ขณะที่นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์กรุงศรีอยุธยา ระบุว่า ราคาหุ้น CK ได้รับผลกระทบจากข่าวคดีค่าโง่ทางด่วน ซึ่งจะกระทบในเรื่องของทางบัญชีเท่านั้น แต่ความสามารถในการทำกำไรและกระแสเงินสดไม่กระทบตามไปด้วย แต่เชื่อว่าในปี 50 บริษัทจะกลับมามีกำไรเป็นปกติ แต่สิ่งที่ยังน่าเป็นห่วงคือ อัตราหนี้สินสุทธิต่อทุน (Net D/E)เพราะมีผลในแง่ความสามารถในการกู้ยืมเงินในอนาคต
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์นครหลวงไทย กล่าวว่า การที่ CK ตัดสินใจที่จะบันทึกลูกหนี้การทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) จำนวน 2,500 ล้านบาทในงบปี 2549มองว่าเป็นสิ่งดี ทำให้ในปี 50 บริษัทจึงไม่ต้องไปกังวลกับเรื่องนี้อีก ซึ่งหากมองเรื่องของผลการดำเนินงานแล้วบริษัทยังมีอัตราการเติบโตที่ดี
"เรายังมองว่า CK เป็นหุ้นที่มีความแข็งแกร่ง แม้ว่าปัจจัยเรื่องของค่าโง่ทางด่วนจะมีผลต่อความรู้สึกก็ตาม เพราะการที่บริษัทมีงานในมือสูงกว่า 2.8 หมื่นล้านบาท ทำให้มีรายได้เข้ามาต่อเนื่อง ดังนั้นเราจึงยังคงแนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 12 บาท"
ด้านบทวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ(ประเทศไทย) ระบุว่า แนะนำซื้อหุ้น CKโดยบริษัทเตรียมปรับราคาเป้าหมายปี 50 ใหม่ เนื่องจากราคาหุ้น CK ปรับตัวลงไปมากกว่า 30% ในช่วงเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา จากที่คาดการณ์ว่าบริษัทอาจขาดทุนก้อนใหญ่ในคดีค่าโง่ทางด่วน ดังนั้นขณะนี้ราคาหุ้นดังกล่าวน่าจะสะท้อนข่าวร้าย และความคาดหวังในแง่ลบของหุ้น CK ไปเกือบหมดแล้ว
โดย CK ได้รายงานผลขาดทุนในไตรมาส 4/49 จำนวน 2,400 ล้านบาทลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 178 ล้านบาท และ 160 ล้านบาทในไตรมาส 3/50โดยผลขาดทุนในปี 49 อยู่ที่ 1,200 ล้านบาท ลดลงจากกำไร 684 ล้านบาทในปี 48เนื่องจากการกลับบันทึกสำรองขาดทุนในคดีค่าโง่ทางด่วนเป็นหลัก กลับรายการสำรองเผื่อขาดทุน 2,500 ล้านบาท จากคดีค่าโง่ทางด่วนในไตรมาส 4/49 โดย CK บันทึกสำรองหนี้สูญจากกิจการร่วมค้า BBCD ที่ลงบัญชีลูกหนี้ไว้หลายปีก่อนหน้า
ขณะที่บทวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ฟาร์อีสท์ คาดว่ารายได้รวมของ CK ในปี50 อยู่ที่ 17,741 ล้านบาท ลดลง 3.38% เทียบกับปีก่อน แต่จะพลิกกลับมามีกำไรสุทธิที่745 ล้านบาท โดยปรับคำแนะนำจากถือเป็นซื้อเก็งกำไร ประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 50 ที่11.20 บาท
ตารางแสดงคำแนะนำหุ้น CKโบรกเกอร์ คำแนะนำ ราคา(เป้าหมาย)ดีบีเอส วิคเคอร์ส ซื้อ 12.17 บาทกรุงศรีอยุธยา ซื้อ 12.15 บาทนครหลวงไทย ซื้อ 12.00 บาทฟาร์อีสท์ ซื้อเก็งกำไร 12.20 บาทที่มา : ข่าวหุ้นธุรกิจรวบรวม