September 22, 2017   9:30:13 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > เจาะกระดานหุ้น โมนิก้าและทีมงาน
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 11,993
วันที่: 14/03/2017 @ 08:34:22
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

*ดูเหมือนแนวรับสำคัญทางจิตวิทยาบริเวณ 1,530 จุด กำลังถูกท้าทายอย่างหนักหน่วง ซึ่งในช่วงแรกดูเหมือนจะต้านทานแรงเทขายที่มีออกมาเป็นจำนวนมากไม่ไหว ดัชนีถึงรูดลงมากองอยู่ที่ 1,528.78 จุดอย่างง่ายดาย แต่หลังจากนั้นกลับมีแรงซื้อไหลเข้ามาเป็นระยะ จนดัชนีวิ่งขึ้นมาปิดที่ 1,535.51 จุด ลบไป 4.40 จุด ด้วยมูลค่า 3.59 หมื่นล้านบาท เสมือนเป็นการบอกใบ้ให้รู้ว่า ท่าจะไปไม่รอดนะจะบอกให้

*ขนาดผู้ซื้อหลักวานนี้เป็นกองทุนตัวแสบ กับฝรั่งตาน้ำข้าว ยังไม่สามารถขับเคลื่อนดัชนีขึ้นไปยืนในแดนบวกได้แบบชิวๆ “โมนิก้า” ถึงไม่แปลกใจที่เห็นดัชนีแกว่งตัวลงตลอดเวลา แถมเป็นการทรุดตัวลงหนักท่ามกลางแรงเทขายเบาบาง เหมือนเป็นการย้ำหัวหมุดการถอยฉากของนักลงทุนกลุ่มต่างๆ มันเกิดจากตลาดหุ้นขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามากระตุ้นความเชื่อมั่นในการลงทุนะซี

*นั่นหมายความว่า ดัชนีต้องรักษาฐานแนวรับดังกล่าวไว้สุดชีวิต เพราะเป็นตัวชี้นำโพสิชั่นตลาดหุ้นไทยจะไปทางไหน? หากยืนระยะได้อย่างมั่นคง มีโอกาสเด้งกลับขึ้นไปหาแนวต้าน 1,550 จุดอีกรอบ..หากยืนไม่ได้จริงๆ มีโอกาสทรุดตัวไปที่แนวรับ 1,500 จุด “โมนิก้า” ถึงเห็นนักลงทุนบางกลุ่มยอมตัดใจขายหุ้นขาดทุน เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นอีกไงล่ะค่ะ

*เหมือนกับกรณีของหุ้นเจ้าปัญหา GL เกิดกระแสข่าวพูดถึงในมุมลบมากมายหลายเรื่อง แถมตลอดทั้งวันมีการปล่อยข่าวออกมาว่า เตรียมแจ้งข้อมูลตลาดตอนเช้า สุดท้ายก็ไม่ได้แจ้งตามที่เม้าท์ ถัดมาก็เม้าท์กันอีกรอบว่า เตรียมแจ้งตลาดตอนเที่ยง สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก หลังจากนั้นยังลือกันว่า รับรองตอนปิดตลาดหุ้นได้เห็น คำโกหก..อุ๊ย..คำชี้แจง ทันทีแน่นอน..น้องโมก็นั่งรอถึง 6 โมงเย็น ก็ไม่เห็นมีดอกพิกุลร่วงลงมาสักที…มันน่ากลัวเหลือเกินเจ้าค่ะ

*ที่น่าสนใจคือ ในระหว่างวันสำนักข่าวบลูมเบิร์กได้ใช้ข้อมูลจากหนังสือพิมพ์ “ข่าวหุ้น” นำไปอ้างอิงการเขียนรายงานเพิ่มเติมด้วยว่า มีบางอย่างผิดปกติเกิดขึ้นกับหุ้นตัวนี้ พร้อมกับเปิดตุ๊กตาตัวใหม่ที่เข้ามาพัวพันกับดีลลึกลับซับซ้อนนั้น “โมนิก้า” ถือเป็นเรื่องที่นักลงทุนต้องทำความเข้าใจอย่างเร่งด่วน เพราะดูเหมือนเรื่องนี้คงไม่จบแบบแฮปปี้เอนดิ้งพะยะค่ะ

*วานนี้ถึงเห็นหุ้นร่วงลงมาติดฟลอร์อีกหนึ่งวัน พร้อมกับปิดตัวที่ระดับ 17.70 บาท ลบไป 7.55 บาท หรือลงไป 29.90% ด้วยมูลค่า 298 ล้านบาท รวมเบ็ดเสร็จก็มีทั้งหมด 3 ฟลอร์เห็นได้จะจะแบบนี้ “โมนิก้า” มองเป็นเรื่องที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดเรื่องขึ้นมาทั้งที ก็ควรนำไปเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับการลงทุนในอนาคต แถมวันนี้ก็ได้เห็นแล้วว่า โบรกเกอร์ไหนบ้างเป็นที่พึ่งของรายย่อยนะคะ

*ในเมื่อหุ้นลิสซิ่งมีความคลุมเครือในการทำธุรกิจ ก็พลอยทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเรื่องลับๆ ล่อๆ ได้รับผลกระทบอย่างเต็มเปาตามไปด้วย โดยหนึ่งในหุ้นที่โดนเต็มๆ ในเที่ยวนี้กลายเป็น ACAP โดนเทขายตั้งแต่เปิดตลาดอย่างหนักหน่วง จนหุ้นรูดหลุดแนวรับสำคัญบริเวณ 20 บาท ลงมาปิดที่ระดับ 19.90 บาท ลบไป 2.50 บาท หรือลงไป 11% ด้วยมูลค่า 180 ล้านบาท มันเป็นเรื่องที่ผู้บริหารต้องออกมาแก้ต่างกันเอาเองว่า ทำไมสังคมในตลาดหุ้นถึงได้ลือไปในทางเสียๆ หายๆ เจ้าค่ะ

*เหมือนกับในรายของ EE มีข่าวเม้าท์เกี่ยวกับธุรกิจไฟฟ้าคนสนใจอยากเข้ามาร่วมทุนด้วยแบบนี้ ย่อมเป็นตัวเร่งราคาหุ้นในกระดานวิ่งขึ้นจากระดับ 1.10 บาท ขึ้นไปถึงระดับ 1.40 บาทภายในระยะเวลา 5-6 วันอย่างมีนัยสำคัญ แต่ทันทีที่มีแรงเทขายออกมาพรั่งพรูภายในวันเดียว จนราคาหุ้นรูดลงมาปิดที่ 1.09 บาท ลบไป 0.27 บาท หรือลงไป 20% ด้วยมูลค่า 1 พันล้านบาท มันเหมือนเป็นการบอกให้ “โมนิก้า” รู้เช่นเห็นชาติว่า นี่เป็นเกมของรายใหญ่ดันหุ้นออกของ ไม่ได้มีอะไรมากไปกว่านั้น..สตอรี่ที่สร้างกันมา ก็คงโกหกทั้งเพนะนายจ๋า!

*อีกหนึ่งรายที่สุดแสนจะชีช้ำกระหล่ำแฉะ “โมนิก้า” คงโฟกัสไปที่หุ้น CBG เพราะแรงเทขายไม่มีทีท่าจะเบาบางลงเลย ส่งผลให้ราคาหุ้นรูดลงมาอีก 3.25 บาท หรือลงไป 5.80% จนมาปิดที่ 52.75 บาท ด้วยมูลค่า 680 ล้านบาท แถมทิศทางของหุ้นก็ยังโค้งตัวลงอย่างต่อเนื่องแบบนี้ มันไม่มีความจำเป็นต้องไปรอช้อนของถูก เพราะน่าจะมีของถูกกว่านี้ให้ช้อนซื้ออีกเพียบ คนที่เพิ่งรับของไปเมื่อวันก่อนถึงมีโอกาสช้อนหักไงล่ะค่ะ

*สำหรับรายที่ทำผู้เล่นกระเป๋าฉีกไปตามกัน ก็ต้องยกให้หุ้นดาวรุ่งผีพุ่งไต้ UV ใช้ระยะเวลาแค่ 2 เดือนก็ปิดเกมลงอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้คนที่ออกของไม่ทันติดดอยแบบไม่ทันตั้งตัว เพราะอาทิตย์ก่อนหุ้นยังวนเวียนอยู่แถว 9 บาท ล่าสุดเห็นหุ้นลงมาปิดที่ 6.50 บาท ลบไป 0.75 บาท หรือลงไป 10.30% ด้วยมูลค่า 350 ล้านบาท แถมจ่ายปันผลเป็นเงินสดแค่ 0.20 บาทแบบนี้ น้องโมพูดได้แค่ ขาดทุนป่นปี้เจ้าค่ะ

*ส่วนที่มีสภาพคล้ายกันอย่างหุ้น KSL ถือเป็นเครื่องย้ำเตือนให้นักเล่นต้องคิดหนักมากขึ้นกว่าเก่า เพราะรูปแบบการเล่นเที่ยวนี้เป็นการดันขึ้นอย่างช้าๆ จนหุ้นขึ้นไปทำจุดสูงสุดที่บริเวณ 7 บาท ต่อจากนั้นในระหว่างทางก็สาดทิ้งแบบไม่เลี้ยง จนล่าสุดหุ้นลงมายืนอยู่ที่ 4.78 บาท ลบไป 0.37 บาท หรือลงไป 7.20% ด้วยมูลค่า 230 ล้านบาท และเมื่อรวมเบ็ดเสร็จพบว่า ใช้เวลาแค่ 3 สัปดาห์แวลูหุ้นหายไป 30% ขณะที่ฐานเก่าของหุ้นอยู่ที่ 4 บาทแบบนี้ ยอมถอยดีกว่านะคะ

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com