October 18, 2017   9:37:11 PM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > PTG ลั่นโค่น ปตท.ขยายปั๊มผงาดอันดับ 1
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 12,058
วันที่: 10/01/2017 @ 08:44:53
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

PTG ลั่นสิ้นปีนี้ขยายปั๊มแตะ 1,800 แห่ง จากปัจจุบัน 1,407 แห่ง ผงาดขึ้นอันดับ 1 แซง ปตท. พร้อมเดินหน้าขยายธุรกิจเอทานอล หลังประกาศจับมือ "เอี่ยมบูรพา" ก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลจากกากมันสำปะหลัง กำลังผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน คาดผลิตเชิงพาณิชย์ปี 63 แย้มเจรจาร่วมทุนโรงงานผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล กำลังผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน คาดปิดดีลปีนี้ หวังดันกำลังการผลิตปี 64 แตะ 4 แสนลิตรต่อวัน เพิ่มกำไรปีละ 300 ล้านบาท

บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) ผู้ให้บริการสถานีน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์ PT แถลงข่าวแผนการดำเนินงานของบริษัทฯ โดยยังมุ่งขยายสถานีบริการน้ำมัน ควบคู่ไปกับการเพิ่มธุรกิจเอทานอล ที่จะเริ่มเก็บดอกออกผลได้ในปี 2564 ด้วยเป้าหมายกำลังการผลิต 4 แสนลิตรต่อวัน จากปัจจุบัน PTG มีรายได้หลักมาจากการค้าปลีกและค้าส่งน้ำมันกว่า 98%

** ตั้งเป้าขยายปั๊มสิ้นปีแตะ 1,800 แห่ง
นายพิทักษ์ รัชกิจประการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บมจ.พีทีจี เอ็นเนอยี (PTG) กล่าวว่า บริษัทฯ มีแผนเปิดสถานีบริการน้ำมัน ให้ครบ 1,800 แห่ง ภายในสิ้นปีนี้ จากสิ้นปี 59 อยู่ที่ 1,407 แห่ง ทำให้บริษัทมีสถานีบริการน้ำมันสูงสุดอันดับ 1 โดยคาดว่าจะใช้งบลงทุนราว 4.5 พันล้านบาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบัน ปตท. มีสถานีบริการน้ำมันมากที่สุดในประเทศไทยที่ราว 1,600 แห่ง
โดยในปี 60 บริษัทฯ คาดมีปริมาณขายน้ำมันอยู่ที่ 3.9-4 พันล้านลิตร เติบโต 30% จากปี 59 อยู่ที่ประมาณ 2.9 พันล้านลิตร และคาดจะทำรายได้อยู่ที่ 1 แสนล้านบาทตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ จากปี 59 ที่มีรายได้อยู่ที่ประมาณ 6.4 หมื่นล้านบาท เนื่องจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และราคาน้ำมันดิบมีทิศทางเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 55-60 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ทำใหราคาขายปลีกน้ำมันเพิ่ม 2-3 บาทต่อลิตร แต่เชื่อไม่กระทบจิตวิทยาการบริโภคน้ำมัน
ส่วนกรณีน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ บริษัทได้ปิดสถานีบริการน้ำมัน ไม่ถึง10 แห่ง ซึ่งถือน้อยมากไม่กระทบต่อปริมาณการขายน้ำมันและรายได้ปีนี้

** ปักธงธุรกิจเอทานอล
ทั้งนี้ PTG มีแผนปรับลดรายได้จากธุรกิจน้ำมันลงเหลือ 85% ในปี 64 ซึ่งธุรกิจสำคัญที่จะเข้ามาเสริมก็คือเอทานอล ที่ล่าสุดได้ประกาศจับมือบริษัท เอี่ยมบูรพา ก่อสร้างโรงงานผลิตเอทานอลจากกากมันสำปะหลังกำลังผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน มูลค่า 1.5 พันล้านบาท ผ่านบริษัทร่วมทุน "อินโนเทค กรีนเอ็นเนอยี" ซึ่ง PTG ถือหุ้น 60% พร้อมกับจัดพิธีลงนามกับพันธมิตรกลุ่มทุนญี่ปุ่น "ซัปโปโร โฮลดิ้ง" เพื่อใช้เทคโนโลยีเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ช่วยลดต้นทุน เสริมศักยภาพทำกำไรในระยะยาว
นายพิทักษ์ ระบุว่า โรงงานดังกล่าวจะเริ่มก่อสร้างในปี 61และเริ่มผลิตเชิงพาณิชย์ ในปี 63 โดยคาดผลตอบแทนการลงทุน (IRR) ประมาณ 20% หรือสร้างกำไรสุทธิ 300 ล้านบาทต่อปี เมื่อเดินเครื่องการผลิตเต็มกำลังในปี 64 เนื่องจากจากเทคโนโนยีการผลิตเอทานอลจากกากมันสำปะหลัง จะมีต้นทุนต่ำกว่าวัตถุดินอื่น 3 บาทต่อลิตร
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะสร้างโรงงานเอทานอลจากกากมันสำปะหลัง โรงที่ 2 ขนาดกำลังผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน หลังจากโรงงานแรกเริ่มก่อสร้างแล้ว 1 ปี ซึ่งจะทำให้ในปี 64-65 มีกำลังผลิตอยู่ที่ 4แสนลิตรต่อวัน โดยเงินลงทุนโรงงานแห่งที่ 2 จะใช้ไม่ถึง 1.5 พันล้านบาท เนื่องจากอยู่พื้นที่เดียวกับโรงงานแห่งแรก จึงไม่มีต้นทุนการซื้อที่ดินเพิ่ม
และอยู่ระหว่างเจราร่วมทุนกับนบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯและบริษัทไม่ได้จดทะเบียน เพื่อทำโรงงานผลิตเอทานอลจากกากน้ำตาล (โมลาส) มีกำลังการผลิต 2 แสนลิตรต่อวัน คาดว่าจะสรุปได้ภายในปีนี้
"บริษัทมีแผนที่จะมีโรงงานผลิตเอทานอลจากกากมันสำปะหลัง และกากน้ำตาล เพิ่มขึ้น จากการร่วมทุน ซื้อกิจการ เพื่อนำไปผสมเป็นน้ำมันแก๊สโซฮอลล์ ซึ่งปีนี้มีความต้องใช้อยู่ที่ 4.7แสนลิตรต่อวันและเพิ่มเป็น 1.5 ล้านลิตรต่อวันในปี 63 จากปัจจุบันที่ซื้อจากโรงงานผลิตเอทานอลหลายแห่ง ด้านแหล่งเงินทุนบริษัทมีเพียงพอ เพราะมีวงเงินออกหุ้นกู้ 4 พันล้านบาท ใช้ไปแล้วเพียง 1.7พันล้านบาท และแต่ละปีมีกระแสเงินสดเข้ามา" นายพิทักษ์ กล่าว

** ราคาหุ้นเกินพื้นฐาน
ด้านราคาหุ้น PTG ล่าสุดปิดการซื้อขายที่ 31.25 บาท ลดลง 0.50 บาท แต่ก็ยังถือว่าสูงกว่ามูลค่าพื้นฐานที่โบรกเกอร์ให้ไว้
บล.ธนชาต แนะขาย PTG พื้นฐาน 26.0 บาท (เดิม 19 บาท) โดยระบุว่า แม้ปรับประมาณการกำไรขึ้น 29-54% ในปี 2017-19 จากแนวโน้ม Marketing margin ที่ดีกว่าคาด และรายได้จากธุรกิจ non-oil รวมถึง equity income แต่มอง Valuation สูง และแนะนำให้ Switch ไปที่ SUSCO ที่ยัง Undervalue
บล.ทิสโก้ ระบุว่า ปกติแล้วไตรมาส 4 จะเป็นไตรมาสที่กำไรของ PTG มีสัดส่วนที่สูงที่สุด จากเป็นช่วง high season และสำหรับปีนี้เราคาดว่าจะเติบโตสูงเช่นเดียวกัน โดยนอกจากการจำหน่ายน้ำมันที่จะเติบโตตามปกติแล้วนั้น ล่าสุด PTG ได้เริ่มวางจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นภายใต้แบรนด์ของบริษัทเอง “พีที แมกซ์นิตรอน” ซึ่งบริษัทตั้งเป้าหมายยอดขายในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านลิตร และ 7 ล้านลิตรในปี 2017 (ส่วนแบ่งตลาด 1%) ซึ่งในระยะแรกยังคงเน้นในกลุ่มลูกค้าสมาชิก PT Max Card ซึ่งปัจจุบันมี 5.1 ล้านราย และจะทำการเปิดตัวอย่างเป็นทางการใน 1Q17 ซึ่งการจำหน่ายน้ำมันหล่อลื่นจะเข้ามาช่วยเพิ่มกำไรของบริษัทเนื่องจากมีอัตรากำไรที่สูงกว่าการจำหน่ายน้ำมัน
นอกจากนี้ บริษัทยังคงแผนการที่จะขยายสาขาร้านกาแฟและ mini mart ซึ่งปัจจุบันมี 38 และ 54 สาขาตามลำดับ เพิ่มขึ้นเป็น 200 สาขาในปีหน้า รวมทั้งธุรกิจพลังงานอื่นๆ ที่บริษัทอยู่ระหว่างการเจรจาซึ่งคาดจะได้ข้อสรุปภายในปีนี้ เพื่อให้ธุรกิจ non-oil ของบริษัทมีสัดส่วนที่เพิ่มขึ้นจากปัจจุบันมีสัดส่วนกำไรเพียง 1% เพิ่มขึ้นเป็น 15% ในอีก 5 ปีข้างหน้า
ผลประกอบการ 9M16 อยู่ที่ 767 ล้านบาท คิดเป็น 61% ของประมาณการทั้งปีของเรา โดยคาดปีนี้กำไรสุทธิของ PTG จะอยู่ที่ 1,256 ล้านบาท (+93% YoY) และ 1,684 ล้านบาท (+34% YoY) สำหรับปีหน้า เรายังคงแนะนำ “ถือ” ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 31 บาท อิงจากการประเมินมูลค่าด้วยวิธี DCF




 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com