May 30, 2026   11:03:20 PM ICT
บล.เกียรตินาคิน : รายงานภาวะตลาดหุ้นรายวัน 19/11/47
SET วานนี้ปิดบวก 0.43% เนื่องจากนักลงทุนยังไม่มั่นใจต่อทิศทางตลาดและมีการขาย ทำกำไรออกมาเมื่อราคาหุ้นปรับขึ้น โดยมีแรงขายหุ้นกลุ่มหลักในกลุ่มพลังงาน ในขณะที่มีแรง ซื้อหุ้นกลุ่มแบงก์ สื่อสาร และอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ดัชนีปิดบวก 2.77 จุด มาที่ 646.93 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขายที่ 16,935.33 ล้านบาท

หุ้นที่ปรับตัวขึ้น 182 บริษัท ปรับตัวลง115 บริษัท และไม่เปลี่ยนแปลง 95 บริษัท
วานนี้นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิจำนวน 1,165.08 ล้านบาท และนักลงทุนสถาบันซื้อสุทธิ จำนวน 273.73 ล้านบาท ตารางแสดงยอดการลงทุนของต่างชาติปี 2546 และ 2547 1. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เผยว่า ในงวด 9 เดือน บริษัทจดทะเบียน (บจ.) 434 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 3.15 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 39% จากงวดเดียวกันของปีก่อน ที่มีกำไรสุทธิ 2.26 แสนล้านบาท ส่วนงวดไตรมาส 3/47 บจ. มีกำไรสุทธิรวม 1.26 แสนล้าน บาท เพิ่มขึ้น 50% จากงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 8.34 หมื่นล้านบาท สำหรับกลุ่ม อุตสาหกรรมที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 3 อันดับแรก คือ กลุ่มทรัพยากร กลุ่มธุรกิจการเงิน และกลุ่ม อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ส่วนบริษัทที่มีกำไรสุทธิสูงสุด 5 อันดับแรก คือ บมจ. ปตท. (PTT) บมจ.ปูนซีเมนต์ไทย (SCC) บมจ.ไทยพาณิชย์ (SCB) บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) และบมจ. กรุงเทพ (BBL)

2. นายกรัฐมนตรีจะเสนอที่ประชุมผู้นำกลุ่มความร่วมมือด้านเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย- แปซิฟิก (เอเปก) ให้ทุกประเทศลดการทำสัญญาซื้อขายน้ำมันล่วงหน้าเพื่อเก็งกำไร และยุติการ แข่งขันกันสะสมน้ำมันไว้มากเกินความจำเป็น เพื่อทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลง และ สะท้อนความเป็นจริง โดยนายกรัฐมนตรีจะเดินทางไปร่วมการประชุมผู้นำเอเปกระหว่างวันที่ 15-23 พ.ย. นี้ที่ประเทศชิลี

3. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เห็นว่า ค่าเงินบาทในขณะนี้ยังอยู่ในระดับที่เหมาะ สม และสามารถแข่งขันด้านการค้าและการส่งออกได้ เมื่อเทียบกับประเทศคู่แข่งและคู่ค้าที่ สำคัญ และขณะนี้ไม่ถือว่าค่าเงินบาทมีความผันผวนมากเกินไป แม้ว่าเงินบาทจะมีการปรับตัว แข็งค่าขึ้น แต่ทาง ธปท. ยังสามารถติดตามการเคลื่อนไหวของค่าเงินบาทได้ค่อนข้างดี และจะ ดูแลให้เปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปให้สอดคล้องกับเงินสกุลหลักทั้งหมด ไม่เฉพาะเพียง ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น4. ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จะประกาศใช้เกณฑ์การรับ หลักทรัพย์ใหม่ 1 ม.ค. 48 ขณะที่การพิจารณาหาแนวทางแก้ปัญหาราคาหุ้นของบริษัทจด ทะเบียน (บจ.) รายใหม่ต่ำกว่าราคาจอง ยังไม่มีข้อสรุปที่เป็นรูปธรรม ทั้งนี้เกณฑ์ใหม่จะมีการ ขยายขนาดทุนจดทะเบียนของ บจ. โดยบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในตลท. ต้องมีทุนขั้นต่ำ 300 ล้าน บาท ส่วนบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ใหม่ (MAI) ปรับลดทุนขั้นต่ำเหลือ 20 ล้านบาท จากเดิม 40 ล้านบาท นอกจากนี้ยังกำหนดให้ผู้บริหารและผู้มีอำนาจในการบริหารของ บจ.ห้ามขายหุ้นออกมา (ไซเรน พีเรียด) โดยปรับลดสัดส่วนหุ้นที่ต้องถือไว้ เหลือ 65% ของทุนจดทะเบียนรวมหลัง กระจายหุ้น จากเดิมที่ห้ามขายหุ้นที่ถืออยู่ทั้ง 100% ซึ่งเกณฑ์ใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ทั้ง 2 ตลาด

5. ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มองว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังขยายตัวได้ดีในปี 47 และยังไม่พบสัญญาณของฟองสบู่หรือการเก็งกำไรในธุรกิจดังกล่าว โดยทาง ธปท. จะยังดูแล ทิศทางดอกเบี้ยขาขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อไม่ให้กระทบต่ออุปสงค์ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ และให้สามารถขยายตัวได้ดีอย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับในส่วนของผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ มองว่าอสังหาริมทรัพย์ในปี 48 ยังขยายตัวต่อเนื่อง แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับขึ้น แต่ราคาบ้านในปีหน้าจะปรับขึ้นตาม ราคาน้ำมันและวัสดุก่อสร้าง ขณะที่การแข่งขันจะลดความรุนแรงลง

6. บมจ. ทาพาโก้ ผู้ผลิตและจำหน่ายชิ้นส่วนพลาสติกวิศวกรรม กำหนดราคาขายหุ้นให้ ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ 12.50 บาท โดยจะเปิดจองซื้อระหว่าง 24-25 พ.ย. นี้ และ คาดว่าจะนำหุ้นเข้าซื้อขายในตลาดใหม่ (MAI) ช่วงต้นเดือน ธ.ค. ทั้งนี้ทางทาพาโก้จะขายหุ้น IPO จำนวน 4.5 แสนหุ้น หรือ 24% มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 5 บาท โดยบริษัทมีที่ปรึกษาทางการ เงิน คือ บล.กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

7. บมจ. แนเชอรัล พาร์ค (N-PARK) คาดว่าธนาคารกรุงไทย (KTB) จะยืดเวลาชำระ หนี้มูลค่า 1.7 พันล้านบาท ออกไปให้ตามที่บริษัทขอเป็นเวลา 180 วัน จากเดิมที่ครบกำหนด ชำระ 24 พ.ย. นี้ เนื่องจากมูลค่าหลักประกันสูงกว่ามูลหนี้ ซึ่งตอนนี้อยู่ในขั้นเจรจาขอยืนหนี้กับ แบงก์กรุงไทย ทั้งนี้ N-PARK มีหนี้อยู่กับ KTB จำนวน 1,698 ล้านบาท มีหลักประกันเป็น ทรัพย์สินต่าง ๆ ของบริษัท คือ หุ้นสามัญ บมจ.แสนสิริ (SIRI) บมจ.แปซิฟิค แอสเซ็ทส์ (PA) บมจ.ซินเท็ค คอนสตรัคชั่น (SYTEC) บมจ.ฟินันซ่า (FNS) รวมถึงหน่วยลงทุนของกองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์ บีโอเอ อะพาร์ทเมนท์หนึ่งและที่ดินที่ตำบลบางกระเจ้า ซึ่งมีมูลค่า ณ 11 พ.ย.47 รวม 2,735 ล้านบาท หรือคิดเป็น 161% ของจำนวนหนี้ สำหรับในส่วนของ ธปท. เผยว่าจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้อง กรณีของธนาคารกรุงไทยจะ เรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มจาก บมจ. แนเชอรัล พาร์ค (N-PARK) เนื่องจากไม่ใช่หนี้ที่ไม่ก่อ ให้เกิดรายได้ (NPL) ทั้งนี้เรื่องการเรียกหลักทรัพย์ค้ำประกันเพิ่มจากลูกหนี้เป็นเรื่องที่แบงก์ซึ่ง เป็นเจ้าหนี้จะต้องพิจารณาและดำเนินการเอง

8. บมจ. อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ (ITD) ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายใหญ่สุดของไทยจะจับ มือพันธมิตรจากสเปน ฝรั่งเศส และจีน เข้าประมูลโครงการก่อสร้างรถไฟเชื่อมท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ มูลค่า 2.6 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ตามแผนของรัฐบาลคาดว่าสนามบินสุวรรณภูมิจะเปิด ใช้ในเดือน ก.ย. 48 ซึ่งโครงการก่อสร้างรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเป็นของการรถไฟ แห่งประเทศไทย (รฟท.) ซึ่งคณะรัฐมนตรีอนุมัติเมื่อ 1 มิ.ย. 47 มูลค่าประมาณ 3 หมื่นล้านบาท โดยในส่วนการก่อสร้างระบบขนส่งทางรถไฟเป็นวงเงินก่อสร้างประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท

9. บมจ.ไทยน๊อคซ์ สเตนเลส ผู้ผลิตเหล็กกล้าไร้สนิมรีดเย็น (สเตนเลส) รายเดียวของ ไทย เลื่อนขายหุ้นให้ประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ออกไปไม่มีกำหนด เนื่องจากผู้บริหารไม่พอ ใจราคา Book building ที่ออกมา 2.10 บาท ซึ่งต่ำกว่ามูลค่าพื้นฐานของบริษัท ทั้งนี้หาก ทางบริษัทจะยอมรับราคาที่ 2.10 บาท แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขใหม่ ที่จะต้องลดจำนวนหุ้นที่จะ ขาย IPO ลงมา เหลือประมาณ 2.5 พันล้านหุ้น จากเดิมที่กำหนดขายไม่เกิน 3.4 พันล้านหุ้น ซึ่ง เดิมไทยน๊อคซ์ฯ จะเปิดจองซื้อหุ้นระหว่างวันที่ 22-25 พ.ย. นี้ โดยมีบล.ทิสโก้เป็นที่ปรึกษาทาง การเงิน

10. บมจ. บางกอก เชน ฮอสปิทอล (KH) หรือโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ จะไปโรดโชว์ที่ ประเทศสิงคโปร์ในวันจันทร์ที่ 22 พ.ย. 47 นี้ เพื่อพบปะกับนักลงทุนสถาบัน เนื่องจากหุ้นโรง พยาบาลได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างชาติมาก โดยหุ้น KH ที่ออกขาย IPO จำนวน 280 ล้านหุ้น นั้น 60% ได้ขายให้กับนักลงทุนต่างชาติ

11. วันนี้ทางกระทรวงพลังงานได้ปรับลดราคาขายปลีกน้ำมันเบนซินอีก 40 สตางค์ต่อ ลิตร ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันหน้าสถานีบริการน้ำมันในเขตกรุงเทพและปริมณฑลเป็นดังนี้ เบนซิน ออกเทน 95 อยู่ที่ 21.19 บาทต่อลิตร เบนซิน ออกเทน 91 อยู่ที่ 20.39 บาทต่อลิตร ส่วน ราคาดีเซลยังคงเดิมที่ 14.59 บาทต่อลิตร

12. ราคาน้ำมัน : เมื่อวานนี้ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ปรับตัวลงจาก แรงขายทำกำไรหลังราคาปรับขึ้นเมื่อวันพุธ และก่อนถึงกำหนดส่งมอบสัญญาเดือน ธ.ค. ในวัน ศุกร์ โดยราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน ธ.ค. ปรับลง 62 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 46.22 ดอลลาร์ต่อ บาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบเบรนท์ส่งมอบเดือน ม.ค. ปิดปรับลง 6 เซนต์ มาปิดตลาดที่ 42.70 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

13. ค่าเงินบาท : เช้าวานนี้เงินบาทแข็งค่าขึ้นตามค่าเงินภูมิภาค และยังคงยืนเหนือ ระดับ 40.10 บาทต่อดอลลาร์ โดยช่วงเช้าเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.06/09 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนช่วงบ่ายเงินบาทยังแข็งค่า โดยยืนที่ระดับ 40.10 หลังจากแข็งค่าสูงสุดของวันที่ระดับ 40.05 บาทต่อดอลลาร์ ในขณะที่ตลาดยังจับตาดูธปท. ซึ่งทาง ธปท. ยังจับตาการไหลเข้าของ เงินทุนระยะสั้นอย่างใกล้ชิด แม้ว่าเงินทุนที่ไหลเข้าในระดับปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ไม่น่าเป็นห่วง ก็ตาม โดยช่วงบ่ายเงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.12/16 บาทต่อดอลลาร์ สำหรับเช้าวันนี้เงินบาท เคลื่อนไหวอยู่ที่ 40.17 บาทต่อดอลลาร์

14. ตลาดหุ้นภูมิภาค : เมื่อวานนี้ตลาดหุ้นภูมิภาคส่วนใหญ่ปิดลบตลาดหุ้นปิด (+/-) จุด% (+/-)ปิด (จุด)สาเหตุ ญี่ปุ่น-48.87-0.44%11,082.42เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มส่งออก ที่สำคัญ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหุ้นกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ อันเนื่องมาจากความวิตก เกี่ยวกับเยนที่แข็งค่าขึ้น สิงคโปร์-13.78-0.67%2,032.62ต่ำสุดในรอบ 3 วัน เนื่องจากนักลงทุนได้เข้าทำกำไร ในหุ้นที่มีมูลค่าตลาดสูง ฮ่องกง-25.16-0.18%13,799.82เนื่องจากมีแรงกดดันจากการร่วงลงของ หุ้นเอชเอสบีซี แม้ว่าหุ้นบางตัว เช่น หุ้นเอสปรีได้รับแรงหนุนจากดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงก็ตามเกาหลีใต้-9.58-1.08%875.84เนื่องจากความวิตกที่ว่าเงินวอนที่แข็งค่าขึ้นจะส่งผล กระทบต่อผลประกอบการของกลุ่มผู้ส่งออก และหุ้นกลุ่มต่อเรือ มาเลเซีย+2.82+0.31%904.48แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 เดือน พร้อมกับตลาด พันธบัตร เนื่องจากนักลงทุนคาดการณ์ว่าจะมีการปรับขึ้นค่าเงินริงกิตในไม่ช้านี้ตารางดัชนีหุ้นต่างประเทศที่เปิดเช้านี้ตลาดหุ้นดัชนีปิด (18/10/47)ดัชนีเปิดเช้านี้ (19/11/47)+/- (จุด) ญี่ปุ่น11,082.4211,120.94+38.52 เกาหลีใต้875.84878.59+2.75ตลาดในระยะสั้นจะเคลื่อนไหวช่วง 645-652 จุด โดยมีแนวโน้มในทางปรับขึ้น ซึ่งแนว โน้มตลาดในปัจจุบันเป็นช่วงปรับฐานของขาขึ้น ซึ่งเป็นการลดความร้อนแรงในต้นสัปดาห์ อย่าง ไรก็ตามในการวิเคราะห์ทางเทคนิคประเมินได้ว่าตลาดน่าจะมีจังหวะขึ้นในปลายสัปดาห์นี้ถึงต้น สัปดาห์หน้า ซึ่งปัจจัยที่เป็นตัวผลักดันหุ้นขึ้นได้เป็นเรื่องราคาหุ้นถูกหลังจากที่ตลาดได้ปรับฐานมา เกือบ 2 เดือนก่อน นอกจากนี้กระแสหุ้นขาขึ้นทั่วโลกจะเป็นตัวผลักดันดัชนีหุ้นไทยให้ปรับขึ้นได้ ในที่สุด

ภาพของตลาดในระยะกลาง 1 เดือน ประเมินว่าตลาดจะปรับขึ้นได้ทดสอบแนว 680 จุด ซึ่งเป็น high เก่า

กลยุทธ์ในช่วงนี้จึงควรถือหรือซื้อหุ้น โดยเฉพาะหุ้นพื้นฐานในกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มสื่อ สาร ขนส่งทางเรือ รับเหมาก่อสร้าง และหลักทรัพย์
เข้าชม: 1,299

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com