October 18, 2017   9:32:46 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > กระหึ่ม! กำไรบจ.ปี 60 ทะลุ 1 ล้านลบ.เป็นครั้งแรก
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 12,058
วันที่: 07/03/2017 @ 08:43:51
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ตลาดหลักทรัพยฯคาดกำไรบจ.ปีนี้มีโอกาสแตะ 1 ล้านลบ.เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ แถมทำนิวไฮต่อเนื่องจากปี 59 ด้านโบรกฯมองผลประกอบการกลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี-รับเหมาฯ-ค้าปลีก ยังเติบโตดี หนุนกำไรตลาดปี 60 โตไม่ต่ำกว่า 10% หลังราคาสินค้าโภคภัณฑ์ฟื้น รัฐเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน ล่าสุดตลท.โชว์งบบจ.ปี 59 มีกำไร 9.09 แสนลบ. ชี้ความสามารถทำกำไรดีขึ้น หนี้สินต่อทุนลดลง

*** ตลท.ลั่นกำไรบจ.ปี 60 แตะ 1 ล้านลบ.
  ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.) เปิดเผยว่า กำไรบริษัทจดทะเบียนไทย(บจ.)ปีนี้มีโอกาสทำสถิติใหม่แตะ 1 ล้านล้านบาท โดยจะเป็นการเติบโตจากบจ.เดิม และ บจ.ใหม่ที่จะเข้ามาจดทะเบียนเพิ่มขึ้น
   ขณะที่ศักยภาพการดำเนินงานของบจ.ไทยถือว่าแข็งแกร่ง 5 ปีย้อนหลัง มีอัตราการเติบโตของกำไรเฉลี่ยปีละไม่ต่ำกว่า 10%
  "มีความเป็นไปได้ที่จะเห็นกำไรบจ.เพิ่มขึ้นไประดับ 1 ล้านล้านบาท เพราะหลายอุตสาหกรรมฟื้นตัวกลับมาได้ดีและมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง เช่นกลุ่มพลังงาน ซึ่งจากสถิติ 5 ปีย้อนหลังพบว่า กำไรบจ.โดยรวมเติบโตเป็นตัวเลข 2 หลักตลอด แม้จะมีปัญหาภาวะเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ สะท้อนว่าบจ.ไทยมีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยปีนี้ก็คาดว่าจะเติบโตได้ในระดับที่มากกว่า 10% ซึ่งจะมาจากบจ.ที่มีในตลาดฯอยู่แล้ว และบจ.ใหม่ที่เตรียมเข้ามาจดทะเบียนเพิ่มเติมอีก"

*** โบรกฯชี้ กลุ่มพลังงาน-ปิโตรเคมี-รับเหมาฯ-ค้าปลีก ยังโตดี
   นางสาว มยุรี โชวิกรานต์ นักกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า มีโอกาสที่กำไรบริษัทจดทะเบียนจะทะลุ 1 ล้านล้านบาทในปีนี้ โดยประเมินว่ากำไรบจ.ในปี 60 จะเติบโต 10% จากปี 59 ที่ทำได้ 9.09 แสนล้านบาท ซึ่งกลุ่มที่เติบโตได้อย่างต่อเนื่องคือ พลังงาน ปิโตรเคมี รวมถึงกลุ่มที่จะได้รับอานิสงส์จากการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เช่น รับเหมาก่อสร้างและค้าปลีก
   ด้านนักวิเคราะห์ บล.เอเชีย พลัส คาดกำไรบจ.ปีนี้เติบโต 9.6% หรือราว 9.91 แสนล้านบาท โดยมีโอกาสทะลุ 1 ล้านล้านบาทได้ หากโครงการภาครัฐเดินหน้าเชิงปฎิบัตได้ตามแผน ทั้งนี้กลุ่มที่จะมีกำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นในปี 60 ได้แก่ กลุ่มค้าปลีก, พลังงาน และ ธนาคารพาณิชย์
  อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์ บล.ฟิลลิป กลับมองว่า กำไรบจ.ปีนี้จะกลับมาเติบโตในระดับปกติที่ 7-8% เพราะเมื่อเทียบกับปี 59 ถือว่ามีฐานที่สูง ต่างจากปี 58 ที่ฐานต่ำ เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานผลประกอบการลดลงค่อนข้างมากตามราคาน้ำมัน
   ขณะเดียวกัน นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส ประเมินว่า กำไรบจ.ปีนี้จะเติบโตราว 7% แม้ว่าจะมีการลงทุนจากภาครัฐ แต่ยังมีหลายโครงการขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เวลาศึกษาปรับปรุงและยังไม่ลงตัว ซึ่งอาจจะส่งผลให้การเดินหน้าโครงการล่าช้าไปจากแผนเดิม ดังนั้นการเติบโตของกำไรบจ.ปีนี้จะเป็นลักษณะ Normal Growth มากกว่า

*** ปี 59 บจ.ฟันกำไรรวม 9.09 แสนลบ.
   ดร.สันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์ฯ เปิดเผยว่า บริษัทจดทะเบียน(บจ.)ใน SET จำนวน 567 บริษัท หรือคิดเป็น 96.10% จากทั้งหมด 590 บริษัท (รวมกองทุนอสังหาริมทรัพย์และกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (PF & REIT) และกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (IFF) ไม่รวมบริษัทในกลุ่มที่เข้าข่ายอาจถูกเพิกถอน หรือ NC และ บริษัทที่แก้ไขการดำเนินงานไม่ได้ตามกำหนด หรือ NPG) นำส่งผลการดำเนินงานงวดปี 59 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 59 บจ. มีกำไรสุทธิจำนวน 461 บริษัท คิดเป็น 81.31% ของบริษัทที่นำส่งงบการเงินทั้งหมด
  บจ. มีต้นทุนการผลิตโดยรวมลดลงทำให้มีกำไรขั้นต้น 2,502,380 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.37% ประกอบกับไม่มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน และไม่มีผลกระทบค่าใช้จ่ายการด้อยค่าสินทรัพย์ ส่งผลให้มีกำไรสุทธิ 908,855 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.41% เมื่อเทียบกับปี 58 โดยมียอดขายรวม 10,125,805 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย ซึ่งเป็นผลจากหมวดธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มียอดขายลดลง อันเป็นผลกระทบจากระดับราคาน้ำมันในตลาดโลกโดยเฉลี่ยในปี 59 ต่ำลงประมาณ 20% จากปีก่อน
   หากไม่รวมธุรกิจพลังงานและสาธารณูปโภค และหมวดปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ในปี 59 ภาพรวมของกลุ่มธุรกิจอื่นยังคงมีผลประกอบการปรับดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ โดยมียอดขายเพิ่มขึ้น 4.15% และมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 7.42% เมื่อเทียบกับปี 58
   ทั้งนี้ ผลการดำเนินงานงวดไตรมาส 4/59 บจ. มีกำไรสุทธิ 204,850 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.15% จากไตรมาส 4/58 และลดลง 1.47% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/59

*** ความสามารถทำกำไรดีขึ้น- D/E ลดลง
   ดร.สันติ กล่าวว่า ความสามารถด้านการทำกำไรของ บจ. ปรับสูงขึ้น โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น 24.69% เพิ่มขึ้นจาก 22.28% ในปี 58 และมีอัตรากำไรสุทธิ 8.95% เพิ่มขึ้นจาก 6.70% ขณะที่โครงสร้างเงินทุนของ บจ. ยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (ไม่รวมอุตสาหกรรมการเงิน) ณ สิ้นปี 59 อยู่ที่ 1.19 เท่า ลดลงจาก 1.20 เท่า ในช่วงสิ้นปี 58
  ในปี 59 บจ. มีผลประกอบการดีขึ้นสอดคล้องกับเศรษฐกิจที่มีการขยายตัวด้านการอุปโภคบริโภค และเป็นปีที่ บจ. มีกำไรสุทธิสูงสุดในรอบ 5 ปี โดยเฉพาะในหมวดธุรกิจที่ได้รับผลดีจากนโยบายรัฐบาล คือ หมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ หมวดวัสดุก่อสร้าง หมวดพาณิชย์ และหมวดการแพทย์ และหากพิจารณาในมิติของ บจ. ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเป้าหมาย 10 กลุ่มตามนโยบาย Thailand 4.0 พบว่ากลุ่ม บจ. ดังกล่าวมีผลประกอบการในเกณฑ์ดีและแข็งแรงมาก โดยมีกำไรสุทธิเติบโตราว 20% จากปี 58
  สำหรับผลการดำเนินงานของ บจ. ในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในปี 59 บจ. mai มีกำไรสุทธิ 3,890 ล้านบาท ลดลง 8.73% เมื่อเทียบกับปี 58 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากรายการพิเศษในบริษัทขนาดใหญ่บางแห่ง และสำหรับในไตรมาส 4/59 มีขาดทุนสุทธิ 472 ล้านบาท เทียบกับไตรมาส 4/58 ที่มีผลขาดทุนสุทธิ 233 ล้านบาท


 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com