำไรได้นะ

649 คือแนวรับของ Trend แต่ 648 คือแนวรับของเส้นค่าเฉลี่ยราคาหุ้นย้อนหลัง หากตลาดจะเปิดลงมาลบ เชื่อว่า 648 ก็ไม่ทำให้ระดับของ OBV ต่ำลงมาถึงฐาน จึงมองว่าก็น่าจะเล่นสั้นๆตรงนี้ได้ ส่วนเล่นแล้วจะสั้นแค่ไหนหรือเล่นแล้วได้คุ้มไหมกับการเล่นสั้นๆขอไปดู indicator 30 นาทีก่อนครับ
แนวโน้มหุ้นไทยระยะ 30 นาที

ผมมองว่า SET ต้องไม่หลุดลงมาต่ำกว่า 648 ตามสมมุติฐานเรื่องความตกใจของรายย่อย ซึ่งจริงๆมันไม่ใช่มองจากเส้นสายกราฟเลยนะ จริงๆมันน่าจะเปิดบวกกลับขึ้นไปเลย แต่ผมคิดแบบ Safety ไว้หน่อยเท่านั้น ดังนั้นรอดูไปก่อนครับ อย่าเพิ่งรีบร้อนทำอะไร เพราะหาก SET กลับตัวขึ้นไปอาจจะเป็นวันที่เรารอคอยก็ได้เพราะมันมีโอกาสจะกระชาก Sto ขึ้นไป ซึ่งการกระชาก Sto จากระดับนี้อาจจะเห็น SET ขึ้นแรงเลยนะ


MACD เป็นลบก็น่าจะยังไม่เห็น SET ไปไหนไกล หากจะไปก็ไปช่วงบ่ายๆมากกว่า MACD Osc กำลังใจของรายย่อยมีโอกาสกลับตัวในช่วงบ่ายมากกว่า

OBV ยังมีเหลือมากพอที่จะกระชากขึ้นไป ดังนั้นหากจะถามว่ายอด OBV ตรงนี้ SET จะไปได้แค่ไหน บอกไม่ได้ครับ :-)
สรุปว่าหาก SET ปรับตัวลงมาคนเล่นสั้นๆก็น่าสนใจ โดยไม่น่าจะหลุดลงไปต่ำกว่า 648 ดังนั้นก็อย่าเพิ่งรีบร้อนทำอะไร กรอบที่จะลงมาก็เพียงแค่ -4 จุดเท่านั้น ความสำคัญคือการ Rebound กลับขึ้นไปในช่วงบ่าย ต่างชาติจะยังมาแบบเดิมหรือเปล่าคือซื้อแต่ไม่ไล่ราคา แต่หากผมมองผ่านจากค่าเงินบาทและโอกาสของระดับ indicator ผมว่าวันจันทร์น่าจุดพลุจริงๆ รอดูช่วงบ่ายครับ
แนวโน้มหุ้นไทยระยะ Day





ไม่มีอะไรจะเขียนถึง indicator ระยะ Day เพราะมันยังเป็นแนวโน้มขึ้นไปได้ต่อทั้งหมด ที่ผ่านมาผมเขียนว่าเรารอการจุดพลุ ซึ่งมันไม่มีใครจุดพลุซักที วันศุกร์บวก 7 จุดมันยังไม่ใช่พลุ มันแค่ประทัดที่ลองจุดกระตุ้นความสนใจเท่านั้น ก็มาลุ้นกันวันจันทร์นี่แหละครับ ผมมองว่าเราอาจจะเห็นตลาดลงมาแถวๆ 648 ก่อน ช่วงเช้ายังไม่น่าจะไปไหนไกล ยังไม่ต้องรีบร้อนทำอะไร หากจะมีคนจุดพลุน่าจะเกิดช่วงบ่าย หากจะไม่มีคนจุดพลุก็ไม่เสียหายอะไรเพราะยังมองว่ายังเป็นการค่อยๆขึ้นไปต่อ แต่ผมมันชอบลุ้นอารมณ์ของ indicator ว่ามีโอกาสเกิดการกระชาก SET ได้เหมือนกัน ดังนั้นเฝ้าตลาดไว้อาจจะมีเฮยาวได้เลย โดยผมขอลุ้นปิดตลาดวันจันทร์แถวๆ 660 !!! จริงๆผมว่าช่วงเวลาแบบนี้การเล่น Daytrade มันจะว่ายากก็ยากจะว่าง่ายก็ง่าย แต่ไม่อยากแนะนำให้เล่นเลยนะ ถือหุ้นหลักๆไปตาม indicator เอาแค่ระยะ Day ก็น่าจะมีลุ้นได้มากเลยนะ
ผมเอา indicator ของกลุ่มหุ้นหลักๆมาให้ดู ลองดูแล้วลองคิดเองไปก่อนครับ คงไม่มีมุมมองอะไร จริงๆว่าจะไม่เอาลงแล้วแต่ไหนๆก็เอามาแล้วก็เลยเอามาลงให้ดูเล่นๆไปก่อนครับ
indicator กลุ่มพลังงาน






indicator กลุ่มธนาคาร






indicator กลุ่มสื่อสาร






หากจัดอันดับความน่าสนใจกลุ่มแบงค์ยังคงครองอันดับความน่าสนใจมาที่ 1 ตามด้วยสื่อสารและพลังงาน ผมมีเวลาดูแค่ 3 กลุ่มเท่านั้น ไม่รู้ว่ากลุ่มอื่นๆจะเป็นม้ามืดไหม ก็ดูเล่นๆไปก่อนครับ
ขอให้โชคดีครับ |