June 9, 2026   11:31:34 AM ICT
เว็บบอร์ด > ห้องข่าว > โบรกแนะเลือกซื้อ 9 บจ.ส่งสัญญาณรุ่ง
 

thaihoon
สมาชิก

จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
โพสต์: 14,583
วันที่: 19/06/2013 @ 09:00:07
คุณชอบกระทู้นี้หรือไม่

ผลการโหวต
ชอบ
0.00%
0 คน

ไม่ชอบ
0.00%
0 คน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้านี้ ณ เวลา 9.47 น. ค่าเงินบาทอยู่ที่ 30.75 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ขณะที่ตลาดหุ้นเอเชียมีทั้งปรับตัวอยู่ในแดนบวกและลบ นักวิเคราะห์คาดวันนี้หุ้นไทยยังคงแกว่งตัวในกรอบ และมีโอกาสไปต่อได้ด้วยแรงซื้อของนักลงทุนสถาบัน เน้นขายทำกำไรเมื่อหุ้นฟื้นตัว ไม่ถือยาว และนักลงทุนระยะยาวรอซื้อเมื่อหุ้นอ่อนตัว เลือกซื้อ 9 หุ้นเด่น ได้แก่ BGH, KCE, TASCO, NWR, CK, TOP, SVI, TICON, EGCO และเก็งกำไรหุ้นเข้า SET50-100 บล.บล.ฟินันเซีย ไซรัส ย้ำหากตลาดปรับย้อนลบก็สามารถเลือกหุ้นเข้าซื้อเพิ่มได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ KBANK, BBL, KTB, AH, BTS, CSL และหุ้นกลุ่มบ้านเช่น SIRI, QH, LH, AP






บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์วันนี้ (18 มิ.ย.) ว่า ดัชนีขึ้นต่อ ถือพอร์ตหุ้นรอผลประชุมเฟด โดย KGI มอง SET วันอังคารปรับขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน สาเหตุหลักคือต่างชาติชะลอขายหลังทุบหุ้นหนักสัปดาห์ที่แล้ว และรอดูผลประชุม ธ.กลางสหรัฐฯ คืนวันที่ 19 มิ.ย. ดังนั้นแรงซื้อสถาบันน่าจะชนะอยู่ทั้งนี้จากต้นเดือน มิ.ย. สถาบันไทยซื้อสะสม 2.06 หมื่นล้านบาท ซึ่งน่าจะสะท้อนเม็ดเงินกองทุน Trigger ไปมากแต่ยังมีเม็ดเงิน LTF (เรามองว่าขนาดใหญ่กว่า) ช่วยสนับสนุนอยู่ เมื่อคืนหุ้นสหรัฐฯ บวกแรงรับตัวเลขสำรวจการผลิต NY Empire สูงกว่าคาดการณ์ แต่ลดช่วงบวกบ้างหลัง นสพ. Financial Times ระบุเฟดน่าจะชะลอ QE เร็วๆ นี้ ทั้งนี้นักเศรษฐศาสตร์ KGI มองว่ายังเร็วไปที่เฟดจะชะลอ QE เราจึงกำหนดกลยุทธ์ถือหุ้นรอผลประชุมเฟดได้ (คาดเป็นบวกต่อตลาดหุ้น)

หุ้นเด่นวันนี้ ตามปัจจัยพื้นฐาน

เก็งกำไร TASCO (กำไรเด่น) NWR (ขึ้น XW 21 มิ.ย.)/ ซื้อ CK (เข้า SET50)

บล.ไทยพาณิชย์ ระบุว่า การปรับขึ้นของ SET มีอัตราเร่งที่ลดลง ทั้งนี้ แนวรับระยะสั้นมีที่ 1450 จุด หากไม่ต่ำกว่า จะยื้อขึ้นต่อ เพื่อทดสอบแนวต้านที่ 1476 จุด และถัดไปที่ 1500 จุด แรงซื้อส่วนหนึ่งช่วงนี้ มาจากนักลงทุนสถาบัน ซึ่งช้อนซื้อหุ้นพื้นฐานดี ขณะที่ความเสี่ยงขาลง ยังมาจากแรงขายของต่างชาติ และเราเริ่มเห็นสัญญาณไม่ดี จาก IMF คาด GDP ไทย ปีนี้ เติบโตต่ำกว่า 5% สอดคล้องกับแบงก์ชาติที่เตรียมลดเป้าให้ต่ำกว่า 5% ในก.ค. ดังนั้น กลยุทธ์ ยังเน้นไม่ถือหุ้นนาน ส่วนนักลงทุนให้รอเก็บเมื่อดัชนีอ่อนตัวจะดีกว่า ด้านหุ้นแนะนำวันนี้ ได้แก่ BGH และ KCE

บล.เอเซีย พลัส ระบุว่าเชื่อว่า SET มีแนวโน้มแกว่งตัวเชิงบวก การแถลงนโยบายเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มฟื้นตัวในวันพรุ่งนี้น่าจะหนุนการตัดลดมาตรการ QE แบบค่อยเป็นค่อยไป ซึ่งตลาดหุ้นโลกน่าจะตอบรับล่วงหน้าไปแล้วกลยุทธ์เลือก Global ผสม Domestic Plays โดยเน้นหุ้น PER ต่ำ & เงินปันผลสูง เลือก TOP (FV@B77.83) และ SVI (FV@B5.25) เป็น Top picks เช่นเดิม

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ แรงขายต่างชาติเริ่มบางลง ทำให้ SET มีโอกาสกลับไปแกว่งบวกได้ดีขึ้น...

กลยุทธ์ : เนื่องจาก FSS ยังให้น้ำหนักในทางบวกกับตลาดหุ้นไทย ดังนั้นเรายังแนะนำให้เน้นถือลงทุนต่อเนื่อง เพื่อรอตลาดขยับขึ้นหาเป้าหมายดัชนีปี 2013 นี้ที่บริเวณ 1750 จุดต่อไป ขณะที่ถ้าตลาดปรับย้อนลบก็สามารถเลือกหุ้นเข้าซื้อเพิ่มได้ โดยหุ้นที่น่าสนใจได้แก่ KBANK, BBL, KTB, AH, BTS, CSL และหุ้นกลุ่มบ้านเช่น SIRI, QH, LH, AP

หุ้นเด่นทางเทคนิค RML, AH, KTC (SBL)

แนวโน้ม เมื่อคืนนี้ตลาดหุ้นสหรัฐพลิกกลับมาปิดเป็นบวกได้อีกครั้ง หลังตัวเลขเศรษฐกิจออกมาแข็งแกร่งเกินคาด โดยดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 7 ปีเป็นปัจจัยหนุน ขณะที่ข่าวการปรับลดโครงการซื้อคืนพันธบัตรของเฟดเริ่มลดความร้อนแรงลงบ้าง ทำให้ตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นเอเชียเช้านี้ยังอยู่ในช่วงบวกได้อยู่ อย่างไรก็ตามคาดว่านักลงทุนบางส่วนยังรอดูผลการประชุมเฟดในช่วง 2 วันนี้อีกครั้ง(18-19 มิ.ย.) ซึ่งทำให้ SET มีแนวโน้มที่จะแกว่งตัวผันผวนและย้อนลบให้เห็นได้อยู่ แต่จากการที่ก่อนหน้านี้ SET ปรับตัวลงรุนแรงตอบรับข่าวดังกล่าวไปในทางลบมากแล้ว ทำให้หาก FED ยืนยันที่จะลดขนาด QE ลงจริงๆ FSS ก็เชื่อว่าผลกระทบต่อตลาดหุ้นจะเริ่มจำกัดมากขึ้น แต่ถ้า FED ยืนยันที่จะคง QE ต่อไป ก็จะกลายเป็นปัจจัยหนุนให้ SET แกว่งบวกขึ้นต่อเนื่องได้ทันที ดังนั้นไม่ว่าผลประชุมจะออกมาในลักษณะใด FSS ก็คาดว่าในช่วงถัดไปบรรยากาศการลงทุนน่าจะผ่อนคลายมากขึ้น และทำให้ SET สามารถแกว่งบวกได้ดีขึ้นกว่าในช่วงที่ผ่านมาได้

แนวรับ 1468-1465, 1460-1457 จุด แนวต้าน 1475, 1480-1484 จุด

บล.ฟิลลิป ระบุว่า ตลาดหุ้นไทยวานนี้ผันผวนสลับช่วงบวกและลบตลอดช่วงเช้า ก่อนจะเหวี่ยงตัวขึ้นช่วงบ่ายมาปิดที่ 1,471.04 ด้วยมูลค่าเทรดเบาบางเพียง 43,475 ล้านบาท ระหว่างรอผลประชุมเฟด คาด SET จะยังคงความผันผวนในระดับสูงต่อไป แต่กรอบอาจแคบลง ระหว่างรอผลการประชุมเฟดที่จะส่งสัญญาณการปรับลดปริมาณ QE ของสหรัฐ

ต่างชาติชะลอการขายแต่ยังไม่พบสัญญาณการกลับเข้ามาซื้อ ขณะที่ค่าเงินบาททรงตัวแถว30.6-30.7 บาท/ดอลลาร์ ด้านปัจจัยภายในต้องติดตามการปรับลดคาดการณ์จีดีพีที่อาจต่ำกว่าระดับ 5% รวมถึงพัฒนาการการชุมนุมของกลุ่มต่อต้านรัฐบาล เน้นเก็งกำไรแบบ “ขึ้นขาย ลงซื้อ” ตราบเท่าที่ยังเทรดในกรอบใหญ่ 1440-1500 วันนี้น่าจะมีการเก็งกำไรหุ้นที่ปรับเข้า-ออก SET50, SET100, SETHD แนวต้าน : 1484-1500 แนวรับ : 1457-1440

บล.กสิกรไทย ระบุในบทวิเคราะห์ ดังนี้ ขึ้นยังน่าแบ่งขายบางส่วนที่ 1480-1500 แนวโน้มตลาด: หุ้นยุโรปและสหรัฐฯ ปิดบวก ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯเมื่อคืนทุกตัวออกมาแข็งแกร่ง ไม่ว่าจะเป็นดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวมนิวยอร์ก มิ.ย. ที่เพิ่มขึ้นแตะ7.84 จาก -1.43 ขณะที่ตัวเลขสำคัญอย่างดัชนีความเชื่อมั่นผู้สร้างบ้านสหรัฐฯ มิ.ย.เพิ่มขึ้นแตะ 52 จาก 44 เกิน 50 เป็นครั้งแรกนับแต่ เม.ย.49 และดีกว่าที่ตลาดคาดที่เพียง 45 อย่างไรก็ตามตลาดไม่ได้มากังวลว่าเฟดจะเลิก QE เหมือนช่วงก่อนหน้าและตลาดยังคงรอความมั่นใจจากการประชุมเฟด 18-19 มิ.ย. ซึ่งเรามองว่าเฟดจะออกมาสร้างความเชื่อมั่นให้กับตลาดและทำให้ความเสี่ยงของตลาดทุนโลกกลับลดลงอีกครั้ง อย่างไรก็ตามความปั่นป่วนในตลาดการเงินโลกที่ทำให้เกิดการโยกย้ายเงิน และการปรับขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตร (bond yield) ในหลายภูมิภาคของโลกในช่วงสั้นจะสร้างความกังวลเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดเริ่มพูดถึงดอกเบี้ยขาขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบระยะสั้น (แต่เป็นบวกกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์) แต่ในระยะกลาง-ยาวเงินที่ย้ายออกจากพันธบัตรน่าจะมายังหุ้นซึ่งเป็นเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดทุน

ปัจจัยอื่น/ การปรับหุ้นเข้าออก SET50 และ SET100 - SET50 (+) CENTEL GLOBAL CK (-) TISCO SPALI ESSO / SET100 (+) VGI MBK WHA UV SRICHA GOLD DEMCO MDX KCE MCOT RS (-) GFPT KSL AJ PTL SSI TICON TASCO LANNA SGP WORK SVI

กลุ่มโรงไฟฟ้า – คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เตรียมประชุมสรุปประมูล IPP 20 มิ.ย.นี้ /BDI – ปรับขึ้นตามฤดูขนส่งเมล็ดธัญพืช อาจทำให้หุ้นกลุ่มเรือกลับมาถูกผลักดันช่วงสั้น

กลยุทธ์การลงทุน: SET Index ฟื้นตัวขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 3 แม้มีโอกาสที่เฟดจะออกมาแถลงในทางดี แต่ในโลกที่กำลังผันผวน ในทางกลยุทธ์การเสี่ยงในทางแบ่งขายสำหรับการขึ้นทดสอบ 1480-1500 ดูมีผลตอบแทนต่อความเสี่ยงดีกว่าการเข้าซื้อ ซึ่งสามารถทำได้แต่ควรเลือกหุ้นเป็นรายตัว และวางแผนในการทำกำไร/ขายไว้ดีแล้ว ยังเน้นมีเงินสดในมือราว 30-40% เพื่อสร้างความยืดหยุ่นในการวางกลยุทธ์ช่วงต่อไป หุ้นแนะนำ TICON EGCO

สำหรับนักลงทุนระยะกลาง: คงน้ำหนักการลงทุนที่ 60% หลังลดไป 20% ใน 2 ครั้ง (22 ก.พ. และ 20 มี.ค.) และเราอยู่ระหว่างพิจารณาเตรียมเพิ่มน้ำหนักการลงทุนขึ้นเร็วๆนี้ โดยให้น้ำหนักกับการกลับมาอ่อนตัวอย่างจริงจังของเงินเยน

 กลับขึ้นบน

 
 

Copy Right © 2009-2012 © Thaihoon.Com